สุพัฒนพงษ์ อ้างธรรมาภิบาล บีบโรงกลั่นให้มีจิตสำนึก “บริจาค” กำไรช่วยประชาชน

“สุพัฒนพงษ์” อ้างธรรมาภิบาล บีบคอโรงกลั่นให้มีจิตสำนึก “บริจาค” กำไรช่วยประชาชน คาดในสัปดาห์นี้ ได้ข้อสรุป พร้องสั่ง สกนช.เตรียมมาตรการรับมือ กองทุนน้ำมันฯติดลบ 2 แสนล้าน

วันที่ 30 มิถุนายน 2565 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า

กรณีที่หลายฝ่ายมีข้อกังวลต่อสถานะการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะติดลบถึง 2 แสนล้านบาทภายในสิ้นปี 2565 นั้น เป็นเรื่องการบริหารสภาพคล่องของกองทุนและรัฐบาล โดยรัฐยังยืนยันอุดหนุนราคาดีเซลในสัดส่วนครึ่งหนึ่งของราคาจริงตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ในระยะต่อไป สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) จะไปพิจารณา ว่าจะดำเนินการอย่างไร

โดยจะมีการหารือกับคณะอนุกรรมการของกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาแนวทางหาเงินอุดหนุนต่อไป ส่วนความคืบหน้าการกู้เงิน 20,000 ล้านบาทก้อนแรกจากสถาบันการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องของกองทุน คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในสิ้นเดือน ก.ค. นี้



ส่วนการขอความร่วมมือโรงกลั่นนำกำไรส่วนเกินเข้ามาช่วยอุดหนุนราคาพลังงานนั้น เบื้องต้นจะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ โดยต้องรอผลการเจรจาของคณะทำงานกับโรงกลั่นว่าจะเป็นรูปแบบใด ขณะนี้ยังไม่มีการเสนอตัวเงินช่วยเหลือเข้ามา และยังไม่ทราบว่าจำเป็นต้องออกกฎระเบียบรองรับหรือไม่ อาจไม่จำเป็นต้องเป็นการนำเงินส่งเข้ากองทุน แต่เป็นความสมัครใจของโรงกลั่น ภายในกรอบเวลาช่วยเหลือ 3 เดือน

“ความช่วยเหลือจากโรงกลั่นจะเป็นแนวทางบริจาค เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางหรือไม่ ยังไม่ทราบ ขณะนี้มีหลายแนวทาง อย่าเพิ่งไปบังคับผู้ประกอบการ ให้ผู้ประกอบการโรงกลั่นได้มีเวลาคิดเอง อะไรก็แล้วแต่ให้คิดเอา อย่างน้อยได้ส่งสัญญาณขอให้คิดให้ดีว่า เมื่อยามที่เราพ้นน้ำแล้ว แต่ประชาชนบางส่วนยังได้รับความเดือดร้อน แม้จะเป็นราคาตามกลไกตลาดเสรีก็ตาม แต่ประชาชนยังไม่พ้นน้ำ แถมราคาพลังงานยังเพิ่มขึ้นติดต่อกันมาก”

“โดยส่วนตัวเชื่อว่าผู้ประกอบการทุกรายมีธรรมาภิบาลที่ดี ไม่เพียงดูแลกำไรสูงสุด แต่เข้าใจถึงปัญหาของประชาชน สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ดำเนินการอยู่แล้วด้วย แต่เรื่องนี้โรงกลั่นจะทำในรูปแบบใด อย่าไปกำหนดหรืออย่าบังคับวิธีการทำ รวมถึงไม่ว่าจะเป็นบางรายหรือทั้งหมด หากผู้ประกอบการโรงกลั่นต่างชาติในไทยจะสมัครใจให้ความช่วยเหลือราคาพลังงานในช่วงวิกฤต ประเทศไทยน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี”

นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวย้ำว่า ราคาดีเซลตลาดโลกที่ลดลง ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำไปลดราคาขายปลีกดีเซลในประเทศได้ทันที แต่ช่วยลดภาระการอุดหนุนของกองทุนได้ระดับหนึ่งที่ยังอุดหนุนอยู่ 50% ยังไม่ลดการอุดหนุนเหลือ 25% แต่กองทุนจะมีการปรับเพดานราคาขึ้นเป็น 36 บาท/ลิตรหรือไม่ ต้องรอดูสัปดาห์นี้ว่าผลการเจรจาผู้ประกอบการโรงกลั่นมีการตอบรับออกมาอย่างไรด้วย ถ้าโรงกลั่นไม่ตอบรับ แล้วสภาพคล่องของกองทุนยังมี ก็ไปต่อได้ เชื่อว่าสิ้นเดือน ก.ค.นี้มีทางออกแน่นอน

ในส่วนของการเน้นช่วยเหลือราคาพลังงานเฉพาะกลุ่มเปราะบางนั้น มีการสำรองงบฯกลางเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น พ่อค้าหาบเร่ แผงลอย วินมอเตอร์ไซค์แล้วเป็นเวลา 3 เดือน โดยกำลังพิจารณาหลักเกณฑ์ให้มีความชัดเจน เพื่อให้ความช่วยเหลือถูกต้องตรงจุดมากขึ้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบ ซึ่งกระทรวงพลังงานได้นำบทเรียนหรือวิธีช่วยเหลือผ่านโครงการคนละครึ่ง เราชนะที่มีการกำหนดเงื่อนไขในกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ มาเป็นบทเรียน


“เบื้องต้นจะร่วมมือกับกระทรวงคมนาคมดูเรื่องประเภทรถยนต์ที่จะให้ความช่วยเหลือ กระทรวงอุตสาหกรรมดูประเภทโรงงานที่ใช้เชื้อเพลิงอื่นทดแทนก๊าซธรรมชาติได้หรือไม่ ต้องบูรณาการกันใหม่ ต้องใช้เวลาพิจารณา ทุกหน่วยงานทำงานเต็มที่”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ