เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดีเอสไอ เตรียมออกหมายจับคดี Forex กว่า 30 ราย ‘ภาวุธ’ โดนด้วย
Politics ดีเอสไอ เตรียมออกหมายจับคดี Forex กว่า 30 ราย ‘ภาวุธ’ โดนด้วย
SENA รุกตลาดต่างชาติ ตั้ง SIC เป็น Exclusive Agent ขายคอนโดหรู ‘นิช ไพรด์ เอกมัย’
Real Estate SENA รุกตลาดต่างชาติ ตั้ง SIC เป็น Exclusive Agent ขายคอนโดหรู ‘นิช ไพรด์ เอกมัย’
ก.ล.ต. จ่อสรุปผลดำเนินคดี ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ยันไม่เพิกเฉย-ดำเนินการอย่างรัดกุม
Finance ก.ล.ต. จ่อสรุปผลดำเนินคดี ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ยันไม่เพิกเฉย-ดำเนินการอย่างรัดกุม
คปภ. ลงพื้นที่ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตรวจพบตัวอาคารมีทำประกันไว้ เร่งประสานเจ้าของเช็กประกันรับผิดชอบ
Economic คปภ. ลงพื้นที่ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตรวจพบตัวอาคารมีทำประกันไว้ เร่งประสานเจ้าของเช็กประกันรับผิดชอบ
‘ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม’ กลยุทธ์บริหารแฟรนไชส์สไตล์ ZEN 
Business ‘ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม’ กลยุทธ์บริหารแฟรนไชส์สไตล์ ZEN 
‘รุทธพล’ ลั่นรู้ตัวการใหญ่คดี ‘แอร์มีนา’ แล้ว สั่ง AOT คุมเข้มลูกเรือ ห้ามรับหิ้วของ-สุ่มตรวจกระเป๋า
Politics ‘รุทธพล’ ลั่นรู้ตัวการใหญ่คดี ‘แอร์มีนา’ แล้ว สั่ง AOT คุมเข้มลูกเรือ ห้ามรับหิ้วของ-สุ่มตรวจกระเป๋า
ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 800 บาท ทองรูปพรรณ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 800 บาท ทองรูปพรรณ 65,000 บาท
บนท่วงทำนองของ Greenspan จาก DotCom สู่ AI Boom
World บนท่วงทำนองของ Greenspan จาก DotCom สู่ AI Boom
‘ชัชชาติ’ เผยไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน
Economic ‘ชัชชาติ’ เผยไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน
เวลเนสไทย-เมกะเทรนด์โลก ‘BDMS-ชีวาศรม’ ธุรกิจต้นแบบ
Biz Movement เวลเนสไทย-เมกะเทรนด์โลก ‘BDMS-ชีวาศรม’ ธุรกิจต้นแบบ
ดูทั้งหมด

น้ำยางสด ราคาร่วงหนัก บริดจสโตน หวั่นลอบนำเข้า

02 ก.ค. 2565 | 11:36น.
น้ำยางสด

ยางพาราอลหม่าน “น้ำยาง” เดือนเดียวราคาร่วงลงถึง 16 บาท หลังโควิด-19 คลี่คลาย ความต้องการถุงมือยาง-อุปกรณ์การแพทย์ลดลง หวั่นฉุดราคายางแผ่นลดลงตามไปด้วย “บริดจสโตน” ออกประกาศเตือนซัพพลายเออร์ ระวังยางแผ่นดิบเพื่อนบ้านด้อยคุณภาพสวมสิทธิ

กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานการส่งออกยาง 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค.) ของปี 2565 ขยายตัว 2.8% หรือคิดเป็นมูลค่า 78,971 ล้านบาท แต่สถานการณ์ราคายางพาราในประเทศกลับผันผวนอย่างมาก โดยในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิถุนายน เทียบกับสัปดาห์แรกของเดือนปรากฏ ราคายางปรับลดลงอย่างรุนแรง

โดยเฉพาะ “น้ำยาง” ลดลงถึง กก.ละ 14 บาท หรือจาก กก.ละ 66-67 บาท เหลือ 52-53 บาท ขณะที่ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ลดลงจาก กก.ละ 69 บาท เหลือ กก.ละ 62 บาท หรือลดลง 8 บาท ส่วนราคายางแผ่นดิบลดลงจาก กก.ละ 63.05 บาท เหลือ 58.80 บาท และราคาส่งออกลดลงจาก 75.70 บาท เหลือ 69.90 บาท

น้ำยางราคาร่วง

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวถึงสถานการณ์ราคายางแกว่งตัวลดลงในช่วงนี้ เป็นเฉพาะ “ราคาน้ำยางสดเท่านั้น” ส่วนยางแผ่นรมควันชั้น 3 กับยางแท่งยังทรงตัว แต่ถ้าคำนวณราคาเฉลี่ยทั้งปี 2565 จะพบว่า ยางทุกชนิดยังมีราคาสูงกว่าราคาประกันรายได้ที่รัฐบาลช่วยอยู่

“เป็นภาวะตลาดในช่วงสั้นเท่านั้น เท่าที่ตรวจสอบเป็นผลมาจากช่วงต้นเดือนมิถุนายนมีฝนตกมาก ไม่สามารถกรีดยางได้ แต่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งซื้อยางเพื่อส่งมอบจึงไล่ซื้อดันราคาสูงขึ้นไป แต่พอมาถึงปลายเดือนมิถุนายน สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติจึงเป็นการปรับฐานราคาลงมา”

กทย.ได้ประชุมหารือกับผู้ประกอบการยางเพื่อวางมาตรการดูแลราคายางแล้ว โดยขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการ 3-4 ราย เข้าไปช่วยกันรับซื้อน้ำยางไว้ก่อน เพื่อลดภาวะการแกว่งตัวของราคา และยังมีโครงการชะลอขายยางของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยให้เงินอุดหนุนกับสถาบันเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการรับซื้อยางกับเกษตรกรรายย่อย หรือสมาชิกของสถาบัน

รวมถึงโครงการสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ (ยางแห้ง) วงเงิน 20,000 ล้านบาท ชดเชยดอกเบี้ยในอัตราที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี เพื่อช่วยเหลือเรื่องต้นทุนการผลิต “โครงการเหล่านี้จะสามารถลดซัพพลายออกจากตลาดได้ ราคายางคงปรับตัวดีขึ้นไม่ช้า ส่วนการส่งออกยางปีนี้คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 8% โดยช่วงครึ่งปีหลังการส่งออกยางน่าจะปรับตัวดีขึ้น”

ด้าน นายพงษ์นเรศ วนสุวรรณกุล นายกสมาคมน้ำยางข้นไทย กล่าวว่า หลายประเทศทั่วโลกปลดล็อกจากโควิด-19 ส่งผลความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ทำจากน้ำยาง เช่น ถุงมือยาง-หน้ากากอนามัยลดลง ทำให้ราคาของน้ำยางปรับคืนสู่สมดุล ส่วนราคาของผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ เช่น ขี้ยาง คงที่ 40-50 บาทมานานแล้ว สาเหตุที่ไม่ขึ้นไปมากกว่านั้นเพราะสามารถเก็บสต๊อกไว้ได้นาน ไม่เหมือนกับน้ำยาง

ดังนั้นราคาน้ำยางจึงเคลื่อนไหวมาก ขณะที่นายอดิศักดิ์ กองวารี อุปนายกสมาคมผู้ผลิตถุงมือยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมรถยนต์ ถุงมือยาง หรือการผลิตเส้นด้ายยางยืด ทำหน้ากากอนามัย “มีความต้องการลดลงและยังมีสินค้าทดแทนเข้ามา” เช่น ยางสังเคราะห์และพลาสติก เข้ามาแย่งส่วนแบ่งในท้องตลาดอีก

ดังนั้น วิธีที่จะช่วยให้ราคาน้ำยางเพิ่มสูงจึงขึ้นอยู่ที่การสนับสนุนของภาครัฐช่วยผู้ประกอบการไทยในการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าน้ำยาง เสริมความสามารถในการแข่งขันระยะยาวมากกว่า

บริดจสโตนกลัวยางลักลอบ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความผันผวนของราคายางในประเทศปรากฏ บริษัท บริดจสโตน เนเชอรัล รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกประกาศฉบับที่ 01/2565 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เรื่อง ยางแผ่นดิบที่มีแหล่งที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน มีสาระสำคัญอยู่ที่ การปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายการจัดซื้อ (ยาง) อย่างยั่งยืนของบริดจสโตน

หรือ Global Sustainable Procurement Policy หรือการไม่รับซื้อยางแผ่นดิบที่ไม่ผ่านขั้นตอนอย่างถูกต้องตามกฎหมายในทุกกรณี รวมทั้งไม่สนับสนุนให้คู่ค้า (ของบริษัท) รับซื้อยางแผ่นดิบจากประเทศเพื่อนบ้านที่ผิดกฎหมายและนำยางดังกล่าวมาส่งหรือขายให้กับบริษัทด้วย

“เราต้องการแจ้งเตือนซัพพลายเออร์เรื่องยางแผ่นดิบที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะฝั่งเมียนมาโซนมะริด-ทวายที่เริ่มเปิดกรีดและจะส่งเข้ามาทางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์-กาญจนบุรี-ระนอง ในรูปของยางก้อนถ้วย-ยางแผ่นดิบ ตอนนี้เริ่มมีกระแสข่าวว่าจะลักลอบนำเข้ามาขาย เนื่องจากราคายางในไทยมีแนวโน้มสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน บริษัทมีจุดยืนไม่สนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมาย จึงได้แจ้งเตือนขอความร่วมมือให้ซัพพลายเออร์ทุกรายเฝ้าระวังไว้ก่อน

จากปกติบริษัทจะรับซื้อยางแผ่นดิบจากสหกรณ์การเกษตร และทางสหกรณ์ก็จะรับซื้อมาจากบริษัทผู้รวบรวมยางอีกทีหนึ่ง ดังนั้นจากนี้ไปเราจะมีการวางมาตรการการตรวจสอบดูแล หากพบว่ารายใดลักลอบนำเข้ายางที่ไม่ได้คุณภาพและผิดกฎหมายก็จะไม่รับซื้อยางจากรายนั้น” รายงานข่าวจากบริษัทบริดจสโตน

แนะ กยท.หยุดราคายางไหลลง

ด้าน นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การลักลอบนำเข้ายาง “แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย” เพราะผิดกฎหมาย และนำเข้ามาก็ไม่มีใครซื้อ ทางโรงงานผู้ผลิตล้อยางจะมีการควบคุมมาตรฐานอย่างเข้มข้นอยู่แล้ว

จากปัจจุบันตลาดยางของไทยพึ่งพาการส่งออกประมาณ 85% ส่วนตลาดในประเทศมีอยู่ประมาณ 15% เป็นการส่งให้กับโรงงานล้อยาง ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ประกาศของบริษัทบริดจสโตนมีผลต่อการกดราคารับซื้อยางหรือไม่นั้น

กรณีนี้ก็ “อาจจะเป็นไปได้” เพราะราคายางไทยปรับสูงขึ้นก่อนหน้านี้ ราคาที่ส่งให้กับบริษัทผู้ผลิตยางล้อ ซึ่งเป็นยางแผ่นรมควันอัดก้อน ในปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 65-70 บาท/กก. สูงขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ประมาณ 50-60 บาท/กก. ขณะที่สถานการณ์ราคายางประเทศเพื่อนบ้านต่ำกว่ายางไทย

โดยเฉพาะเมียนมาก็พอจะมีการผลิตยางอยู่บ้าง แต่คุณภาพยังไม่ดี ราคาจึงต่ำกว่ายางประเทศไทย 3-5 บาท/กก. แต่เอกชนไทยมียางผลิตเพียงพออยู่แล้ว การขออนุญาตนำยางจากนอกประเทศเข้ามาแล้วก็จะต้องนำมาปรับปรุงคุณภาพ ซึ่งต้นทุนเท่ากับการซื้อยางในประเทศไทย

ส่วนสถานการณ์ราคายางพาราที่ปรับลดลงขณะนี้มองว่า เป็นเฉพาะน้ำยางและน่าจะเป็นภาวะการปรับฐานราคาลดลงระยะสั้นเท่านั้น “จากนั้นราคายางจะทรงตัว” จากก่อนหน้านี้สถานการณ์ราคายางปรับสูงขึ้นผิดปกติ เพราะกลไกตลาดบิดเบี้ยวจากปัญหาโควิด-19 ทำให้ความต้องการใช้ถุงมือยางที่เพิ่มขึ้น ดันราคาน้ำยางข้นปรับสูงขึ้นไปมาก จน “แซง” ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ถึง กก.ละ 10 บาท

จากปกติที่จะ “ต่ำกว่า” ยางแผ่น กก.ละ 5 บาท แต่วันนี้โควิด-19 คลี่คลาย ความต้องการใช้ถุงมือลดลง สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ หรืออาจจะเรียกว่าเป็นการปรับฐานราคา โดยน้ำยางปรับลดลงมาสู่ระดับ 52 บาท/กก., ยางแผ่นจาก 68 บาท เหลือ 64 บาท/กก. และยางก้อนถ้วย 42-48 บาท วันนี้อยู่ที่ 47 บาท/กก.

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยผลิต “ยางก้อนถ้วย” คิดเป็นสัดส่วนมากที่สุด 55% ที่ใช้สำหรับผลิตยางแท่ง STR 20 ซึ่งจะนำไปใช้ผลิตล้อยาง รองลงมาคือ ยางแผ่นรมควันชั้นสาม (RS3) สัดส่วน 25% และน้ำยางข้น 20% ที่สำหรับใช้ผลิตถุงมือยาง โดยยางแผ่นจะมีราคาสูงสุด รองลงมาคือน้ำยาง และยางก้อนถ้วย ซึ่งราคาจะห่างกัน กก.ละ 5 บาท

สอดคล้องกับ นายหลักชัย กิติพล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยฮั้ว ยางพารา จำกัด (มหาชน) มองว่า ปีนี้ภาพรวมการส่งออกยางจะขยายตัว 10% ในเชิงมูลค่า ส่วนปริมาณอาจจะลดลง 1-5% จากการที่จีนได้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ประเทศแล้วก็กลับมาซื้อยางอีก นับเป็นเป็นสัญญานที่ดีและมีอิทธิพลต่อราคาน้ำยางในตลาดโลกมาก

เพราะจีนเป็นผู้ใช้หลัก และด้านซัพพลายยางเทียมในตลาดโลกจะ “ลดลง” ภายหลังจากยุโรปและกลุ่มประเทศ G7 ประกาศแซงก์ชั่นรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตยางเทียม “แนวโน้มราคายางก็น่าจะค่อย ๆ ดีขึ้น” จากก่อนหน้านี้ที่ราคาน้ำยางข้นลงเร็วผิดปกติ

“กยท.ควรหยุดการไหลลงของราคายางให้เร็วขึ้น เพราะไม่ใช่เพียงเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการที่สต๊อกยางไว้ปริมาณมากจะขาดทุนสต๊อก แต่การหยุดราคาลงจะช่วยสร้างความมั่นใจกับผู้ซื้อ เพราะหากราคายางลดลงมาก ๆ ผู้ซื้อจะไม่กล้าซื้อ คนขายก็ไม่กล้าออฟเฟอร์ราคาแพง ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยมีส่วนแบ่งการตลาดน้ำยางถึง 80% ถือว่าเยอะที่สุดแล้ว เวียดนาม และมาเลเซีย มีอยู่บ้างแต่น้อย

ส่วนตลาดในประเทศมีสัดส่วนประมาณ 17% เอกชนจะส่งขายให้กับโรงงานล้อยาง และเท่าที่ทราบโรงงานล้อยางรับออร์เดอร์ไปจนถึงสิ้นปีแล้ว ส่วนประเด็นการลักลอบนำเข้ายางเพื่อนบ้านเป็นสิ่งที่เอกชนไม่มีใครกล้าทำเพราะผิดกฎหมาย หรือการขออนุญาตนำเข้าจากเพื่อนบ้านท้ายที่สุดก็ต้องมาบวกเงิน CESS ซึ่งเมื่อบวกแล้วต้นทุนใกล้เคียงกับราคายางที่ซื้อในประเทศ” นายหลักชัยกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำยางสด ยางพารา