เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดฉากเอเชียนเกมส์ ไอจิ-นาโกย่า เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงร่วมขบวนทัพนักกีฬาไทย
Biz Movement เปิดฉากเอเชียนเกมส์ ไอจิ-นาโกย่า เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงร่วมขบวนทัพนักกีฬาไทย
‘ศุภวุฒิ’ ฉายภาพเศรษฐกิจไทยป่วยเรื้อรัง แนะยกเครื่องการศึกษา-รัฐราชการ
Economic ‘ศุภวุฒิ’ ฉายภาพเศรษฐกิจไทยป่วยเรื้อรัง แนะยกเครื่องการศึกษา-รัฐราชการ
อสังหาฯ-โรงแรม เสี่ยงเป็น “บริษัทผีดิบ”
Columns อสังหาฯ-โรงแรม เสี่ยงเป็น “บริษัทผีดิบ”
ไทย-อินเดียขยับเกมใหม่ จาก “ค้าขาย” สู่ “ร่วมลงทุน” 5-6 บริษัทไทยสนใจแล้ว
Economic ไทย-อินเดียขยับเกมใหม่ จาก “ค้าขาย” สู่ “ร่วมลงทุน” 5-6 บริษัทไทยสนใจแล้ว
พาณิชย์ ดัน GI ขึ้นโต๊ะอาหาร ปั้นเมนูท้องถิ่นเชื่อมร้านไทยสู่ Thai SELECT
Economic พาณิชย์ ดัน GI ขึ้นโต๊ะอาหาร ปั้นเมนูท้องถิ่นเชื่อมร้านไทยสู่ Thai SELECT
NT จับมือ MEAei เร่งสปีดสถานีฟาสต์ชาร์จมอเตอร์ไซค์ EV
Biz Movement NT จับมือ MEAei เร่งสปีดสถานีฟาสต์ชาร์จมอเตอร์ไซค์ EV
SIRI เปิดประตูสู่ตลาดทุนโชว์ผลสำเร็จเสนอขาย ‘หุ้นกู้ดิจิทัล’ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยดันต้นทุนขยับ
Finance SIRI เปิดประตูสู่ตลาดทุนโชว์ผลสำเร็จเสนอขาย ‘หุ้นกู้ดิจิทัล’ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยดันต้นทุนขยับ
CPF ต่อยอดคอนเน็กซ์ อีดี ปูทางความยั่งยืนนำร่อง 23 โรงเรียน
SD CPF ต่อยอดคอนเน็กซ์ อีดี ปูทางความยั่งยืนนำร่อง 23 โรงเรียน
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร พระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร พระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
จากกลีบดอกไม้สู่โรงแรมแฟร์มอนท์แบงคอก สุขุมวิท
Biz Movement จากกลีบดอกไม้สู่โรงแรมแฟร์มอนท์แบงคอก สุขุมวิท
ดูทั้งหมด

สพฐ. ยันไม่เลื่อนเปิดเทอม 1 พ.ย. สั่งทุกเขตรับมือน้ำท่วม-วางแผนฉีดวัคซีน

29 ก.ย. 2564 | 17:10น.
นักเรียน-โรงเรียน

สพฐ.สั่งสถานศึกษาเตรียมรับมือน้ำท่วม วางแผนฉีดวัคซีนนักเรียนให้ได้ 85% ยืนยันไม่เลื่อนเปิดเทอม 1 พ.ย. ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต ทำตารางเวลาเตรียมแผนเปิดเรียนทั่วประเทศ 

วันที่ 29 กันยายน 2564 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานในการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั่วประเทศ ผ่านระบบ Video Conference เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และสาธารณภัยจากเหตุอุทกภัย โดยพายุ “เตี้ยนหมู่” โดยกำชับเน้นย้ำการเฝ้าระวังภัยในช่วงฤดูฝน พร้อมทั้งสำรวจและรายงานความเสียหายที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย รวมถึงชี้แจงแนวทางการให้บริการการฉีดวัคซีนไฟเซอร์สำหรับนักเรียนอายุ 12 ปี ขึ้นไป ที่ศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า และหลักเกณฑ์การเปิดโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 32)

นายอัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า เรื่องสำคัญที่อยากเน้นย้ำให้ผู้อำนวยการเขตฯ ทำอย่างเร่งด่วนในตอนนี้คือการดูแลตรวจสอบหลังจากเกิดอุทกภัย ว่ามีความเสียหายในพื้นที่อย่างไรบ้าง หรือมีอะไรที่ต้องปรับปรุงซ่อมแซม และอยากให้ทุกเขตฯ รายงานสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันของแต่ละพื้นที่ให้ทาง สพฐ. ได้รับทราบ เพื่อจะได้เป็นข้อมูลในการดูแลช่วยเหลือได้ โดยสามารถใช้ช่องทางแอปพลิเคชันไลน์ เพื่อความสะดวกในการส่งรายงาน ซึ่งนอกจากเรื่องของอุทกภัยแล้วให้ระวังเรื่องของดินถล่มด้วย หากประเมินสถานการณ์ว่าไม่ปลอดภัยก็ให้นักเรียนเรียนอยู่ที่บ้านได้ 

ครู-นักเรียนต้องรับวัคซีน 85% 

ในเรื่องของการฉีดวัคซีนนักเรียน ช่วงระยะเวลานี้อยู่ในระหว่างการสำรวจรายชื่อนักเรียนที่ประสงค์จะฉีดวัคซีน ซึ่งเราจำเป็นต้องได้รับความประสงค์ฉีดวัคซีนถึง 85%  จึงจะทำให้มีความปลอดภัยสูงเพียงพอสำหรับการเปิดเรียนแบบ On Site ซึ่งนอกจากนักเรียนแล้ว คุณครูก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีนถึง 85% เช่นเดียวกัน ดังนั้นต้องติดตามกำกับทั้งนักเรียน คุณครู และบุคลากรในโรงเรียน ให้ได้รับวัคซีนอย่างครบถ้วน โดยต้องประสานกับสาธารณสุขจังหวัดในการดำเนินการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคมเป็นต้นไป

ส่วนการให้บริการวัคซีนสำหรับนักเรียนที่เรียนในกรุงเทพฯ แต่กลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด นักเรียนสามารถยื่นความประสงค์ขอฉีดวัคซีนนอกเขตบริการได้ และวัคซีนที่จะฉีดให้นักเรียนมีตัวเดียวคือไฟเซอร์ ดังนั้นขอให้โรงเรียนทำความเข้าใจกับผู้ปกครองในส่วนนี้ 

นอกจากนี้ หากมีจังหวัดใดที่เกิดเหตุน้ำท่วมแล้วสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายภายในวันที่ 4 ตุลาคม ขอให้ทางเขตฯ วางแผนการฉีดวัคซีนร่วมกับศึกษาธิการจังหวัดและสาธารณสุขจังหวัดอย่างใกล้ชิด พร้อมกับรณรงค์ให้คำแนะนำนักเรียนว่าเมื่อฉีดวัคซีนแล้ว นักเรียนต้องปฏิบัติตนอย่างไร หรือต้องมีการเตรียมตัวก่อนฉีดอย่างไร จึงจะทำให้การฉีดวัคซีนบรรลุวัตถุประสงค์ตามเราที่ตั้งใจไว้ 

ซึ่งตอนนี้กระแสสังคมเรียกร้องการเปิดเรียนแบบ On Site อย่างมาก การฉีดวัคซีนจึงถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ ดังนั้นคนที่มีความสำคัญกับเด็กมากที่สุดคือครูประจำชั้นและครูที่ปรึกษาที่จะให้คำแนะนำกับนักเรียนได้ดีที่สุด ด้วยความร่วมมือกับผู้ปกครองของนักเรียน

ยันยันไม่เลื่อนเปิดเทอม

สำหรับการเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 พฤศจิกายน ในขณะนี้เป็นที่แน่นอนว่าเราจะไม่เลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 2 โดยจะเปิดเรียนตามปกติในวันที่ 1 พฤศจิกายน

อย่างไรก็ตาม ขอให้ ผอ.เขตทุกเขตทำตารางเวลาสำหรับการเตรียมพร้อมเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 พฤศจิกายนว่าจะมีขั้นตอนกระบวนการในการเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง เช่น สัปดาห์ที่ 1 วางแผนว่าจะทำอะไรบ้าง และสัปดาห์ต่อๆ ไปจะทำอะไร โดยจะเชื่อมโยงกับแผนการฉีดวัคซีน พร้อมกับการยื่นขออนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด ซึ่งเชื่อว่าทุกคนมีแผนอยู่แล้วแต่อยากให้เขียนออกมาให้ชัดเจนว่าโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ของเราจะสามารถเปิดเรียนได้กี่โรงเรียน

โดยการเปิดเรียนในเดือนพฤศจิกายนนี้ มีโรงเรียน 2 แบบ คือ 

แบบที่ 1 โรงเรียนพักนอน ซึ่งเด็กกับครูอยู่ในโรงเรียนทั้งหมด ให้ดำเนินการในลักษณะของโรงเรียน sandbox แบบ 100% 

แบบที่ 2 คือ โรงเรียนไป-กลับ จะต้องใช้จำนวนการฉีดวัคซีนเป็นตัวตั้ง ซึ่งกำหนดไว้อยู่ที่ 85% ทั้งในส่วนของนักเรียน ครู และบุคลากร รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าที่มาขายของในโรงเรียนด้วย 

แต่ในส่วนของโรงเรียนระดับประถมศึกษา จากข้อมูลการวิจัยพบว่าเด็กอนุบาลถึงระดับประถมศึกษา มีโอกาสยากมากที่จะติดเชื้อแล้วเกิดอาการร้ายแรง ดังนั้นการเปิดเรียนของเด็กชั้นอนุบาลและประถมศึกษา จึงไม่อยู่ในเงื่อนไขของการฉีดวัคซีนให้ถึง 85% แต่จะเป็นเงื่อนไขด้านความปลอดภัยเป็นที่ตั้ง จึงขอให้ทางโรงเรียนทำการประเมินตนเองและวางแผนการเปิดได้เลย

“ในวันนี้เมื่อสถานการณ์โควิด-19 มาถึง มีปัญหาอุปสรรคเกิดขึ้นหลายอย่าง รวมถึงการที่มีเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา เมื่อมีคำถามจากสังคมว่าเราจะมีวิธีการดูแลช่วยเหลือเยียวยาเด็กเหล่านั้นอย่างไร จึงต้องไปดูเรื่องการจ่ายเงินเยียวยา 2,000 บาท ซึ่งการจ่ายเงินตรงนี้จะสามารถประเมินได้ว่านักเรียนมีชื่อในทะเบียนหรือไม่ หรือหากจัดสรรไปแล้วหาตัวเด็กไม่เจอ ก็จะพบเด็กที่หายไปจากระบบ รวมถึงเด็กที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนแต่ไม่เคยมาโรงเรียน ก็จะเป็นข้อมูลให้ผอ.โรงเรียนหรือครูประจำชั้นได้ทำการสำรวจและประเมินความเสี่ยงของนักเรียน ว่ามีเด็กกี่คนที่อยู่ในกลุ่มปลอดภัยสามารถมาเรียนได้ปกติ มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี หรือมีเด็กกี่คนที่อยู่ในความยากลำบาก ต้องได้รับการช่วยเหลือจึงจะสามารถมาเรียนได้ และมีอีกกี่คนที่อยู่ในห้วงอันตรายต้องได้รับการเข้าไปแก้ไขโดยเร่งด่วน ซึ่งเราสามารถช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ได้อย่างหลากหลายวิธีโดยการร่วมมือกันของทุกฝ่าย” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การศึกษา โรงเรียน