เสียงสะท้อนรับเปิดเทอม กลุ่มนักเรียนขออิสระไว้ทรงผม

เสรีทรงผม

เสียงสะท้อนรับเปิดเทอม กลุ่มนักเรียนเรียกร้องให้มีการยกเลิกระเบียบทรงผม-ให้อิสระกับนักเรียนไทย ด้านกระทรวงศึกษาฯ ย้ำเปิดกว้างให้โรงเรียนออกกฎระเบียบตามความเหมาะสม

วันที่ 17 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (16 พฤษภาคม) เฟซบุ๊กเพจ “นักเรียนเลว” ได้เผยภาพชุดการขึ้นป้ายที่มีข้อความว่า “เสรีทรงผม” บนผืนผ้าสีขาวปรากฏอยู่หน้าโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ พร้อมกับเขียนข้อความเชิญชวนให้ทุกคนร่วมติดแฮชแท็ก #เสรีทรงผม เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกระเบียบทรงผม ให้อิสระกับนักเรียนไทย

เพจนักเรียนเลวระบุว่า “เสรีทรงผม” บนผืนผ้าสีขาวปรากฏอยู่หน้าโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องให้มีการยกเลิกระเบียบทรงผม ให้อิสระกับนักเรียนไทยในการไว้ผมทรงใดก็ได้ ตัดผมทรงใดก็ได้ ทำผมแบบไหนก็ได้ไปเรียน ทุกวันนี้ยังมีโรงเรียนอีกหลายโรงเรียนที่บังคับนักเรียนให้ตัดผมสั้น บังคับให้นักเรียนทำผมในทรงที่เราไม่ต้องการ มันควรพอได้แล้วหรือยังกับระเบียบล้าหลังคร่ำครึที่ไร้ซึ่งเหตุผล ทรงผมบนหัวเรา เป็นสิทธิของเรา คนที่ควรได้กำหนดทรงผมบนหัวเราก็ต้องเป็นเรา มาร่วมกันติดแฮชแท็ก #เสรีทรงผม เพื่อทวงคืนสิทธิในเส้นผมของพวกเรากลับคืนมา

เพจนักเรียนเลวระบุอีกว่า สิทธิในเนื้อตัวร่างกายเป็นสิทธิที่ทุกคนพึงมี ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ จะไว้ผมสั้นหรือผมยาว แต่งตัวอย่างไร แต่งหน้าหรือไม่ เจ้าตัวเป็นผู้มีสิทธิเลือก ทว่าในโรงเรียนไทยยังคงมีการละเมิดสิทธิในเนื้อตัวร่างกายนักเรียนมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องกฎทรงผมที่แสนจะล้าหลังและเป็นปัญหามานานปี

ในขณะนี้บางโรงเรียนยังคงบังคับนักเรียนตัดผมเกรียน และตัดผมสั้นเท่าติ่งหูอยู่ หากนักเรียนไม่ยอมตัด ก็จะถูกลงโทษ บางครั้งก็ถูกคุณครูจับตัดผมหรือกล้อนผม ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย ขัดกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนข้อที่ 3 ที่ว่า “ทุกคนมีสิทธิในการมีชีวิต เสรีภาพ และความมั่นคงแห่งบุคคล” และรัฐธรรมนูญ มาตรา 28 ที่ว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การกระทำอันใดอันกระทบกระเทือนต่อสิทธิหรือเสรีภาพในชีวิตหรือร่างกายจะกระทำมิได้ เว้นแต่มีเหตุตามที่กฎหมายบัญญัติ”

แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีคือ บางโรงเรียนเริ่มผ่อนผันกฎทรงผม อนุญาตให้นักเรียนไว้ผมยาวได้ แต่ก็ยังคงมีกฎระเบียบบังคับอยู่ เช่น ต้องมัดผม ต้องผูกโบ หรือกำหนดความยาวของเส้นผม ซึ่งกฎเหล่านี้ก็ยังคงเป็นการละเมิดสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของนักเรียนอยู่ดี ทางแก้ปัญหาไม่ใช่การแก้กฎ แต่เป็นการยกเลิกกฎทรงผมต่างหาก นักเรียนไทยจะต้องสามารถทำผมทรงอะไรก็ได้ จะดัด จะทำสี หรือจะตัดสั้น ตามความสมัครใจของเจ้าตัวโดยไม่ต้องมีกฎมาบังคับ เพราะเส้นผมบนศีรษะใคร ย่อมเป็นสิทธิของคนคนนั้น ผู้อื่นไม่มีสิทธิมาบังคับ

จนถึงบัดนี้ก็ยังคงไม่เข้าใจว่าเหตุใดเส้นผมบนศีรษะนักเรียน ถึงทำให้คุณครูและผู้ใหญ่ในกระทรวงเดือดร้อนนัก การเรียกร้องสิทธิเกี่ยวกับทางผมนักเรียนมีมานานแล้ว แล้วทำไมผู้มีอำนาจถึงยังนิ่งเฉยอยู่อีก ทรงผมบนศีรษะนักเรียนไม่ได้ฆ่าใครตาย ไม่ได้ทำให้ประเทศเกิดปัญหา แล้วทำไมไม่ยกเลิกไปเสียที คงไม่ยากเกินกำลังของผู้ใหญ่ในการสร้างความมั่นใจในตนเองและคืนสิทธิในเนื้อตัวร่างกายให้เด็กหรอก เราพูดซ้ำมาล้านครั้งแล้ว แต่เราจะพูดอีก จนกว่าผู้ใหญ่จะฟังเสียงของเราจริง ๆ เสียที เราต้องการเสรีทรงผม !

ตรีนุช เปิดกว้าง เสรีทรงผม

มติชนรายงานว่า นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563 ก็เปิดกว้างเรื่องทรงผมอยู่แล้ว โดยระเบียบดังกล่าว กำหนดให้สถานศึกษาแต่ละแห่งสามารถออกระเบียบให้สอดคล้องกับบริบทของตน ซึ่งการออกระเบียบเรื่องทรงผมนั้น คณะกรรมการสถานศึกษา ครู และนักเรียน มีส่วนร่วมกำหนดระเบียบสถานศึกษาร่วมกัน

Advertisement

ดังนั้นสถานศึกษาแต่ละแห่งจะมีระเบียบที่แตกต่างกันตามบริบทของตน เช่น โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง กรุงเทพมหานคร ที่กำหนดระเบียบทรงผม โดยให้อิสระกับนักเรียน เป็นต้น

ทั้งนี้ แม้นโยบายจะไม่ปิดกั้น แต่ในบางโรงเรียนอาจยังยึดตามระเบียบทรงผมเดิมคือ หากพบเด็กไว้ผมยาวผิดระเบียบอาจจะลงโทษตัดผม กล้อนผมนักเรียน ซึ่ง ศธ.ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยที่จะมีการลงโทษนักเรียนในลักษณะนี้ และไม่มีมาตรการให้ลงโทษเด็กถึงขั้นรุนแรงจนกระทบการเรียนการสอนของเด็ก จึงอยากให้สถานศึกษาพูดคุยทำความเข้าใจกับนักเรียนให้มากขึ้น

@ทรงผม-ไปรเวต เป็นเรื่องละเอียดอ่อน

ดร.ภูมิสิษฐ์ สุคนธวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนโพธิสารพิทยากร กล่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับโพธิสารฯ พร้อมให้อิสระนักเรียนในเรื่องทรงผม นักเรียนจะไว้ทรงผมยาวหรือสั้นก็ได้ตามความเหมาะสม ขณะเดียวกันก็อยู่ในช่วงวางแผนให้เด็กสามารถแต่งชุดไปรเวตมาเรียนได้ แต่ทั้งนั้นอยู่ในช่วงวางแผนเพราะหากอนุญาตให้มีการแต่งไปรเวต อาจจะมีประเด็นเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเสื้อผ้าตามมา

“ผมคิดว่าค่อนข้างละเอียดอ่อน เราต้องวางแผนบริหารจัดการให้ดี ต่อไปนี้การศึกษาไทยจะไม่เหมือนเดิมแน่นอน นักเรียนจะได้รับอิสระมากขึ้น แต่ขึ้นอยู่กับผู้บริหารสถานศึกษา ว่ามีความพร้อมหรือความเข้าใจคนรุ่นใหม่มากน้อยแค่ไหน เราต้องเปิดรับฟังความเห็นคนรุ่นใหม่ ทั้งบุคลากรในสถานศึกษา ทั้งนักเรียนไม่เช่นนั้นจะล้าหลัง”