คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เปิดหลักสูตรใหม่ “เทคโนโลยีเมตาเวิร์สและการประยุกต์ใช้” สำหรับบุคคลทั่วไป เรียน 30 ชั่วโมง การันตีเรียนจบสามารถสร้างโลกเสมือนได้เอง
วันที่ 1 สิงหาคม 2565 รองศาสตราจารย์ ดร.กฤษฎา พนมเชิง อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าปัจจุบัน เทคโนโลยีพร้อมที่จะพาเราเข้าสู่ยุคของ Metaverse เต็มตัวแล้ว แต่สิ่งที่ยังไม่พร้อมคือ “คนสร้างโลกเสมือน” เราต้องการกำลังคนมหาศาลที่จะมาสร้างโลก Metaverse และเปลี่ยนโลกไปในทางที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ Metaverse (เมตาเวิร์ส) เป็นที่รู้จัก และกล่าวถึงอย่างกว้างขวางตั้งแต่ Mark Zuckerberg CEO ของ Facebook ประกาศใช้ Metaverse เป็นแพลตฟอร์มในการสร้างโลกเสมือนจริง แต่จริงๆ แล้ว Metaverse ไม่ใช่ของใหม่ หากแต่เป็นโลกที่เราคุ้นอยู่กันอยู่แล้ว เพราะชีวิตของเราอยู่กับเทคโนโลยีแทบจะตลอดเวลา ไม่ว่าจะที่ทำงาน พูดคุยกับเพื่อนผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเล่นเกม
เราล้วนอยู่ในอีกโลกหนึ่ง ที่ไม่ใช่โลกที่เรากำลังอาศัยอยู่จริง ๆ ซึ่ง Facebook เองก็เป็น Metaverse เช่นกัน เราคุยกับเพื่อน ไลฟ์สด และทำอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างในนั้น ก็เสมือนกับว่าเราอยู่ในโลกอีกโลกหนึ่ง
“ผมยกตัวอย่าง นิยามลักษณะ Metaverse แบบเข้าใจง่าย ๆ คือ สามารถเข้าไปอยู่ได้นาน ๆ เข้าไปแล้ว มีความสุข มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นภาพ 3 มิติ สามารถเป็น 2 มิติ หรือไม่ต้องเป็นภาพเลยก็ได้”

รศ.ดร.กฤษฎากล่าวต่อว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เราได้เห็นการนำเทคโนโลยีมาเชื่อมต่อชีวิตให้ดำเนินไปอย่างเป็นปกติใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการแพทย์ทางไกล การเรียนการสอนออนไลน์ การจัดงานสัมมนาออนไลน์ และโลกเสมือน Metaverse ก็เป็นอีกหนึ่งหนทางที่ช่วยเชื่อมต่อผู้คนในโลกที่มีความหลากหลายด้วย Metaverse
เราสามารถไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ รับชมภาพจิตรกรรมของศิลปินระดับโลกได้อย่างใกล้ชิดโดยไม่ต้องนั่งเครื่องบินหรือกังวลเรื่องเวลาปิด-เปิดพิพิธภัณฑ์ Metaverse ช่วยขยายขอบฟ้าแห่งการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเรียนทำอาหาร เรียนการผ่าตัดด้วยห้องผ่าตัดเสมือนจริง หรือเดินทางเข้าป่า (เสมือน) เพื่อศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศ
“ในด้านการเรียนการสอน Metaverse ช่วยลบข้อจำกัดหลายอย่าง ไม่ว่าความเสี่ยงการติดโรคระบาด ระยะเวลาการเดินทางและค่าใช้จ่าย อุปกรณ์ การเห็นของจริง ที่เป็นไปได้ยากในโลกความเป็นจริง สามารถเกิดขึ้นได้ในโลกเสมือน”
“แม้ปัจจุบัน Metaverse จะเอื้อให้คนเราปฏิสัมพันธ์กันแบบที่ใกล้เคียงกับการได้มาเจอกันจริง ๆ หรือได้ไปสถานที่นั้น ๆ จริง ๆ แต่ก็ยังแค่ “เสมือน” นักวิจัยยังคงพยายามพัฒนาให้ประสบการณ์ในโลก Metaverse มีความใกล้เคียงกับความจริงมากขึ้น ซึ่งตอนนี้เทคโนโลยีหลายอย่าง เช่น แว่น Oculus ถุงมือ หรืออุปกรณ์ควบคุม ก็ทำให้เรารู้สึกได้เทียบเท่าของจริงมากขึ้นแล้ว เชื่อว่าในอนาคต ประสบการณ์ใน Metaverse อาจจะดีกว่าของจริงก็เป็นได้”

รศ.ดร.กฤษฎากล่าวเพิ่มเติมว่า ยังมีอีกหลายเรื่องราวในโลกที่รอให้เทคโนโลยี Metaverse ช่วยเสริมประสบการณ์ชีวิตและการเรียนรู้ ดังนั้นเนื้อหาในหลักสูตร “เทคโนโลยีเมตาเวิร์สและการประยุกต์ใช้” จะเน้นให้ผู้เรียนสามารถสร้าง Metaverse ได้ โดยแบ่งสาระและปฏิบัติการเป็น 3 ส่วน ได้แก่
1.สร้างโมเดล เมื่อมีเนื้อหาที่ต้องการจะนำเสนอใน Metaverse แล้ว จุดแรกที่ต้องทำคือการสร้างโมเดล ซึ่งในหลักสูตรนี้จะสอนการสร้างโมเดล 3 มิติ ด้วยโปรแกรม Blender ซึ่งเป็นโปรแกรมฟรี ที่สามารถสร้างโมเดลและภาพเคลื่อนไหวได้มีคุณภาพค่อนข้างดี
2.รวมโมเดลเอาไว้ในโลกเดียวกัน คือการรวบรวมโมเดลเข้ามาอยู่ในแอปพลิเคชั่น โดยใช้โปรแกรม Unity โมเดลที่เราได้สร้างเอาไว้ทั้งหมดก็จะกลายเป็นโลกใบหนึ่งได้แล้ว
3.เชื่อมต่อโลกกับอุปกรณ์ เมื่อเราได้โลกใบหนึ่งแล้ว เราต้องทำการเชื่อมโลกของเราเข้ากับอุปกรณ์ โดยอุปกรณ์ที่ใช้เรียนในหลักสูตรนี้จะใช้ แว่น Oculus หรือแว่น VR (Virtual Reality) ซึ่งจะเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้สามารถเข้าถึงโลกที่สร้างขึ้นมาเองกับมือได้นั่นเอง
ตลอดระยะเวลา 30 ชั่วโมงในการเรียนหลักสูตร เทคโนโลยีเมตาเวิร์ส และการประยุกต์ใช้ ผู้เรียนจะได้ความรู้พื้นฐานที่นำไปสร้าง Metaverse ของตัวเองได้จริง ไม่ว่าจะมาจากสาขาอาชีพใด มีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมมาหรือไม่ หลักสูตรนี้จะช่วยให้ผู้เรียนสร้าง Metaverse ที่เป็นโลกของตนเองอย่างน้อย 1 ใบ พร้อมทั้งได้รับใบประกาศเมื่อเรียนจบหลักสูตร
เพื่อนำไปประยุกต์ใช้จริงตามความสนใจของตนแน่นอน ซึ่งขณะนี้มีนักเรียนที่เรียนจบหลักสูตรนี้เรียบร้อยแล้ว 1 รุ่น มีทั้งหมด 25 คน สามารถสร้าง Metaverse ออกมาได้อย่างดี และส่วนมากบอกว่าสามารถทำได้ไม่ยากเลย
อย่างไรก็ตาม ผู้สนใจเรียนหลักสูตร “เทคโนโลยีเมตาเวิร์สและการประยุกต์ใช้” สามารถติดตามรายละเอียดการเปิดรับสมัคร พร้อมค้นหารายวิชาอื่น ๆ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ที่เว็บไซต์ของโครงการ Chula Engineering