“ดีแทค” ผนึก “SIIT” สร้าง “AI Lab” พัฒนา นศ.มืออาชีพ-
ผู้ที่เชี่ยวชาญด้าน AI (artificial intelligence) จะเป็นแรงงานที่ได้รับความต้องการในตลาดแรงงานสูงมากในอนาคต ด้วยเหตุนี้ ดีแทคจึงลงทุนกว่า 12 ล้านบาท พร้อมกับทำงานร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติ
สิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สร้าง AI Lab เพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาด้านธุรกิจให้สัมพันธ์กับการพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ในอนาคต
“ดร.อุกฤษ ศัลยพงษ์” หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ช่องทางการขายและบริหารการบริหารผลการปฏิบัติงานดีแทค กล่าวว่าจุดประสงค์ของการเปิดตัว AI Lab เพื่อผนึกกำลังสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ไม่เพียงแต่นำเสนอประสบการณ์ไร้รอยต่อแก่ลูกค้าทั้งแบบออนไลน์ และในศูนย์บริการ หากยังช่วยคนให้สามารถคิดสร้างสรรค์ได้มากขึ้น เพราะเราใช้ระยะเวลา 2 ปี ในการก่อสร้าง AI Lab แห่งนี้ เพื่อทำให้ดีแทค และ SIIT ได้รับประโยชน์ร่วมกัน
“โดยระยะเริ่มต้น AI Lab จะมุ่งเน้นกระบวนการที่จะช่วยย่นระยะเวลาในการทำงาน โดยใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการทำงาน ตัวอย่างเช่น พัฒนาระบบการยืนยันตัวตน (ID verification system) เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และความรวดเร็วในการประมวลผลการยืนยันการลงทะเบียนซิม เป็นต้น”
“นอกจากนั้น ดีแทคยังจัดหานักวิจัยชั้นนำมาเป็นโค้ชในการพัฒนาความสามารถทางด้านการพัฒนา
อัลกอริทึม และ AI เพื่อจัดการกับความท้าทายทางธุรกิจ ส่วนผู้เชี่ยวชาญจาก SIIT และนักศึกษาจะมีโอกาสทำงานร่วมกับบุคลากรของดีแทค และผู้เชี่ยวชาญ ในการค้นคว้า วิจัย และหาวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากโมเดลธุรกิจของจริง เพื่อฝึกทักษะและใช้ AI ในระดับต่อไป ไม่ใช่แค่การเรียนรู้ว่า machine learning ทำงานอย่างไร”
ดีแทคให้ความสนใจกับ AI เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลง และหลากหลายมากขึ้น การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าจึงมีมากขึ้น โดยลูกค้าดีแทคสร้างชุดข้อมูลจำนวน 1 พันล้านชุดต่อวัน ซึ่ง AI สามารถช่วยบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าได้ โดยปัจจุบันดีแทคใช้แชตบอตในการตอบคำถามของลูกค้า 20% ผ่านทาง Facebook, 30% ผ่านทาง SMS ซึ่งมีอัตราความถูกต้องของการตอบสนองสูงถึง 80% นอกจากนั้น ดีแทคยังใช้ AI สำหรับการแนะนำในแอปพลิเคชั่น และสามารถเพิ่มยอดขายในปัจจุบันได้ถึง 30%
“ศ.ดร.ธนารักษ์ ธีระมั่นคง” อาจารย์สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเสริมว่า AI Lab ช่วยให้เราสามารถเชื่อมโยงนักศึกษากับข้อมูลในโลกแห่งความจริง เพื่อส่งเสริมให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่เข้าใจเหตุการณ์ทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง โดย AI Lab เป็นสถานที่สำหรับทุกคนที่ไม่เพียงแต่ผู้สอนจะสามารถสอนผู้เรียนได้เท่านั้น แต่นักศึกษายังสามารถเรียนรู้จากกันได้อีกด้วย
“AI Lab มีพื้นที่ 140 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนชั้น 1 ของสถาบัน โดยมีรูปแบบเป็น coworking space ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับใช้ความคิด และการระดมสมอง ทั้งยังปรับรูปแบบฟังก์ชั่นการทำงานของห้องได้หลากหลายตามความต้องการ เพราะแนวความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ และไอเดียมีความเป็นโมเดิร์นคล้าย ๆ กับ AI Lab ของประเทศนอร์เวย์”
“ผ่านมามักมีคนถกเถียงกันเรื่อง AI ว่าจะทำให้คนตกงาน แต่ความจริงแล้ว AI มาช่วยผลักดันให้คนพัฒนาทักษะของตนเองให้มากขึ้น ในขณะเดียวกัน ภาคการศึกษาก็ต้องพัฒนาหลักสูตร ที่ทำให้เด็กไม่ได้เรียนแค่ในหนังสือ แต่ต้องออกแบบหลักสูตรที่ทำให้ผู้เรียนคิดเอง เอาไปใช้ และแก้ปัญหาได้”
“เราเชื่อว่า จุดเริ่มต้นจาก Lab เล็ก ๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ จะสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI พร้อมกับช่วยคลี่คลายปัญหาทางด้านธุรกิจและสังคมไปในเวลาเดียวกัน เพราะจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปข้างหน้าที่จะช่วยให้เทคโนโลยีเกิดความยั่งยืน อีกทั้งยังส่งต่อการเรียนรู้ และความเข้าใจให้คนรุ่นใหม่นำสิ่งที่มีอยู่ไปสร้างสรรค์จนเกิดเป็นความคิดใหม่ ๆ ต่อไปในอนาคตด้วย”
“นาฏฤดี อาจหาญวงศ์” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานบริหารทรัพยากรบุคคล ดีแทค กล่าวถึงการสำรวจของ McKinsey & Company Inc. ว่ามีบริษัทในปัจจุบันมากถึง 50% ที่ใช้เทคโนโลยี AI หรือกำลังทดลองใช้ ซึ่ง AI ทำให้งานบางอย่างของมนุษย์หายไป และแน่นอนว่าทำให้เกิดงานใหม่ขึ้น ซึ่งหลาย ๆ งานจะมีลักษณะงานที่เปลี่ยนไปจากผลกระทบของ AI
“AI ทำให้ดีแทคเกิดความท้าทาย 2 อย่าง คือ หนึ่ง ทรานส์ฟอร์มการทำธุรกิจ สอง ทรานส์ฟอร์มคน และองค์กรเพื่อสอดรับกับ AI ซึ่งการทรานส์ฟอร์มคนและองค์กรสำหรับดีแทคไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเรามีพนักงานกว่า 4,000 คนจึงต้องใช้ระยะเวลานาน”
“โดยการทรานส์ฟอร์มคนต้องเริ่มจาก mindset ก่อน ควรมีการรู้จักการตั้งสมมติฐาน กล้าลองผิดลองถูก ถัดมาคือการพัฒนาทักษะพนักงาน โดยที่ดีแทคเราใช้รูปแบบการพัฒนาที่จุดแข็ง (strength-based development) ส่งเสริมให้คนค้นหาตัวเอง และเรามีโปรแกรม 40 hour challenge ที่พนักงานเรียนรู้จาก
แพลตฟอร์มออนไลน์ เรียนวันไหน ที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้”
“ในการสนับสนุนพฤติกรรมใหม่ให้เกิดขึ้นในองค์กร ดีแทคเปลี่ยนวิธีการประเมินผลงาน และให้ผลตอบแทนพนักงาน โดยมุ่งเน้นสิ่งที่พนักงานต้องการ ดีแทคให้พนักงานเรียนรู้สิ่งที่พวกเขาสนใจ ลดการประเมินผลงานประจำปีที่ขึ้นอยู่กับ KPIs”
ถึงแม้ AI จะเป็นขุมพลังในอนาคต แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังคือบุคลากรที่มีความสามารถ และเข้าใจปัญหา จนนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
