เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
Tech เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
Politics ‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
Biz Movement ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
ดูทั้งหมด

สทนช. เปิดแผนจัดการน้ำ 10 โครงการแก้ ท่วม-แล้ง 7 แสน ล.-

25 ต.ค. 2561 | 07:00น.

สัมภาษณ์พิเศษ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กลายเป็นหน่วยงานแห่งใหม่ที่ตั้งขึ้นในรัฐบาลชุดปัจจุบัน เพื่อเป็น “หน่วยงานกลาง” ในการกำกับนโยบายน้ำของประเทศ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คาดหวังไว้ว่า สทนช.จะเป็นแกนกลางในการลดพื้นที่น้ำท่วม น้ำแล้ง และงบประมาณจำนวนมหาศาลที่แก้ปัญหาเรื่องน้ำผ่านหน่วยงานต่าง ๆ “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ถึงสถานการณ์น้ำในปี 2562 การผลักดันโครงการน้ำสำคัญและร่างพระราชบัญญัติน้ำฉบับล่าสุด พร้อมทั้งผลงานที่เป็นรูปธรรมของ สทนช.ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา

สถานการณ์น้ำปีหน้า

ขณะนี้ได้ขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กรมพัฒนาที่ดิน (พด.) ช่วยกันรวบรวมข้อมูลเรื่องของอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 50% ของความจุอ่าง เพื่อวางแผนบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2562 (1 พ.ย. 61-30 เม.ย. 62) ซึ่งก็ได้รับรายงานว่ามีทั้งหมด 8 เขื่อนที่ต้องเก็บน้ำเอาไว้เพื่อการอุปโภคบริโภคเท่านั้น ไม่เพียงพอสำหรับเกษตรกรรม ยกเว้นการปล่อยน้ำต่อเนื่องให้กับพืชที่ปลูกไปแล้วก่อนหน้า โดยเขื่อนทั้ง 8 เขื่อน ประกอบด้วย เขื่อนแม่กวงอุดมธารา, เขื่อนแม่มอก, เขื่อนอุบลรัตน์, เขื่อนมูลบน และเขื่อนกระเสียว ไม่สามารถสนับสนุนการเพาะปลูกได้ ส่วนเขื่อนห้วยหลวง เขื่อนทับเสลา เขื่อนลำนางรอง สามารถสนับสนุนการปลูกพืชใช้น้ำน้อยได้เท่านั้น

ส่วนเขื่อนอุบลรัตน์ด้านท้ายเขื่อนต้องการใช้น้ำจำนวนมาก และพื้นที่เหนือเขื่อนที่น้ำเข้าไม่ถึงด้วย ดังนั้น จึงควรปรับรูปแบบใหม่โดยจะต้องแบ่งชัดเจนว่า ปริมาณน้ำที่มีทั้งหมดจะใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค ระบบนิเวศ อุตสาหกรรมและเกษตรเท่าไหร่ ซึ่งตามแผนการปลูกพืชฤดูแล้งในภาพรวม กระทรวงเกษตรฯจะเคาะแผนดำเนินการในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ เพื่อจะได้เตือนเกษตรกรให้วางแผนการปลูก สำหรับภาพรวมแหล่งน้ำขนาดใหญ่เจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนสิริกิติ์ แควน้อยฯ ภูมิพล และป่าสักชลสิทธิ์ จะมีน้ำเพียงพอสำหรับกิจกรรมการใช้น้ำทุกประเภท

แต่สิ่งที่น่ากังวลก็คือ ฤดูแล้งปีหน้าในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2562 ถ้ามีฝนน้อยแม้น้ำในเขื่อนมีมากพอ แต่ฤดูแล้งปีต่อไปจะลำบาก ซึ่งที่ผ่านมาสภาพภูมิอากาศของไทยจะเป็นแบบฝนปกติ 2 ปี สลับกับแล้งต่อเนื่อง 2 ปี ซึ่งปี 2560-2561 ฝนปกติแล้ว ดังนั้น ต้องรอดูปี 2562 จะแล้งหรือไม่ และเราต้องหาทางรับมือกันล่วงหน้า

เมกะโปรเจ็กต์น้ำ

สำหรับโครงการขนาดใหญ่ใน 5 ปีนี้ (2562-2566) เราจะมีประมาณ 10 โครงการ วงเงิน 500,000-700,000 ล้านบาทที่ต้องการขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมภายใต้การทำงานของรัฐบาลชุดนี้ หรือต้องผูกพันให้เสร็จก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาตามลำดับความสำคัญประกอบด้วย

1) โครงการผันน้ำแม่น้ำโขง-เลย-ชี-มูล วงเงินประมาณ 100,000 ล้านบาท 2) โครงการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำสาละวินเข้าเขื่อนภูมิพล 70,000-80,000 ล้านบาท ขณะนี้รอผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) 3) โครงการผันน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ลงเขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา วงเงิน 6,000 ล้านบาท กับโครงการผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์เพื่อใช้ประโยชน์ในพื้นที่กาญจนบุรี วงเงิน 20,000 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษา

ล่าสุดได้เปิดโครงการที่ศรีนครินทร์ที่จะดึงน้ำมาใช้ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีเพื่อแก้ไขปัญหาใน 5 อำเภอ พื้นที่ประมาณ 200,000 ไร่ที่น้ำเข้าไม่ถึงไปแล้ว โดยเราต้องการดึงน้ำจากแควใหญ่กับแม่กลองโดยตรง แต่ต้องดูค่าใช้จ่ายสูบน้ำจากแควใหญ่ปล่อยน้ำจากปลายเขื่อนศรีนครินทร์โดยจะศึกษาประมาณ 1 ปี รัฐบาลอยากเห็นพื้นที่ตรงนี้เป็น “ฮับสินค้าเกษตร” คือ ฮับอินทผลัม แม้แผนทั้งหมด 700,000 ล้านบาท ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ใช้เวลากี่ปี ค่อนข้างกำหนดยาก

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์

Flood/Street Canal

แผนระยะสั้นปีนี้ภายใต้งบประมาณ
ปี 2562-2563 จะเร่งดำเนินโครงการของกรุงเทพมหานครและกรมชลประทาน โดยในส่วนของ กทม.นั้นจะสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่ม ใช้วงเงินมากกว่า
1,000 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งขณะนี้ผ่าน
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว คือ อุโมงค์ระบายน้ำเขตทวีวัฒนา ส่วนที่ยังไม่ผ่าน สนช. คือ อุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมประชากร และ flood canal ตามโครงการพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 ปัจจุบันอยู่ระหว่างหารือสัดส่วนการลงทุนระหว่าง กทม.กับรัฐบาล เบื้องต้น กทม.ขอให้รัฐลงทุน 70% ที่เหลือ 30% กทม.ลงทุน แต่รัฐบาลเห็นว่า กทม.มีรายได้เพียงพอที่จะก่อสร้างอยู่แล้ว เราก็จะต้องผลักดันให้ได้ในงบประมาณในปีนี้

ส่วนโครงการของกรมชลประทานจะมีการก่อสร้างอุโมงค์ 1 แห่ง ก็คือ street canal หรือการเอาพื้นที่ถนนมาระบายน้ำ ซึ่งเราจะทำแถวเส้นพุทธมณฑลสาย 5 คาดว่าจะรองรับปริมาณน้ำฝนได้ 100 มิลลิเมตร จากปัจจุบันรับได้ 60 มิลลิเมตร โดยโครงการของกรมชลประทานและ กทม.มีเป้าหมายเพื่อลดปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ แต่ถ้าน้ำยังท่วมอยู่ต้องไปดูว่าการระบายน้ำของ กทม.มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด เช่น ถ้าฝนตกลงมาแล้วดึงน้ำออกไม่ทันจะมีวิธีการระบายน้ำได้อย่างไร

นอกจากนี้ สทนช.ยังเร่งรัดโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เดินหน้าแล้วต่อเนื่อง ขณะที่ 9 แผนงานหลักขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (ไจก้า) ก่อนหน้านี้มีการศึกษาและเปรียบเทียบบนฐานข้อมูลไม่เหมือนกัน กรมชลประทานจึงให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดึงผู้เชี่ยวชาญที่เคยศึกษาแล้วมาศึกษาด้วยกันบนหลักเกณฑ์เดียวกันและเงื่อนไขเหมือนกัน เราก็จะทำต่อไป

ดีเดย์ พ.ร.บ.น้ำฉบับใหม่

คาดว่าจะสามารถประกาศใช้ในเดือนมกราคม 2562 ตอนนี้ต้องปรับแก้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีก่อนไม่เกินเดือนพฤศจิกายนน่าจะแล้วเสร็จ โดย สทนช.จะยังคงทำหน้าที่เรกูเลเตอร์ พ.ร.บ.น้ำต้องอาศัย 4 รัฐมนตรีออกกฎหมายลูกทั้งหมด อาทิ นายกรัฐมนตรีออกในนาม สทนช. 20 ฉบับ กรมทรัพยากรฯดูค่าน้ำ กระทรวงมหาดไทยก็ต้องดูผังเมือง-ท้องถิ่นทั้งหมดมี 30 ฉบับ ผมว่าร่าง พ.ร.บ.น้ำจะส่งผลดีต่อภาคประชาชนรู้ว่าใครทำอะไร เมื่อก่อนเกิดปัญหาการขอใช้/ซ้อนกัน ส่วนการจัดเก็บค่าน้ำภายในห้วง 2 ปี แต่ต่อไป สทนช.จะทำหน้าที่ออกเกณฑ์ ระเบียบเท่านั้น โดยให้ทั้ง 3 หน่วยงานน้ำที่เกี่ยวข้องหารือกันในเรื่องของอัตราเก็บค่าน้ำในอนาคตต่อไป

1 ปีในฐานะเรกูเลเตอร์น้ำ

ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่สมบูรณ์ทั้งเรื่องของบุคลากรตอนแรก ๆ ที่เริ่มก่อตั้งมี 70% อีก 30% เพิ่งจะรอร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และ พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำฉบับใหม่ ซึ่ง 30% ที่ว่านั้นเป็นเรื่องของกองการต่างประเทศสำคัญมากและด้านภูมิภาค เพราะจะเชื่อมโยงไปถึงแผนสำคัญต่าง ๆ ที่ต้องผ่าน คกก. 22 ลุ่มน้ำ วันนี้ สทนช.ครบ 1 ปี ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ถามว่าพอใจไหม พอใจที่ทุกคนทำงานเต็มที่ เริ่มเป็นรูปธรรมหลาย ๆ อย่าง มันมีอยู่แล้วเพียงแต่ว่าเร่งรัดให้ไวขึ้น มีเอกภาพขึ้น โดยคำนึงถึงประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง และไม่ว่าจะเปลี่ยนผ่านรัฐบาลชุดไหน ร่าง พ.ร.บ.น้ำฉบับนี้ระบุชัดว่า มีกฎหมายรองรับ เราก็ต้องเดินหน้าเพื่อความมั่นคงของน้ำในประเทศต่อไป

 

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”