เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“การบินไทย” ทุ่มพัฒนาโปรดักส์ยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ไล่เติมเส้นทางบิน CLMV-ยุโรป
Business “การบินไทย” ทุ่มพัฒนาโปรดักส์ยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ไล่เติมเส้นทางบิน CLMV-ยุโรป
‘เวียตเจ็ท’ โละฝูงบินแอร์บัส มุ่งสู่โบอิ้ง 737 หวังลดต้นทุน
Business ‘เวียตเจ็ท’ โละฝูงบินแอร์บัส มุ่งสู่โบอิ้ง 737 หวังลดต้นทุน
ลุยฟื้นฟู “เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง”สร้างคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีแดง 3,800 ยูนิต
Real Estate ลุยฟื้นฟู “เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง”สร้างคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีแดง 3,800 ยูนิต
วีระยุทธ ชี้ภาษีอย่างเดียวไม่พอ จี้รื้อ Local Content ฟื้นยานยนต์ไทย
Economic วีระยุทธ ชี้ภาษีอย่างเดียวไม่พอ จี้รื้อ Local Content ฟื้นยานยนต์ไทย
เจรจา 2 ฝ่าย เห็นร่วม ออกสูตร “ค่ารอบกลาง” ไรเดอร์
Tech เจรจา 2 ฝ่าย เห็นร่วม ออกสูตร “ค่ารอบกลาง” ไรเดอร์
หุ้นไทยเด้ง 20 จุด ปิด 1,583 รับผลเฟดตามคาด DELTA-บิ๊กแคปหนุน
Finance หุ้นไทยเด้ง 20 จุด ปิด 1,583 รับผลเฟดตามคาด DELTA-บิ๊กแคปหนุน
เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับอ่อนสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งที่ 33.43 บาท/ดอลลาร์ รับสัญญาณ “เฟด”
Finance เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับอ่อนสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งที่ 33.43 บาท/ดอลลาร์ รับสัญญาณ “เฟด”
คลังเคาะแล้ว ได้แน่อีก 2 เดือน เงินไทยช่วยไทยพลัส 60/40
Finance คลังเคาะแล้ว ได้แน่อีก 2 เดือน เงินไทยช่วยไทยพลัส 60/40
ส่องกฎหมายแอลกอฮอล์ หลัง “ลิซ่า” พูดถึงเบียร์ไทย แบรนด์ไทยทำอะไรได้บ้าง
News ส่องกฎหมายแอลกอฮอล์ หลัง “ลิซ่า” พูดถึงเบียร์ไทย แบรนด์ไทยทำอะไรได้บ้าง
Gastech 2026 ปิดฉาก ดีลพลังงานทะลุ 4 หมื่นล้านดอลลาร์
Economic Gastech 2026 ปิดฉาก ดีลพลังงานทะลุ 4 หมื่นล้านดอลลาร์
ดูทั้งหมด

กนง.เผยแบงก์ไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย หวั่นกระทบกลุ่มเปราะบาง

10 ส.ค. 2565 | 16:50น.
ดร.ปิติ ดิษยทัต

กนง.เปิด 5 สาเหตุ ปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 0.25% จาก 0.50% ไปสู่ระดับ 0.75% มองเศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจน จ่อปรับจีดีพีเพิ่มจากประมาณการ 3.3% ด้านตลาดแรงงาน-รายได้ปรับดีขึ้น ยันไม่เร่งปรับดอกเบี้ยเพื่อกระชากเศรษฐกิจ หวังลดเงินเฟ้อ เชื่อพลวัตรเงินเฟ้อลดลงตามกรอบ ระบุสถาบันการเงินห่วงกลุ่มเปราะบาง คาดส่งผ่านดอกเบี้ยไม่ทันที-ไม่เต็ม 100% หวั่นกระทบหนี้เสียเพิ่มหากขึ้นแรง

วันที่ 10 สิงหาคม 2565 ดร.ปิติ ดิษยทัต ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 6 ต่อ 1 ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี จากระดับ 0.50% ต่อปี เป็น 0.75% ซึ่งสาเหตุการปรับอัตราดอกเบี้ยมีอยู่ 4-5 ประการ

คือ 1.แนวโน้มเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนและต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะกลับเข้าสู่ระดับก่อนโควิด-19 ภายในสิ้นปีนี้ แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจครั้งนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง แต่การฟื้นตัวมีความชัดเจนขึ้น ซึ่งมีโอกาสที่จะปรับประมาณการเติบโตเศรษฐกิจปีนี้เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ปัจจุบันอยู่ที่ 3.3% แต่ปีหน้าภาพยังไม่มีเปลี่ยนแปลง โดยจะมีการอัพเดตข้อมูลในการประชุมครั้งหน้าวันที่ 28 กันยายน 2565

2.ตลาดแรงงานทยอยปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราผู้ว่างงานปรับดีขึ้น และรายได้เฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นในทุกระดับชั้นรายได้ ทั้งรายได้ต่ำ ปานกลาง และสูง และ 3.ดูแลความเสี่ยงอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะกรรมการให้ความสำคัญ โดยเฉพาะแนวโน้มเงินเฟ้อในอนาคตที่มาจากปัจจัยพื้นฐาน โดยมีการจับตาใกล้ชิดโดยเฉพาะเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ที่ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 3% ถือว่าอยู่ระดับสูง และหากดูราคาสินค้าที่สูงกว่าปกติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นพอสมควร ทำให้ ธปท.จำเป็นต้องดูแลความเสี่ยงทางด้านเงินเฟ้อ

และ 4.ดูแลการยึดเหนี่ยวของอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะข้างหน้า โดยระยะ 1 ปี ปรับสูงขึ้นตามข้อมูลจริงที่เกิดขึ้น แต่หากดูระยะ 5-10 ปี ยังถือว่าอยู่ในกรอบคาดการณ์ และ 5.ดอกเบี้ยต่ำพอสมควร และอัตราเงินเฟ้อสูง ทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Rate) ค่อนข้างต่ำ ทำให้นโยบายการเงินผ่อนคลายเกินไปอาจกระทบต่อเสถียรภาพการเงินในอนาคตได้

ดังนั้น หากเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ต่อเนื่องไม่สะดุด และไม่ร้อนแรงเกินไปจนซ้ำเติมอัตราเงินเฟ้อ และเชื่อว่าโอกาสเงินเฟ้อจะทยอยปรับลดลง ทำให้ไม่จำเป็นต้องรีบกระชากเศรษฐกิจเพื่อให้เงินเฟ้อปรับลดลงในปี 2566 เนื่องจากเงินเฟ้อมีพลวัตปรับลดลงอยู่แล้ว แม้ว่าปัจจุบันจะอยู่ในระดับสูง

โดยจะเห็นจุดสูงสุด (พีก) ในไตรมาสที่ 3 ก่อนปรับลดลง ทำให้นโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้และปี 2566 ค่อนข้างมั่นคง แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะปรับลดลงก็ตาม เพราะปัจจัยขับเคลื่อนมาจากปัจจัยภายในเป็นหลัก ภายหลังจากการเปิดประเทศจะเห็นการใช้จ่ายและบริโภคในประเทศดีขึ้น และจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจค่อนข้างน้อย

“การปรับขึ้นดอกเบี้ยยังจำเป็น แต่แนวโน้มการขึ้นคงต้องขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยคณะกรรมการเห็นพ้องว่าภาพเงินเฟ้ออยู่ในกรอบประมาณการ เศรษฐกิจเข้าสู่ระดับศักยภาพ และไม่มีความจำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย แม้ว่าจำนวนการประชุมลดลงจาก 8 เหลือ 6 ครั้ง ส่วนการประชุมครั้งหน้าวันที่ 28 ก.ย. 65 จะขึ้นดอกเบี้ยเท่าไรนั้น จะขึ้นอยู่กับข้อมูลที่เข้ามา และครั้งนี้ก็เป็นไปตามที่คาดการณ์ แต่ครั้งหน้าหากยังเป็นไปตามที่ประเมินไว้ ไม่มีช็อก ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเร่งปรับดอกเบี้ยขึ้นตามตลาดคาดการณ์ที่ 0.50% โดยการปรับขึ้นจะสอดคล้องกับบริบทไทย”

สำหรับการส่งผ่านนโยบายการเงินไปยังสถาบันการเงิน ดร.ปิติกล่าวว่า การส่งผ่านดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์นั้น หากอิงตามข้อมูลในอดีตการส่งผ่านไม่หมด 100% ซึ่งมีการหารือกับธนาคารและมีมุมมองความเป็นห่วงลูกค้ากลุ่มเปราะบาง เช่น กลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคล และธุรกิจขนาดเล็กที่ธุรกิจยังไม่ได้ฟื้นตัวเต็มที่ โดยพยายามลดผลกระทบไม่ส่งผ่านไปยังกลุ่มเปราะบางบางกลุ่ม

ดังนั้น มองว่าธนาคารคงไม่ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ย M Rate ทันที ทั้งดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) ดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) และดอกเบี้ยเบิกเงินเกินบัญชี (MOR) โดยอาจจะปรับขึ้นแค่บางส่วน หรือรอเวลาไปอีก 3-4 เดือนไปแล้ว โดยที่ผ่านมาการส่งผ่านของธนาคารอยู่ที่เพียง 50% ของอัตราดอกเบี้ยกนง.

อย่างไรก็ดี ในรอบนี้ยังคงมีความเปราะบาง หากธนาคารปรับอัตราดอกเบี้ยสูง อาจจะมีผลต่อกลุ่มเปราะบาง ซึ่งอาจเป็นต้นทุนในด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารได้ ขณะที่ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) ได้มีการหารือร่วมกัน โดยธนาคารก็ได้มีมาตรการดูแลลูกค้าเช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนง.