Skip to content

ปิดจ๊อบท่อส่งน้ำอีอีซี ธนารักษ์เซ็นสัญญา วงษ์สยาม รับเงินเข้ารัฐ 600 ล้านบาท

23 ก.ย. 2565 | 13:52น.
ปิดจ๊อบท่อส่งน้ำอีอีซี ธนารักษ์เซ็นสัญญา วงษ์สยาม รับเงินเข้ารัฐ 600 ล้านบาท

ธนารักษ์เซ็นสัญญา “วงษ์สยาม” แล้ววันนี้ เดินหน้าโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี รับเงินเข้าหลวงทันทีกว่า 600 ล้านบาท ชี้ตลอดอายุสัญญา 30 ปี ได้รับเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท

วันที่ 23 กันยายน 2565 นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า วันนี้กรมได้เซ็นสัญญากับบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ในฐานะผู้ชนะประมูลโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก หรือท่อน้ำอีอีซี หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยกคำฟ้องคำร้องคุ้มครองชั่วคราวเมื่อวานนี้ (22 ก.ย.)

ทั้งนี้ กรมมีความพร้อมที่จะดำเนินการเซ็นสัญญาดังกล่าว หลังจากที่ได้มีการเลื่อนการเซ็นสัญญาไปแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกในเดือน พ.ค. 2565 หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสในการประมูล และครั้งที่สองในเดือน ส.ค. 2565 หลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งฉุกเฉินให้ระงับการเซ็นสัญญา

“เรามีความพร้อมในการเซ็นสัญญาทันที เพราะเราได้เตรียมการเซ็นสัญญามาแล้วถึง 2 ครั้ง เมื่อศาลปกครองสูงสุดยกคำร้องการคุ้มครองชั่วคราว เราก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องชะลอการลงนาม และถ้าเราไม่เซ็นสัญญา รัฐก็จะเสียประโยชน์ และรวมถึงเอกชนที่เป็นผู้ชนะการประมูลด้วย”

นายประภาศกล่าวว่า ยืนยันว่าการดำเนินโครงการประมูลครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างครบถ้วน โดยปฏิบัติตามการพิจารณาของคณะกรรมการที่ราชพัสดุ ทั้งนี้ การเซ็นสัญญาดังกล่าวถือเป็นมติในการผูกพันการดำเนินโครงการระหว่างกรมกับบริษัท แต่บริษัทยังไม่สามารถเข้าไปบริหารโครงการได้ โดยจะเข้าไปดำเนินการบริหารได้ต่อเมื่อมีการส่งมอบทรัพย์สินให้แก่บริษัทแล้ว

โดยนับจากนี้ กรมจะส่งหนังสือไปยังบริษัทอีสท์วอเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้บริหารโครงการในปัจจุบัน ให้ดำเนินการส่งมอบพื้นที่ให้แก่กรม โดยเฉพาะท่อส่งน้ำที่ไม่มีสัญญาเช่า คือโครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล-หนองค้อ และหนองค้อ-แหลมฉบังระยะที่ 2 ส่วนโครงการท่อส่งน้ำดอกกราย ซึ่งมีสัญญาเช่านั้น จะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 31 ธ.ค. 2566

สำหรับการประมูลโครงการท่อส่งน้ำอีอีซีดังกล่าว มีระยะเวลาการเช่าจำนวน 30 ปี ให้ผลตอบแทนแก่รัฐรวมประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งเป็น 1.ค่าแรกเข้าจำนวน 1,450 ล้านบาท ชำระครั้งแรกในการเซ็นสัญญาจำนวน 580 ล้านบาท และเมื่อส่งมอบทรัพย์สินอีก 870 ล้านบาท 2.ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี ๆ ละ 2,908 ล้านบาท และ 3.ส่วนแบ่งรายได้รายปี ๆ ละ 21,335 ล้านบาท

“ในวันนี้กรมจะได้รับเงินทันทีจากค่าแรกเข้า 580 ล้านบาท ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี 44 ล้านบาท และหลักทรัพย์ประกัน 118 ล้านบาท หากคิดเฉพาะรายได้เราจะมีเงินเข้าหลวงกว่า 620 ล้านบาท”

ขณะที่ในแง่ความเสียหายในช่วงที่กรมไม่สามารถดำเนินการเซ็นสัญญากับวงษ์สยามก่อสร้างได้ กรมจะดำเนินการฟ้องร้องกับอีสท์วอเตอร์ในฐานะผู้ร้องหรือไม่นั้น กรมจะต้องพิจารณาและหารือกับอัยการสูงสุดก่อน

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังมีคดีที่อีสท์วอเตอร์ฟ้องร้องต่อศาลในเรื่องของการยกเลิกกระบวนการคัดเลือกครั้งที่ 1 และการคัดเลือกผู้ชนะการประมูลในครั้งที่ 2 ซึ่งหากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเห็นด้วยกับคำฟ้องร้องนั้น การเซ็นสัญญากับวงษ์สยามจะต้องถือเป็นโมฆะ แต่กรมไม่ต้องรับผิดชอบความเสียหายแก่บริษัทวงษ์สยามที่ได้เข้ามาดำเนินโครงการ เพราะในสัญญาได้เขียนไว้ชัดเจนแล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อีอีซี EEC