เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ราคาทองวันนี้ (29 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณขายออก 64,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณขายออก 64,850 บาท
เจาะลึก ‘คุมาโมโตะ’ ศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์ญี่ปุ่น เผชิญแผ่นดินไหว 7.1 แมกนิจูด
World เจาะลึก ‘คุมาโมโตะ’ ศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์ญี่ปุ่น เผชิญแผ่นดินไหว 7.1 แมกนิจูด
สภาผู้บริโภค เผยคดีฟ้องแพลตฟอร์มคืบหน้า 17 บริษัท รับหมายศาลครบ ก่อนนัดพร้อม 3 ส.ค.
News สภาผู้บริโภค เผยคดีฟ้องแพลตฟอร์มคืบหน้า 17 บริษัท รับหมายศาลครบ ก่อนนัดพร้อม 3 ส.ค.
MTC ปิดดีล ‘Bank of China’ หนุน Social Loan มูลค่า 70 ล้านดอลลาร์
Finance MTC ปิดดีล ‘Bank of China’ หนุน Social Loan มูลค่า 70 ล้านดอลลาร์
โปรดเกล้าฯ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ ออกรับเครื่องราชสักการะและพานพุ่ม โอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ ออกรับเครื่องราชสักการะและพานพุ่ม โอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
รพ.สัตว์ทองหล่อ ดัน “Pet Taxi” เสริมบริการฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง
Biz Movement รพ.สัตว์ทองหล่อ ดัน “Pet Taxi” เสริมบริการฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง
ทำไมย่านพระราม 9 เป็นทำเลทอง “ดาต้าเซ็นเตอร์” กลางกรุง
Tech ทำไมย่านพระราม 9 เป็นทำเลทอง “ดาต้าเซ็นเตอร์” กลางกรุง
ดูทั้งหมด

กูรูถอดบทเรียนหุ้น MORE จี้ยกเครื่องมาตรการกำกับ “ทันการณ์”

16 พ.ย. 2565 | 09:59น.
หุ้น MORE

ความปั่นป่วนจากกรณีการซื้อขายหลักทรัพย์ (หุ้น) บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE ที่เป็นประเด็นร้อนแรงอยู่ในตลาดหุ้นไทยขณะนี้ นับเป็นอีกเคสที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับฝ่ายกำกับดูแลเป็นอย่างมาก

หลังจากหุ้น MORE มีการซื้อขายอย่าง “ผิดปกติ” เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2565 โดยมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 7,142 ล้านบาท เป็นอันดับ 1 ของมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งตลาด (SET และ mai) โดยเปิดตลาดที่ราคา 2.90 บาท เพิ่มขึ้น 4.3% จากราคาปิดวันก่อนหน้า จากนั้นราคาปรับตัวลดลงต่อเนื่อง จนราคาต่ำสุด (Floor)

ต่อมาในวันที่ 11 พ.ย. 2565 ราคาหุ้นยังคงปรับตัวลงต่อเนื่องจนติด Floor อีกวันมาที่ราคา 1.34 บาท เรียกได้ว่าราคารูดระนาวจนติด Floor สองวันรวด ท่ามกลางกระแสว่า อาจจะมีหลายโบรกเกอร์ประสบปัญหาสภาพคล่อง จากการที่ต้องชำระค่าหุ้นในวันที่ 14 พ.ย. ตามเกณฑ์ T+2

ซึ่งต่อมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ออกโรงแถลงข่าวชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว เพื่อเรียกความเชื่อมั่นต่อระบบ ในช่วงเช้าวันที่ 14 พ.ย. พร้อมกับขึ้นเครื่องหมาย SP สั่งหยุดพักการซื้อขายหุ้น MORE

และต่อมาก็คงให้หยุดพักการซื้อขายตลอดสัปดาห์ พร้อมประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อตรวจสอบธุรกรรมเกี่ยวกับหลักทรัพย์ MORE ที่อาจเข้าข่ายเป็นรายการที่ผิดปกติ

ตลอดจนเข้ายื่นหนังสือขอให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางดำเนินการตรวจสอบด้วย

ตลท.ยอมรับต้อง “ล้อมคอก”

โดย “ภากร ปีตธวัชชัย” กรรมการและผู้จัดการ ตลท. พยายามเรียกความเชื่อมั่น ว่าแม้จะมีเหตุการณ์ผิดปกติ แต่การชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ทุกหลักทรัพย์ ระหว่างบริษัทสมาชิกและสำนักหักบัญชี (TCH) ยังดำเนินการได้ปกติ

ซึ่งได้ขอให้ผู้ลงทุนมั่นใจว่าโบรกเกอร์ทุกรายยังให้บริการได้ และธุรกรรมดังกล่าวไม่ได้กระทบต่อภาพรวมตลาดหุ้นทั้งหมด ตลอดจนสถานะเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิของโบรกเกอร์ (NCR) และเงินกองทุนของ ตลท.ยังเพียงพอ

“หลังจากที่เกิดกรณีดังกล่าวขึ้น เรามีความกังวลต่อเรื่องความเชื่อมั่นมากที่สุด จึงอยากขอให้ความเชื่อมั่นกับผู้ลงทุนทั่วโลก ว่าความเข้มแข็งของโบรกเกอร์ไม่มีปัญหา ซึ่งหลังจากนี้ ตลท.จะเร่งหาวิธีปรับปรุงกระบวนการต่าง ๆ เพื่ออุดช่องโหว่ โดยนำเหตุการณ์นี้มาเป็นบทเรียนในการป้องกันในอนาคต”

บทเรียน “โบรกฯ-หน่วยกำกับ”

ด้าน “ประกิต สิริวัฒนเกตุ” นักกลยุทธ์การลงทุน กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นถือว่าบริษัทหลักทรัพย์หละหลวมเองที่ให้มีการวางหลักประกันโดยใช้หุ้น MORE ซึ่งถ้าใช้เป็นเงินสด หรือหุ้นที่มีคุณภาพวางเป็นหลักประกันเรื่องก็จบ

“โบรกฯรู้ทั้งรู้ว่ามีความเสี่ยง แต่ก็ยังปล่อยวงเงิน ทำให้ต่อไปคงจะเข็ดหลาบจากบทเรียนตรงนี้อย่างมาก ซึ่งเชื่อว่าต่อไปการวางหลักประกันอาจจะยุ่งยากมากขึ้น หรือหุ้นที่มีการชำระค่าซื้อขายแบบยอดสุทธิ (Net Settlement) ที่ช่วยให้นักลงทุนไม่ต้องชำระเงินเต็มจำนวนยอดที่ซื้อทุกรายการ

ก็อาจจะไม่มีแล้ว ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลเองอาจจะต้องมีการปรับเพิ่มวงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NC) เพื่อให้เป็นกองทุนรักษาสภาพคล่อง เพื่อระดมเงินรองรับความเสี่ยงที่ใหญ่ขึ้นกว่านี้ เผื่ออนาคตข้างหน้ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นอีก จะได้มีเงินกองกลางเข้าไปช่วยได้”

ชี้วิธีกำราบหุ้นปั่นไม่ได้ผล

ขณะที่มุมมองของนักลงทุนรายใหญ่อย่าง “อนุรักษ์ บุญแสวง” หรือ “โจ ลูกอีสาน” อดีตนายกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ “คนซื้อกับคนขาย เป็นคนคนเดียวกัน” เพียงแต่ใช้นอมินีเป็นตัวแทน

โดยใช้วงเงินมาร์จิ้นซื้อหุ้น ซึ่งก็ใช้หุ้น MORE ค้ำประกัน โดยหากมีการส่งมอบจริง คนซื้อจะเบี้ยว ความหมายคือ คนขายก็จะได้เงินไป แต่เนื่องจากในระบบเบี้ยวไม่ได้ ดังนั้นคนที่จะต้องชดใช้เงินแทนคือบริษัทหลักทรัพย์ ที่ปล่อยวงเงินมาร์จิ้นให้ เรียกได้ว่าเป็นการ “ปล้นโบรกเกอร์”

อย่างไรก็ดี เนื่องจากจริง ๆ แล้ว หุ้น MORE แทบจะไม่มีพื้นฐาน แต่มีการปั่นราคาหุ้นขึ้นไปมหาศาล ดังนั้นบริษัทหลักทรัพย์ที่ยอมปล่อยวงเงินมาร์จิ้นให้หุ้นตัวนี้ ก็ต้องรับความเสี่ยงเอง โดยจะต้องไปฟ้องร้องเพื่อหาคนผิดมารับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น

“ต่อไปบริษัทหลักทรัพย์ในเมืองไทยก็คงจะระมัดระวังเรื่องนี้มากขึ้น จนทำให้การปล่อยเงินมาร์จิ้นให้กับหุ้นเน่า ๆ จะหายไปเลย เพราะต้องบอกว่า โบรกฯไหนกล้าปล่อย ก็ต้องกล้ารับกรรม

ซึ่งถ้าเป็นโบรกฯที่มีความน่าเชื่อถือ เขาก็คงไม่ปล่อยวงเงินมาร์จิ้นและไม่ง้อลูกค้าที่ซื้อหุ้นลักษณะแบบนี้แน่ ๆ ทั้งนี้ ถามว่า สุดท้ายแล้วเรื่องนี้สอนอะไรเราบ้าง ในตลาดหุ้นถ้าเรามัวแต่รอ ก.ล.ต. คงไม่ทัน อาจหมดตัว ดังนั้นนักลงทุนต้องดูแลตัวเองด้วย”

จี้ผู้กำกับดูแล “ทันการณ์”

“โจ ลูกอีสาน” กล่าวอีกว่า ปัจจุบันก็เห็นสัญญาณการปั่นหุ้นอยู่ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะหุ้นขนาดเล็กแล้ว แต่ลุกลามไปปั่นหุ้นขนาดใหญ่มูลค่าเป็นหมื่นล้านแสนล้านบาทกันแล้ว แต่สุดท้ายก็จับมือใครดมไม่ได้ ซึ่งตนเองในฐานะนักลงทุนรายใหญ่ มีประสบการณ์มานาน รู้ว่าหุ้นตัวไหนปั่นราคา

“ถ้าผมรู้แล้วถามว่า ทำไม ก.ล.ต.จะไม่รู้ ซึ่งมาตรการของ ก.ล.ต.ที่ใช้กำราบหุ้นปั่น ใช้ไม่ได้ผล ทำไมไม่คิดวิธีใหม่ ๆ คือโจรมันปรับเปลี่ยนเทคนิคตลอดเวลา แต่ผู้กำกับยังนิ่ง ถามว่า ใครรับกรรม นั่นก็คือ “นักลงทุน”

ดังนั้นแนะนำว่า หากพบการซื้อขายที่ไม่ชัดเจนให้ไปศึกษาโมเดลในต่างประเทศ เพราะตอนนี้มาตรการกำกับการซื้อขายระดับ T1-T3 ทุกวันนี้เอาไม่อยู่แล้ว เพราะโจรรู้ทันหมดแล้ว และเชื่อว่าราคาหุ้น MORE ที่ลงมาติดฟลอร์นั้น คงมีนักลงทุนไปช้อนซื้อหุ้นเพื่อหวังว่าราคาจะเด้ง ซึ่งนักลงทุนก็เป็นผู้เสียหาย แต่ถามว่า ทำไมหน่วยงานที่ดูแลไม่รีแอ็กชั่นให้ทันการณ์”

จี้ทบทวนมาตรการกำกับ

ขณะที่ “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” กูรูนักลงทุนวีไอ กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นกับหุ้น MORE ในภาพใหญ่ถือเป็นการสะท้อนจุดอ่อนของตลาดทุนไทยที่เต็มไปด้วยหุ้นปั่น ซึ่งในระดับโครงสร้างอาจจะเอื้ออำนวยให้มีการเก็งกำไรหรือปั่นราคาหุ้นได้ง่าย ๆ และไม่มีทางแก้ ดังนั้นต้องปรับโครงสร้างตรงนี้ใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ซ้ำได้

เนื่องจากตัวบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ส่วนใหญ่มีขนาดเล็กและฟรีโฟลตต่ำ รวมไปถึงไม่ค่อยมีกฎเกณฑ์ที่เข้มข้นเข้าไปป้องกัน จึงเกิดช่องว่างที่นักเล่นหุ้นรายใหญ่เห็นว่าทำง่าย โอกาสโดนจับแทบจะไม่มี พอใครทำได้ก็เกิดการเลียนแบบและขยายตัว ซึ่งปัจจุบันก็มีหุ้นลักษณะนี้ไม่ต่ำกว่า 10 บริษัท เพียงแต่เคส MORE เป็นเคสพิเศษด้วยวิธีการใหม่

“ปัจจุบันมาตรการกำกับการซื้อขายที่ทำอยู่ถือว่าใช้ไม่ได้ ไม่มีผล เพราะทำไปแล้ว ก็ป้องกันหุ้นที่ถูก Corner ไม่ได้ แม้แต่มาตรการหยุดพักการซื้อขายชั่วคราว 1 วันก็ตาม

คำถามคือว่า หน่วยงานที่ดูแลได้มีการทบทวนหรือไม่ โดยในหลักการคือ หากไม่ได้ผล ต้องหาทางแก้ใหม่ เพื่อไม่ให้นักลงทุนรายใหญ่สามารถทำ Corner หุ้นได้ นอกจากนี้งานนี้โบรกฯก็ต้องอุดช่องโหว่ตัวเองด้วย”

ทั้งหมดนี้ หากจะเรียกความเชื่อมั่น หน่วยงานกำกับก็คงต้องลงดาบผู้กระทำผิดให้สังคมได้เห็น รวมถึงปรับมาตรการรับมือต่าง ๆ ให้ทันเกมมากขึ้นโดยเร็ว