บล.เอเชีย เวลท์ ได้รับคำสั่งจาก ก.ล.ต.หยุดดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์ชั่วคราว เหตุจากนำเงินกว่า 157 ล้านบาท ของลูกค้าไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ทั้งที่ไม่ได้รับอนุญาต ส่วนบริษัทมีผลประกอบการขาดทุนมาต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2561 เปลี่ยนชื่อมาแล้ว 5 ครั้ง
เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2565 คณะกรรมการกำกับตลาดทุน หรือ ก.ต.ท. มีมติ ให้บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด หรือ AWS ระงับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน เป็นต้นไปหรือจนกว่าบริษัทจะนำเงินลูกค้ามาคืนภายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 และได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ให้ประกอบธุรกิจได้ตามปกติ
เนื่องจากพบว่าบริษัทดังกล่าวนำเงินลูกค้าไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยลูกค้าไม่ได้อนุญาต เป็นจำนวนเงิน 157.99 ล้านบาท
“ประชาชาติธุรกิจ” ย้อนดูที่มาของบริษัทหลักทรัพย์แห่งนี้พบว่า บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในชื่อนี้ เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2556 โดยได้เข้าซื้อกิจการและใบอนุญาตประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ต่อจาก บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี-จีเค (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CIMB-GK และเปลี่ยนเป็นชื่อ บล.เอเชีย เวลท์ และเริ่มซื้อขายหลักทรัพย์อย่างเป็นทางการในชื่อใหม่ เมื่อ 18 พ.ย. 2556 เริ่มซื้อขายตราสารอนุพันธ์อย่างเป็นทางการ เมื่อ 18 พ.ค. 2556
ต่อมาได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจที่ปรึกษาการเงิน, ใบอนุญาตประกอบธุรกิจยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL) และใบอนุญาตประกอบธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล (private fund) ตั้งแต่เดือน ก.พ., เม.ย. และ มิ.ย. 2557 ตามลำดับ
ปัจจุบัน บล.เอเชีย เวลท์ มีสำนักงานใหญ่ อยู่ที่อาคารเมอร์คิวรี่ ชิดลม และสำนักงานสาขา 6 แห่ง ได้แก่ ศรีนครินทร์, ระยอง, ชลบุรี, ศรีราชา, สิงห์บุรี และเชียงใหม่ พร้อมกับมีใบอนุญาตประกอบกิจการที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อประกอบธุรกิจวาณิชธนกิจ และล่าสุดเมื่อเดือน ก.ย. 2565 ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจการเป็นผู้จัดจำหน่ายตราสารหนี้ (ตลาดแรก)
มีนายชนะชัย จุลจิราภรณ์ ทำหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายคมกฤต มีคำสัตย์ กรรมการผู้จัดการอาวุโส และนายฉัฐพรรษ สุทธิทักษ์ เป็นหัวหน้าสายงานการตลาด
ส่วนกรรมการบริษัท ประกอบด้วย นายอธิพงศ์ อมาตยกุล เป็นประธานกรรมการ และกรรมการ 3 คน ได้แก่ นางนพรัตน์ อินทรอุดม นายชนะชัย จุลจิราภรณ์ และนายประมาศ ขวัญชื้น
กว่าจะเป็น “เอเชีย เวลท์”
กว่าจะเป็นบริษัทหลักทรัพย์เอเชีย เวลท์ จำกัด ธุรกิจนี้เปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคลมาแล้ว 5 ครั้ง
- บริษัทหลักทรัพย์เอกชาติ จำกัด
- บริษัทหลักทรัพย์ บีเอ็นพี ไพร์ม พีรีกริม (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อ 27 ต.ค. 2541
- บริษัทหลักทรัพย์ บีเอ็นพี พารีบาส์ พีรีกริม (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อ 23 ส.ค. 2543
- บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี-จีเค (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อ 27 เม.ย. 2549
- บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2556
มีการเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียน 7 ครั้ง จากทุนจดทะเบียนเริ่มต้น มูลค่า 300 ล้านบาท เมื่อปี 2541
- ครั้งที่ 1 เพิ่มทุนจดทะเบียน เป็น 700 ล้านบาท เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2550
- ครั้งที่ 2 เพิ่มทุนจดทะเบียน เป็น 830 ล้านบาท เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2558
- ครั้งที่ 3 เพิ่มทุนจดทะเบียน เป็น 900 ล้านบาท เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2560
- ครั้งที่ 4 เพิ่มทุนจดทะเบียน เป็น 920 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2561
- ครั้งที่ 5 เพิ่มทุนจดทะเบียน เป็น 950 ล้านบาท เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2562
- ครั้งที่ 6 เพิ่มทุนจดทะเบียน เป็น 1,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2562
- ครั้งที่ 7 เพิ่มทุนจดทะเบียน เป็น 1,050 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2563
- ปัจจุบัน บริษัทมีทุนจดทเบียน 444,903,800 บาท ข้อมูล ณ วันที่ 8 ก.พ. 2565
บริษัทหลักทรัพย์เอเชีย เวลท์ จำกัด มีผู้ถือหุ้น 3 ราย แบ่งเป็น สัญชาติไทย 2 ราย ถือหุ้น 44,490,379 หุ้น และสัญชาติอังกฤษ 1 ราย ถือหุ้น 1 หุ้น ซึ่ง 1 ใน 3 ผู้ถือหุ้น คือ บริษัท เอเชีย เวลท์ โฮลดิ้ง จำกัด หรือ AWH ถือหุ้น 99% โดยข้อมูล ณ ปี 2560 ระบุว่า มีนายมนู เลียวไพโรจน์ เป็นประธานกรรมการ
โดย AWH มีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 540 อาคารเมอร์คิวรี่ ทาวเวอร์ ห้องเลขที่ 1402 ชั้นที่ 14 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

ด้านผลประกอบการของธุรกิจ ตามที่รายงานต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่า
ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2565
- สินทรัพย์รวม 652,095,341 บาท
- หนี้สินรวม 232,766,418 บาท
- รายได้รวม 93,496,419 บาท
- ค่าใช้จ่ายรวม 109,319,062 บาท
- ขาดทุนสุทธิ 15,986,286 บาท
ณ สิ้นปี 2564
- สินทรัพย์รวม 640,906,254 บาท
- หนี้สินรวม 205,591,045 บาท
- รายได้รวม 168,971,648 บาท
- ค่าใช้จ่ายรวม 125,318,849 บาท
- กำไรสุทธิ 44,256,020 บาท
ณ สิ้นปี 2563
- สินทรัพย์รวม 669,649,191 บาท
- หนี้สินรวม 269,001,330 บาท
- รายได้รวม 156,732,219 บาท
- ค่าใช้จ่ายรวม 267,838,835 บาท
- ขาดทุนสุทธิ 109,082,404 บาท
ณ สิ้นปี 2562
- สินทรัพย์รวม 665,457,340 บาท
- หนี้สินรวม 205,344,021 บาท
- รายได้รวม 182,879,123 บาท
- ค่าใช้จ่ายรวม 306,731,251 บาท
- ขาดทุนสุทธิ 119,448,887 บาท
ณ สิ้นปี 2561
- สินทรัพย์รวม 4,011,786,559 บาท
- หนี้สินรวม 3,512,224,353 บาท
- รายได้รวม 606,547,931 บาท
- ค่าใช้จ่ายรวม 640,714,865 บาท
- ขาดทุนสุทธิ 30,975,112 บาท

- NCL ล้มแผนซื้อหุ้น บล.เอเชีย เวลท์ 60% เหตุ ก.ล.ต.สั่งระงับการดำเนินกิจการชั่วคราว
- ก.ล.ต. สั่ง บล. เอเชีย เวลท์ หยุดประกอบธุรกิจชั่วคราว คืนเงินลูกค้าภายใน 20 พ.ย.
- ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง SAF ธุรกิจเหล็กกล้า เสนอขาย IPO ไม่เกิน 80 ล้านหุ้น
- หุ้น MORE: เปิด 10 ชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ เจาะ 3 ธุรกิจหลัก
- หุ้น MORE เอฟเฟ็กต์ บริษัทหลักทรัพย์ แห่การันตีไร้ผลกระทบ