Skip to content

เปิดประวัติ บล.เอเชีย เวลท์ เปลี่ยนชื่อมา 5 ครั้ง มีโฮลดิ้งถือหุ้นใหญ่

18 พ.ย. 2565 | 15:11น.
เปิดประวัติ บล.เอเชีย เวลท์ เปลี่ยนชื่อมา 5 ครั้ง มีโฮลดิ้งถือหุ้นใหญ่

บล.เอเชีย เวลท์ ได้รับคำสั่งจาก ก.ล.ต.หยุดดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์ชั่วคราว เหตุจากนำเงินกว่า 157 ล้านบาท ของลูกค้าไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ทั้งที่ไม่ได้รับอนุญาต ส่วนบริษัทมีผลประกอบการขาดทุนมาต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2561 เปลี่ยนชื่อมาแล้ว 5 ครั้ง

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2565 คณะกรรมการกำกับตลาดทุน หรือ ก.ต.ท. มีมติ ให้บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด หรือ AWS ระงับการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน เป็นต้นไปหรือจนกว่าบริษัทจะนำเงินลูกค้ามาคืนภายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 และได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ให้ประกอบธุรกิจได้ตามปกติ

เนื่องจากพบว่าบริษัทดังกล่าวนำเงินลูกค้าไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยลูกค้าไม่ได้อนุญาต เป็นจำนวนเงิน 157.99 ล้านบาท

“ประชาชาติธุรกิจ” ย้อนดูที่มาของบริษัทหลักทรัพย์แห่งนี้พบว่า บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในชื่อนี้ เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2556 โดยได้เข้าซื้อกิจการและใบอนุญาตประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ต่อจาก บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี-จีเค (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CIMB-GK และเปลี่ยนเป็นชื่อ บล.เอเชีย เวลท์ และเริ่มซื้อขายหลักทรัพย์อย่างเป็นทางการในชื่อใหม่ เมื่อ 18 พ.ย. 2556 เริ่มซื้อขายตราสารอนุพันธ์อย่างเป็นทางการ เมื่อ 18 พ.ค. 2556

ต่อมาได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจที่ปรึกษาการเงิน, ใบอนุญาตประกอบธุรกิจยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL) และใบอนุญาตประกอบธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล (private fund) ตั้งแต่เดือน ก.พ., เม.ย. และ มิ.ย. 2557 ตามลำดับ

ปัจจุบัน บล.เอเชีย เวลท์ มีสำนักงานใหญ่ อยู่ที่อาคารเมอร์คิวรี่ ชิดลม และสำนักงานสาขา 6 แห่ง ได้แก่ ศรีนครินทร์, ระยอง, ชลบุรี, ศรีราชา, สิงห์บุรี และเชียงใหม่ พร้อมกับมีใบอนุญาตประกอบกิจการที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อประกอบธุรกิจวาณิชธนกิจ และล่าสุดเมื่อเดือน ก.ย. 2565 ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจการเป็นผู้จัดจำหน่ายตราสารหนี้ (ตลาดแรก)

มีนายชนะชัย จุลจิราภรณ์ ทำหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายคมกฤต มีคำสัตย์ กรรมการผู้จัดการอาวุโส  และนายฉัฐพรรษ สุทธิทักษ์ เป็นหัวหน้าสายงานการตลาด

ส่วนกรรมการบริษัท ประกอบด้วย นายอธิพงศ์ อมาตยกุล เป็นประธานกรรมการ และกรรมการ 3 คน ได้แก่ นางนพรัตน์ อินทรอุดม นายชนะชัย จุลจิราภรณ์ และนายประมาศ ขวัญชื้น

กว่าจะเป็น “เอเชีย เวลท์”

กว่าจะเป็นบริษัทหลักทรัพย์เอเชีย เวลท์ จำกัด ธุรกิจนี้เปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคลมาแล้ว 5 ครั้ง

  • บริษัทหลักทรัพย์เอกชาติ จำกัด
  • บริษัทหลักทรัพย์ บีเอ็นพี ไพร์ม พีรีกริม (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อ 27 ต.ค. 2541
  • บริษัทหลักทรัพย์ บีเอ็นพี พารีบาส์ พีรีกริม (ประเทศไทย) จำกัด  เมื่อ 23 ส.ค. 2543
  • บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี-จีเค (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อ 27 เม.ย. 2549
  • บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2556

มีการเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียน 7 ครั้ง จากทุนจดทะเบียนเริ่มต้น มูลค่า 300 ล้านบาท เมื่อปี 2541

  • ครั้งที่ 1 เพิ่มทุนจดทะเบียน เป็น 700 ล้านบาท เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2550
  • ครั้งที่ 2 เพิ่มทุนจดทะเบียน เป็น 830 ล้านบาท เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2558
  • ครั้งที่ 3 เพิ่มทุนจดทะเบียน เป็น 900 ล้านบาท เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2560
  • ครั้งที่ 4 เพิ่มทุนจดทะเบียน เป็น 920 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2561
  • ครั้งที่ 5 เพิ่มทุนจดทะเบียน เป็น 950 ล้านบาท เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2562
  • ครั้งที่ 6 เพิ่มทุนจดทะเบียน เป็น 1,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2562
  • ครั้งที่ 7 เพิ่มทุนจดทะเบียน เป็น 1,050 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2563
  • ปัจจุบัน บริษัทมีทุนจดทเบียน 444,903,800 บาท ข้อมูล ณ วันที่ 8 ก.พ. 2565

บริษัทหลักทรัพย์เอเชีย เวลท์ จำกัด มีผู้ถือหุ้น 3 ราย แบ่งเป็น สัญชาติไทย 2 ราย ถือหุ้น 44,490,379 หุ้น และสัญชาติอังกฤษ 1 ราย ถือหุ้น 1 หุ้น ซึ่ง 1 ใน 3 ผู้ถือหุ้น คือ บริษัท เอเชีย เวลท์ โฮลดิ้ง จำกัด หรือ AWH ถือหุ้น 99% โดยข้อมูล ณ ปี 2560 ระบุว่า มีนายมนู เลียวไพโรจน์ เป็นประธานกรรมการ

โดย AWH มีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 540 อาคารเมอร์คิวรี่ ทาวเวอร์ ห้องเลขที่ 1402 ชั้นที่ 14 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

 

AWS ปี 2560

 

ด้านผลประกอบการของธุรกิจ ตามที่รายงานต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่า

ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2565

  • สินทรัพย์รวม  652,095,341 บาท
  • หนี้สินรวม  232,766,418 บาท
  • รายได้รวม 93,496,419 บาท
  • ค่าใช้จ่ายรวม 109,319,062 บาท
  • ขาดทุนสุทธิ 15,986,286 บาท

ณ สิ้นปี 2564

  • สินทรัพย์รวม 640,906,254 บาท
  • หนี้สินรวม 205,591,045 บาท
  • รายได้รวม 168,971,648 บาท
  • ค่าใช้จ่ายรวม 125,318,849 บาท
  • กำไรสุทธิ 44,256,020 บาท

ณ สิ้นปี 2563

  • สินทรัพย์รวม 669,649,191 บาท
  • หนี้สินรวม 269,001,330 บาท
  • รายได้รวม 156,732,219 บาท
  • ค่าใช้จ่ายรวม 267,838,835 บาท
  • ขาดทุนสุทธิ 109,082,404 บาท

ณ สิ้นปี 2562

  • สินทรัพย์รวม 665,457,340 บาท
  • หนี้สินรวม 205,344,021 บาท
  • รายได้รวม 182,879,123 บาท
  • ค่าใช้จ่ายรวม 306,731,251 บาท
  • ขาดทุนสุทธิ 119,448,887 บาท

ณ สิ้นปี 2561

  • สินทรัพย์รวม 4,011,786,559 บาท
  • หนี้สินรวม 3,512,224,353 บาท
  • รายได้รวม 606,547,931 บาท
  • ค่าใช้จ่ายรวม 640,714,865 บาท
  • ขาดทุนสุทธิ 30,975,112 บาท

Asia Wealth