เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟดเสียงแตก คงดอกเบี้ยตามคาด 3.50-3.75%
World เฟดเสียงแตก คงดอกเบี้ยตามคาด 3.50-3.75%
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวกรอบแคบ ตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อ-ประชุมเฟด

13 ธ.ค. 2565 | 20:44น.
เงินบาท

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวกรอบแคบ ตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อและการประชุมเฟด นักลงทุนคาดเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมรอบนี้ พร้อมจับตาถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวลล์

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 13 ธันวาคม 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/12) ที่ระดับ 34.78/80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (9/12) ที่ระดับ 34.79/81 บาท/ดอลลาร์ ทั้งนี้ตลาดและนักลงทุนรอติดตามผลการประชุมรอบสุดท้ายของปีนี้ของคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) (13-14/12)

โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมรอบนี้ หลังจากปรับขึ้น 0.75% เป็นจำนวน 4 ครั้งติดต่อกัน หลังจากที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ส่งสัญญาณว่าเฟดจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม

ทั้งนี้ ตลาดยังรอจับตาการกล่าวแถลงของนายพาวเวลล์ ซึ่งจะบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปี 2566 รวมทั้งการเปิดเผยคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ซึ่งจะส่งสัญญาณแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟดจนถึงปี 2568

นอกจากนี้นักลงทุนรอจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนพฤศจิกายนของสหรัฐในวันนี้ (13/12) ในดัชนี CPI เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค

ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI ทั่วไปซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะขยายตัว 7.3% ในเดือนพฤศจิกายน เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอลงจากเดือนตุลาคมที่มีการขยายตัว 7.7% และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 6.1% ในเดือนพฤศจิกายนเมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอลงจากเดือนตุลาคมที่มีการขยายตัว 6.3% อย่างไรก็ดี ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ 5.00% ในกลางปีหน้า เพื่อทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงและสกัดการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ

นอกจากนี้ โกลด์แมน แซกส์ คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของไทย ฮ่องกง และสิงคโปร์ จะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการเปิดประเทศของจีน โดยขณะนี้ทางการจีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และมีแนวโน้มที่จะเปิดประเทศในไม่ช้านี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนอุปสงค์การส่งออกและการเดินทางระหว่างประเทศ

ประกอบกับทีมนักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซกส์ ซึ่งทำโดยนายหุย ชาน คาดการณ์ว่า การเปิดประเทศของจีนจะช่วยหนุนตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยให้ขยายตัวราว 2.9%, หนุน GDP ฮ่องกงขยายตัว 76% และช่วยหนุน GDP สิงคโปร์ขยายตัว 1.2% อีกทั้งคาดการณ์ว่าจากการที่จีนเปิดประเทศจะช่วยให้การส่งออกและรายได้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศเหล่านี้ฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ทั้งนี้ระหว่างวัน ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.72-34.85 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.79/80 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (13/12) ที่ระดับ 1.0541/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (9/12) ที่ระดับ 1.0556/0560 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร นักลงทุนรอจับตาดูการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ในวันพฤหัสบดีนี้ (15/12)

โดยนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่า ทั้ง ECB และ BOE จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมครั้งนี้ ทั้งนี้ระหว่างวัน ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0533-1.0553 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0557/59 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13/12) ที่ระดับ 137.73/76 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (9/12) ที่ระดับ 136.08/12 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ตามดัชนีดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐในวันนี้ (13/12) และผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธ (14/12) ตามเวลาสหรัฐ ทั้งนี้ระหว่างวัน ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 136.94-137.51 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 137.58/60 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประกาศตัวเลขอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการ FOMC, ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ย. และดัชนี PMI เบื้องต้นเดือน ธ.ค.

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -13/-12.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -18.6/-15.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ