เปิดอาณาจักร “รถเช่าเจ้าสัว” ทำธุรกิจครบลูป โกยปีละ 4 พันล้าน

ไตรรงค์ บุตรากาศ
ไตรรงค์ บุตรากาศ
สัมภาษณ์

“อาคเนย์แคปปิตอล” ประกอบธุรกิจหลักคือ การให้เช่ารถยนต์ ซึ่งนับเป็นธุรกิจอีกขาหนึ่งภายใต้ร่มเงาของ “บมจ.ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TGH) กลุ่มธุรกิจการเงินในเครือเจ้าสัว “เจริญ สิริวัฒนภักดี” ปัจจุบันมีส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ครองอันดับ 1 ในบรรดาธุรกิจให้เช่ารถ (ปี 2565 อยู่ที่ 22,428 คัน) จึงนับว่าเป็นโอกาสดีที่ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาสร่วมสัมภาษณ์ “ไตรรงค์ บุตรากาศ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาคเนย์แคปปิตอล จำกัด หรือ SECAP ที่ได้เปิดตัวมาเล่าภาพธุรกิจนี้ให้ฟัง

ทำธุรกิจ “รถเช่า” ครบวงจร

โดย “ไตรรงค์” เปิดเผยว่า อาคเนย์แคปปิตอล เป็นบริษัทรถให้เช่าองค์กรรายใหญ่ที่สุดในประเทศมานานกว่า 7 ปี ตั้งแต่ปี 2559-2565 ปัจจุบันมีรถยนต์ให้เช่าทั้งหมด 22,428 คัน มีลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนรายใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีบริษัทลูกคือ บริษัท รถดีเด็ด ออโต้ จำกัด หรือ RDD ที่ประกอบธุรกิจขายรถที่หมดสัญญาเช่า มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี รวมถึงยังมีธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ คือ บริษัท อาคเนย์ มันนี่ รีเทล จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น ในช่วงแรกยังเน้นไปที่บริษัทและพนักงานในเครือเป็นหลัก

“อาคเนย์แคปปิตอลมีรายได้อยู่ที่ 4,000 ล้านบาทต่อปี และปีนี้ยังคงตั้งเป้าเติบโตในระดับที่ใกล้เคียงกับตลาดที่ประมาณ 2-3% เพราะธุรกิจรถให้เช่ายังคงเป็นธุรกิจที่เติบโตได้ต่อเนื่อง เพราะจะเริ่มเห็นองค์กรตั้งแต่ไซซ์กลางลงมา เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมจากซื้อมาเป็นการเช่ามากขึ้น”

ทั้งนี้ ในปี 2566 นี้ อาคเนย์แคปปิตอลจะมีการปรับเปลี่ยนจากเดิมที่ให้บริการผ่านคอลเซ็นเตอร์ ไปสู่การเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มผ่าน LINE OA หรือ LINE official account ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถติดต่อสอบถามบริการได้สะดวกมากขึ้น โดยจะเริ่มตั้งแต่ช่วงปลายเดือน มี.ค.นี้ รวมถึงจะมีการลงทุนเปลี่ยน core system ใหม่ ซึ่งคาดว่าใช้งบฯ ลงทุนราว ๆ 30-40 ล้านบาท

Advertisement

เทรนด์อีวีมาแรงปีนี้ให้เช่า 200 คัน

ในช่วงที่ผ่านมากระแสรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) เริ่มมีเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ “ไตรรงค์” กล่าวว่า รถยนต์อีวีเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่จะทำให้องค์กรโตต่อ ซึ่งปัจจุบันมีรถยนต์อีวีอยู่ 50 คัน โดยได้ทดลองปล่อยให้เช่าใน 3 บริษัท ซึ่งผลตอบรับก็ออกมาค่อนข้างดี อย่างไรก็ดี รถยนต์อีวียังมีข้อจำกัดบางอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของสถานีชาร์จไฟฟ้าและระยะทางในการใช้งาน

อย่างไรก็ดี อาคเนย์แคปปิตอล มีโรดแมปในการไปสู่รถยนต์อีวีตามแผน EV transition roadmap ซึ่งจะเป็นการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป และสอดคล้องกับสภาพของตลาด รวมถึงศึกษาการให้บริการลูกค้าในกลุ่มนี้ให้ครบถ้วนมากที่สุด

“แต่เทรนด์เห็นแล้วว่ายังไงอีวีก็มา และสัดส่วนของรถก็จะเปลี่ยนไป แต่ว่าจะเปลี่ยนไปทั้งหมดเลยหรือไม่ น่าจะยัง เพราะเพิ่งเริ่ม เรื่องของบริการต่าง ๆ ยังไม่ครบมาก ยังคงต้องมีการปรับเปลี่ยนพัฒนากันต่อ ซึ่งบริษัทก็มองเห็นโอกาสตรงนี้

ละมีโครงการนำร่อง (pilot project) ในการทดลองใช้งานรถยนต์อีวี และจะมีการขยายออกไปทุกปี พร้อมกับการขยายฐานลูกค้า โดยเราตั้งเป้าจะมีรถยนต์อีวีเพิ่มขึ้นประมาณ 200 คันภายในปีนี้ ซึ่งก็ต้องบอกว่ารถยนต์อีวีมีราคาค่อนข้างสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป แต่เราก็จะดูให้สมเหตุสมผลตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก”

Advertisement

ขยายตลาดสู่รายย่อยเช่ารถ

“ไตรรงค์” กล่าวอีกว่า การจะก้าวไปสู่ความยั่งยืน คือการก้าวไปสู่ลูกค้ารายย่อย ดังนั้น องค์กรจึงมีแผนลงไปจับลูกค้ารายย่อยมากขึ้น ผ่านช่องทางออนไลน์ให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม โดยจะมีการทำรถยนต์ให้เช่าสำหรับบุคคลทั่วไป ไม่เฉพาะองค์กรเท่านั้น เพราะเป็นเทรนด์ที่กำลังมา ซึ่งจะเห็นได้จากในต่างประเทศธุรกิจให้เช่ารถยนต์เริ่มบูมมากขึ้น โดยเฉพาะในยุโรปและสหรัฐเติบโตปีละ 10-20% ขณะที่ในไทยก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มของเด็กจบใหม่ที่ยังไม่ได้มีเงินพอที่จะซื้อรถยนต์ และกลุ่มคนทำงานที่เริ่มเข้าใจว่าการมีรถยนต์หนึ่งคันเป็นภาระค่อนข้างหนัก

“2 กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก โดยในปีนี้อาคเนย์แคปปิตอลจะเปิดให้บริการ car subscription ในรูปแบบเช่ารถรายสัปดาห์ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ทดลองให้บริการ ซึ่งกระแสตอบรับค่อนข้างดี”

เกมใหม่ “รถขนส่งแช่เย็น”

เอ็มดี อาคเนย์แคปปิตอล กล่าวอีกว่า ปีนี้ยังจะมีบริการใหม่ที่จะเพิ่มเติมเข้ามาอีกด้วย คือรถขนส่งแบบแช่เย็น ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ใหม่ที่กำลังทดลองทำ เพื่อรองรับตลาดขนส่งอาหารแช่แข็ง รวมถึงการพัฒนารถ Jumbo 4 ล้อที่ “ไม่ติดเวลา” เดินทางขนส่งเข้าเมืองเหมือนกรณีรถบรรทุก ซึ่งตลาดรถขนส่งแช่เย็นปัจจุบัน ก็เป็นตลาดที่กำลังเติบโต จากตลาดออนไลน์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดจากในช่วงโควิด-19 โดยมีการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 15-18% ต่อปี ถือว่าเติบโตสูง

Advertisement

“แม้จะเน้นไปที่เซ็กเมนต์ใหม่ ๆ แต่เราก็ยังคงรักษาฐานลูกค้าเดิมเอาไว้ ด้วยการยกระดับนำดิจิทัลเแพลตฟอร์มเข้ามาช่วยดูแล และทำให้ลูกค้ามีความสะดวกและสบายใจในการใช้บริการ และพร้อมศึกษาความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เหล่านี้จะทำให้องค์กรเติบโตและมีความใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น” เอ็มดี อาคเนย์แคปปิตอลกล่าวทิ้งท้าย