Skip to content

หุ้นบริหารหนี้กำไรแผ่ว แบงก์แห่ขาย NPL ดันยอดรับซื้อพุ่ง

07 พ.ค. 2566 | 07:35น.
หุ้นบริหารหนี้กำไรแผ่ว แบงก์แห่ขาย NPL ดันยอดรับซื้อพุ่ง

สถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง สถาบันการเงินพยายามตัดขายหนี้ออกมา น่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจบริหารหนี้ (เอเอ็มซี) แต่จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ต้องพิจารณาจากการวิเคราะห์แนวโน้มกำไรของธุรกิจเอเอ็มซีในไตรมาส 1/2566

กำไร ไตรมาส 1 ปีนี้สู้ ไตรมาส 4 ปีที่แล้วไม่ได้

โดย “กรกช เสวตร์ครุตมัต” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย เปิดเผยว่า ประเมินว่ากำไรธุรกิจบริหารหนี้ช่วงไตรมาส 1/2566 น่าจะสู้ไตรมาส 4/2565 ไม่ได้ เพราะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของ บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM) ที่มีทรัพย์ชิ้นใหญ่ขายน้อย จึงเก็บหนี้ได้น้อย

ขณะที่ บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) น่าจะมีการตั้งสำรองเพิ่ม ขณะที่การเก็บเงินไม่ได้ดีขึ้นมากนัก ส่วน บมจ.ชโย กรุ๊ป (CHAYO) ไม่มีการโอนทรัพย์ชิ้นใหญ่ ด้าน บมจ.เชฎฐ์ เอเชีย (CHASE) กำไรดีกว่าไตรมาส 4 ปีก่อน แต่แค่ไตรมาสละกว่า 20 ล้านบาทเท่านั้น

“ดังนั้น กำไรกลุ่มเทียบไตรมาสก่อนหน้า (QOQ) น่าจะลดลงเกิน 10% แต่ถ้าเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) จะเห็นการเติบโตประมาณ 10% โดยทิศทางการเก็บหนี้ไตรมาส 1 ปีนี้ มีแนวโน้มดีขึ้นในภาพใหญ่ แต่ JMT ทำได้ไม่ดี อาจจะทรง ๆ เช่นเดียวกับ BAM แย่ลงตามช่วงโลว์ซีซั่น

ส่วนบริษัทอื่น ๆ เซนติเมนต์ดีขึ้น แต่แนวโน้มไตรมาส 2 เก็บหนี้ได้ไม่ค่อยดี เพราะช่วงเดือน เม.ย. มีการใช้จ่ายสงกรานต์ และเดือน พ.ค. เป็นช่วงเปิดเทอม มีเหตุผลให้เบี้ยวหนี้สูง จึงเป็นโลว์ซีซั่นสำหรับการเก็บหนี้ของกลุ่มลูกหนี้ไม่มีหลักประกัน”

รับซื้อหนี้เพิ่มขึ้น-แบงก์แห่ขาย

ทั้งนี้ เทรนด์ขายหนี้ของแบงก์มีมากขึ้น หลังจากอั้นไว้ตั้งแต่ช่วงมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ จึงเห็นสัญญาณที่ธุรกิจบริหารหนี้ ซื้อหนี้ได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 1 โดยคาดว่า BAM ซื้อประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท JMT ราว 1,000-2,000 ล้านบาท

และ CHASE ประมาณ 100-200 ล้านบาท คิดเป็น 15% ของเป้าซื้อหนี้ปีนี้ และ CHAYO ประมาณกว่า 100 ล้านบาท จากเป้าปีนี้ที่ 1,000 ล้านบาท

เทรนด์เอ็นพีแอล Q2 พุ่ง

“กรกช” กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มเอ็นพีแอลไตรมาส 2 ปีนี้ คุณภาพหนี้อาจจะแย่ลง แต่อยู่ในระดับไม่น่ากังวล คาดจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.1-4.2% โดยยังเป็นลูกหนี้เอสเอ็มอีที่ยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งจะเริ่มเห็นเอสเอ็มอีบางรายที่ไปต่อไม่ได้ในยามที่นักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา จึงอาจเห็น SME บางรายโดนปล่อยตกชั้นเป็นเอ็นพีแอล

“อีกกลุ่มที่อาจจะเห็นเอ็นพีแอลทยอยขึ้น คือลูกหนี้รถยนต์ โดยเฉพาะรถกระบะที่เห็นปัญหา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอาชีพอิสระ จึงอาจเห็นการขาดทุนของรถยึดและการตั้งสำรองของกลุ่มรถกระบะเพิ่มเข้ามา โดยแบงก์เล็กอย่าง TISCO, KKP อาจเจอผลกระทบตรงนี้มากกว่า เมื่อเทียบแบงก์ใหญ่ที่มีพอร์ตรถไม่มาก”

ตาราง ประมาณกำไรหุ้น

คาด CHAYO ทำนิวไฮ

ขณะที่ “ธนภัทร ฉัตรเสถียร” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า คาดว่า BAM จะมีกำไรสุทธิในไตรมาสแรกที่ 334 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YOY แต่ลดลง 61% QOQ และ 2.CHAYO มีกำไรสุทธิ 94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% YOY และเพิ่มขึ้น 9% QOQ

โดยภาพรวม BAM ถือว่ากำไรออกมาค่อนข้างอ่อนแอ ส่วนหนึ่งเป็นปัจจัยฤดูกาลทั้งยอดจัดเก็บหนี้ และยอดทรัพย์สินรอการขาย (NPA) อ่อนตัวลง QOQ เพราะไตรมาส 4 เป็นช่วงพีก รวมถึงยังมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนทางการเงินปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสที่แล้ว

แต่ในแง่การซื้อหนี้ถือว่าปรับตัวดีขึ้นมาก เพราะเริ่มต้นปีมีการขายหนี้จากสถาบันการเงินเข้ามาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะหลังหมดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้

สำหรับ CHAYO คาดกำไรไตรมาส 1 ปีนี้จะทำนิวไฮ เพราะแนวโน้มยอดจัดเก็บหนี้โดยเฉพาะหนี้ไม่มีหลักประกันปรับตัวดีขึ้นมาก หลัก ๆ เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจจากพัฒนาการท่องเที่ยวและบริโภคฟื้นตัว ทำให้ลูกหนี้มีเงินนำมาชำระได้ และเมื่อแบงก์หมดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ทำให้ธุรกิจบริหารหนี้จัดเก็บหนี้ง่ายขึ้นด้วย เพราะลูกหนี้ไม่มีข้ออ้างในการผ่อนผันการชำระหนี้แล้ว

และการขายเอ็นพีแอลที่มีหลักประกันผ่านกรมบังคับคดี มองว่าน่าจะมีการขายได้บ้างแต่ไม่ใช่แปลงใหญ่ เช่นเดียวกับ NPA ที่เป็นทรัพย์ภายใต้ชื่อชโยเองน่าจะมีการขายออกไปเหมือนกัน จึงหนุนผลประกอบการเติบโตปรับตัวทำนิวไฮได้

“ส่วนไตรมาส 2 BAM น่าจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง เพราะ NPL และ NPA ที่ดรอปลง QOQ ในช่วงไตรมาสแรกเป็นผลของฤดูกาล จึงจะเห็นแนวโน้มดีขึ้นได้ ประกอบกับภาพเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวระดับหนึ่ง ทำให้การจัดเก็บหนี้ดีขึ้นตาม แต่มีปัจจัยที่อาจต้องระมัดระวัง

เนื่องจาก BAM มีหนี้ที่มีหลักประกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นการขายเอ็นพีแอลผ่านกรมบังคับคดีหรือการขาย NPA ลูกหนี้โดยส่วนใหญ่ไม่ได้ซื้อเป็นเงินสด 100% จะมีการซื้อเป็นการผ่อนชำระและไปขอสินเชื่อแบงก์ ซึ่งตอนนี้ดอกเบี้ยค่อนข้างสูง อาจจะเป็นปัจจัยกระทบกระแสเงินสดของ BAM ได้”

ส่วน CHAYO กำไรไตรมาส 2-3 ยังคาดการณ์ยาก เพราะมีรายการใหญ่ที่อาจจะถูกบันทึกเข้ามา นั่นคือกำไรจากการขายทรัพย์หลักประกันของเอ็นพีแอลผ่านกรมบังคับคดี ซึ่งทาง CHAYO ขายได้ตั้งแต่ช่วงปี 2565 แต่มีผู้ร้องผ่านกรมบังคับคดี และศาลได้ยกฟ้องไปแล้ว แต่มีการยื่นอุทธรณ์อีกรอบ

และเมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2566 ศาลได้มีคำสั่งยกเลิกคำร้อง หมายความว่า CHAYO มีโอกาสได้รับเงินและบันทึกเป็นกำไรราว 200 ล้านบาท ซึ่งมีนัยสำคัญต่องบการเงิน CHAYO