เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“โอสถสภา” ปั้นโมเดล Smart Factory สู้ตลาดฝืด
Business “โอสถสภา” ปั้นโมเดล Smart Factory สู้ตลาดฝืด
บอร์ด EV เคาะภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 3 เทียร์ นำเข้าเก็บแพงสุดมากกว่า 10% ผลิตในประเทศ-Local Content สูงเรตต่ำสุด
Uncategorized บอร์ด EV เคาะภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 3 เทียร์ นำเข้าเก็บแพงสุดมากกว่า 10% ผลิตในประเทศ-Local Content สูงเรตต่ำสุด
“เอกนัฏ” ระดมทีมงาน-เครื่องจักร ขุดสำรวจเพิ่มเติม 24 ชม. เร่งขยายผลทุกจุดเสี่ยงให้เร็วที่สุด
Economic “เอกนัฏ” ระดมทีมงาน-เครื่องจักร ขุดสำรวจเพิ่มเติม 24 ชม. เร่งขยายผลทุกจุดเสี่ยงให้เร็วที่สุด
รถไฟไม่รับ 4 เงื่อนไข บีบ CP รับเดินรถแอร์พอร์ดลิงก์ต่อ 1 ต.ค.นี้
Real Estate รถไฟไม่รับ 4 เงื่อนไข บีบ CP รับเดินรถแอร์พอร์ดลิงก์ต่อ 1 ต.ค.นี้
รามคำแหง 53 “จุดหมายใหม่” วัยรุ่น 3 จังหวัดชายแดนใต้
Columns รามคำแหง 53 “จุดหมายใหม่” วัยรุ่น 3 จังหวัดชายแดนใต้
บอร์ดอีวีเห็นชอบปรับโครงสร้างภาษี EV หนุนใช้ชิ้นส่วนไทย ดันฐานผลิตโลก
Economic บอร์ดอีวีเห็นชอบปรับโครงสร้างภาษี EV หนุนใช้ชิ้นส่วนไทย ดันฐานผลิตโลก
วิทยาศาสตร์มีคำอธิบาย “ทฤษฎีเหนือดวง” ไขปัจจัยแห่งโชค
News วิทยาศาสตร์มีคำอธิบาย “ทฤษฎีเหนือดวง” ไขปัจจัยแห่งโชค
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
พันธบัตรออมพลัสคึกคัก! ยอดจองพุ่ง 6.56 พันล้าน จากวงเงินขาย 2 พันล้าน
Finance พันธบัตรออมพลัสคึกคัก! ยอดจองพุ่ง 6.56 พันล้าน จากวงเงินขาย 2 พันล้าน
‘วราวุธ’ ย้ำภาษี EV ต้องสร้างแต้มต่อเท่ากัน ป้องกันรถนำเข้าได้เปรียบรถผลิตไทย
Economic ‘วราวุธ’ ย้ำภาษี EV ต้องสร้างแต้มต่อเท่ากัน ป้องกันรถนำเข้าได้เปรียบรถผลิตไทย
ดูทั้งหมด

สภาพัฒน์คงจีดีพีปีนี้ 2.7-3.7% ไตรมาสแรกโต 2.7% ดีกว่าคาด

15 พ.ค. 2566 | 14:04น.
ดนุชา พิชยนันท์

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ประกาศคงจีดีพีปี 2566 อยู่ที่ 2.7-3.7% หลังไตรมาสที่ 1/66 โตต่อเนื่องที่ระดับ 2.7% เผยอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น-การบริโภคในประเทศโต 3.7% หนุนการใช้จ่าย-ลงทุนเอกชนขยายตัว จับตาเศรษฐกิจโลกชะลอ-ปัญหาหนี้-ดอกเบี้ยขึ้นเพื่อกดเงินเฟ้อ สร้างความผันผวนตลาดโลก

วันที่ 15 พฤษภาคม 2566 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาสที่ 1/2566 ขยายตัว 2.7% ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4/2565 ที่ขยายตัว 1.4% ซึ่งไม่ได้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) และแนวโน้มในอนาคตเศรษฐกิจไทยยังไปได้ดี

ทั้งนี้ หากดูเครื่องชี้วัดเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1/2566 ยังคงขยายตัวต่อเนื่องได้หลายตัว โดยการบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 5.4% ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า

และการลงทุนรวมขยายตัว 3.1% ชะลอตัวจากไตรมาสก่อนหน้า 3.9% ตามการชะลอตัวลงของการลงทุนภาคเอกชน 2.6% จาก 4.5% และการลงทุนภาครัฐขยายตัว 4.7% เร่งขึ้นจาก 1.5% ขณะที่การบริโภคภาครัฐหดตัว -6.2% ส่วนหนึ่งมาจากการโอนเงินเพื่อสวัสดิการที่ไม่เป็นตัวเงินในช่วงโควิด-19

ขณะที่ปริมาณการส่งออกหดตัว -6.4% ปรับดีขึ้นจากไตรมาสที่ 4/2565 ที่หดตัว -10.3% ซึ่งการส่งออกที่ขยายตัวได้ใน 3 ตลาด ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย อินเดีย และสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ดี กลุ่มสินค้าที่ปรับลดลง ได้แก่ เคมี ปิโตรเคมี ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เนื่องจากเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลง จึงต้องเร่งผลักดันปรับโครงสร้าง และหากดูอัตรากำลังการผลิตอยู่ที่ 63.66% สูงกว่าไตรมาสก่อนที่อยู่ 60.32% แต่ถ้าเทียบไตรมาสที่ 1/2565 ปรับลดลงที่อยู่ 66.77%

“การส่งออก หากดูจะพบว่าหดตัวจากประเทศต้นทาง โดยไตรมาสแรกประเทศ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ลดลงเมื่อเทียบไตรมาสที่ 4/65 เช่น เวียดนาม -7.1% และดูกำลังซื้อปรับลดลงต่ำกว่า 50% จากสหรัฐและยูโรโซน ดังนั้น เศรษฐกิจไทยมีแรงสนับสนุนจากการบริโภคภายในประเทศที่พยุงสถานการณ์ไว้ได้”

นายดนุชากล่าวว่า จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 1/2566 สภาพัฒน์ได้ปรับกรอบประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจเล็กน้อย แต่ยังคงกรอบประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปี 2566 อยู่ที่ 2.7-3.7% โดยปรับเพิ่มประมาณการบริโภคเอกชนอยู่ที่ 3.7% จาก 3.2% และการบริโภคภาครัฐหดตัวเพิ่มขึ้นจาก -1.5% มาอยู่ที่ -2.6%

เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชน เหลือ 1.9% จาก 2.1% โดยยังคงตัวเลขการลงทุนภาครัฐอยู่ที่ -1.6% กรอบอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.5-3.5% และดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ที่ 1.4% ของจีดีพี ปรับลดลงจาก 1.5% ของจีดีพีในรอบประมาณการครั้งก่อน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566

สำหรับปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวในปี 2566 มาจากการฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยวที่คาดการณ์จะมีจำนวนนักท่องเที่ยว 28 ล้านคน อย่างไรก็ดี หากดูจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในช่วง 3 เดือนแรกหลังจากที่มีการเปิดประเทศ พบว่านักท่องเที่ยวยังคงมาต่ำกว่าคาดการณ์ โดยเข้ามาเพียง 5 แสนคน ซึ่งต้องรอดูแนวโน้มระยะถัดไปที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามเที่ยวบิน และหากเทียบกับปี 2562 การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนยังไม่ดีนัก อยู่ที่ 16.6 ล้านคน จึงต้องเร่งดำเนินการในการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยว

นอกจากการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัว 3.7% สอดคล้องกับอัตราการว่างงานที่ลดลงต่อเนื่อง ทำให้ฐานรายได้และการใช้จ่ายเข้าสู่ระบบมากขึ้น รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มขยายตัว ซึ่งสะท้อนจากการเช่าพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมปรับดีขึ้น และตัวเลขการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนการลงทุนภาครัฐที่มีการเร่งเบิกจ่ายได้ดี อย่างไรก็ดี ตัวเลขงบประมาณปี 2567 ที่จะล่าช้าออกไป ทำให้เม็ดเงินใหม่ที่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไตรมาสที่ 4/2566 คงไม่มี จึงต้องรอดูงบประมาณรัฐวิสาหกิจจะเข้ามาเสริมตรงนี้ได้มากน้อยแค่ไหน

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา จะเป็นเรื่องของการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก แม้ตัวเลขปรับดีขึ้น แต่ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ เนื่องจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ และการปรับดอกเบี้ยต่อเนื่องของธนาคารกลางหลักของโลก เพื่อกดอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงดำเนินอยู่ ปัญหาหนี้ของสหรัฐ และปัญหาแบงก์ล้ม ซึ่งจะก่อให้เกิดความผันผวนของตลาดการเงินโลก

ซึ่งไทยจะต้องติดตามเพื่อรับมือลดแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้นหากสถานการณ์รุนแรงกระทบต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง 14-15 ล้านล้านบาท แม้ว่าสัดส่วนจะปรับลดลงตามการขยายตัวของจีดีพี