เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
Biz Movement มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
ดูทั้งหมด

ดอกเบี้ยขึ้น-ผ่อนรถไม่ไหว 5 เดือนปล่อยยึด 9 หมื่นคัน

10 มิ.ย. 2566 | 08:43น.

สัญญาณหนี้เสียเพิ่ม แบงก์คุมปล่อยกู้ใหม่ ลูกค้าผ่อนรถไม่ไหว ดอกเบี้ยขึ้น-ค่าครองชีพแพง ธุรกิจลานประมูลรถยนต์ขยายพื้นที่รับรถยึดเพิ่มไม่หยุด คาดทั้งปียึดรถยนต์ 2.5 แสนคัน 5 เดือนแรกยึดมาแล้วเกือบ 9 หมื่นคัน มอเตอร์ไซค์ไม่น้อยหน้าถูกยึดเดือนละเกือบ 3 แสนคัน เฉพาะโตโยต้ายึดเข้าพอร์ตประมูลออนไลน์เดือนละ 500 คัน ภาพรวมยอดขายรถใหม่ลดลง 22%

นายอนุชาติ ดีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มรถยึดมีทิศทางเพิ่มขึ้น แต่ไม่สูงแบบก้าวกระโดดถึง 1 ล้านคัน โดยหากดูตัวเลขในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2566 มียอดรถยึดไหลเข้ามาในลานประมูลแล้ว 8-9 หมื่นคัน ซึ่งหากเทียบตัวเลขไตรมาสก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 3-5%

ทั้งนี้ ประเมินว่าภาพรวมรถยึดจะเป็นการทยอยไหลเข้าลานประมูลหลังจากนี้ ตามลูกหนี้ที่หมดมาตรการพักชำระหนี้ทยอยครบตั้งแต่ไตรมาสที่ 2/2565 และไม่สามารถชำระหนี้ได้ และกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ทำให้สถาบันการเงินทยอยยึดรถ

คาดว่าจะมียอดรถยึดอยู่ที่ราว 2-2.5 แสนคันในปีนี้ จากปกติยอดรถยึดจะเฉลี่ยอยู่ที่ 1.7-1.8 แสนคัน และปรับลดลงในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 เหลือเฉลี่ย 1.4-1.5 แสนคัน

และหากดูตัวเลขหนี้เอ็นพีแอลเช่าซื้อทั้งระบบ คาดว่าจะมีทิศทางเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เฉลี่ยในปีนี้จะวิ่งอยู่ราว 1.5-2.0% ส่วนหนึ่งที่เอ็นพีแอลไม่ได้เร่งตัวสูงขึ้นมาจากสถาบันการเงินยังคงให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ในการปรับโครงสร้างหนี้

เพราะหากปล่อยเป็นหนี้เสียสถาบันการเงินจะต้องมีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ ซึ่งเป็นต้นทุนธนาคาร จึงเห็นการประคองลูกหนี้แทน รวมถึงการคัดกรองลูกค้าใหม่ โดยการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เพื่อป้องกันหนี้เสีย

5 เดือนยึดรถ 9 หมื่นคัน

สำหรับในส่วนของบริษัท ยอดรถยึดในช่วง 5 เดือนแรกมียอดขายประมาณ 200 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 10-12% ซึ่งคาดว่าทั้งปียังคงเป็นไปตามเป้าหมาย 500 ล้านบาท หรือมียอดรถยึดเข้ามาประมูลราว 8-9 หมื่นคัน ถือเป็นอันดับ 2 ของตลาด

โดยปัจจุบันมีพันธมิตรราว 80-90 รายที่นำส่งรถยึดเข้าลานประมูล ถือว่าครอบคลุมตลาดมากกว่า 90% เช่น สถาบันการเงิน, Captive Finance, บริษัทรถเช่า, ประกันภัย รวมถึงบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อรองรับปริมาณรถยึดที่เพิ่มขึ้น อยู่ระหว่างการขยายพื้นที่โกดังเก็บรถเพิ่มเติมอีก 2 แห่งในพื้นที่ภาคอีสาน จากปัจจุบันมีอยู่ 27 แห่ง

“ตัวเลข 1 ล้านคันน่าจะเป็นการคาดคะเนบนหนี้เสีย 1.5% จะมีรถกลายเป็นหนี้เสียทั้งหมด 1 ล้านคัน แต่ปัจจุบันยังไม่เกิด เพราะแบงก์เองก็เร่งปรับโครงสร้างหนี้ เพราะไม่อยากตั้งสำรอง และหากเศรษฐกิจดี ลูกค้าผ่อนได้ โอกาสจะเป็น 1 ล้านคันคงไม่เกิด เพราะเฉลี่ยสถานการณ์ปกติเฉลี่ยรถยึดอยู่ที่ 1.7-1.8 แสนคันเท่านั้น”

ขยายลานประมูลรับรถยึดเพิ่ม

นายชุมพล กิตติชัยสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามอินเตอร์ การประมูล จำกัด (SIA) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โดยภาพรวมยอดรถยึดเข้ามาลานประมูลเพิ่มขึ้น สะท้อนจากปริมาณการส่งรถของสถาบันการเงินและพันธมิตรให้บริษัทมากขึ้น โดยเฉลี่ยมีรถยึด (รถยนต์และจักรยานยนต์) เข้ามาประมาณ 4,000-5,000 คันต่อเดือน ถือว่าเพิ่มขึ้นราว 10-20%

และจากปริมาณยอดรถยึดที่สถาบันการเงินส่งเข้ามาลานประมูลเพิ่มขึ้น ทำให้มีรถยึดที่ค้างในสต๊อกสะสมอยู่ราว 1 หมื่นคัน และคาดว่าแนวโน้มรถสะสมในสต๊อกจะเพิ่มขึ้นอีกราว 10% หรืออยู่ที่ราว 1.1 หมื่นคัน ทำให้บริษัทจำเป็นต้องขยายพื้นที่ลานประมูลเพิ่มเติม

เพื่อรองรับปริมาณรถยึดที่เพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกัน จากปัจจุบันมีลานประมูลอยู่ 42 แห่ง และภายในเดือนหน้าจะมีการจัดประมูลในภาคใต้และจังหวัดนครปฐม สะท้อนว่ามีรถยึดในพื้นที่นั้นเพิ่มขึ้น

“หากดูสัญญาณรถยึดที่เร่งเพิ่มขึ้น ประเมินว่าสถานการณ์ลูกหนี้เริ่มสะท้อนจากภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริง รายได้ยังไม่ฟื้นเต็มที่ ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ถดถอย รวมถึงการปล่อยสินเชื่อที่มากขึ้น ซึ่งบางส่วนอาจจะเป็นการปล่อยสินเชื่อที่ไม่ได้เข้มงวด และไม่มีการวางเงินดาวน์ ทำให้คนตัดสินใจทิ้งรถ ยอดรถยึดจึงเพิ่มขึ้นสอดคล้องกัน อย่างไรก็ดี เชื่อว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) คงไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดจนไม่สามารถบริหารจัดการได้”

ดอกเบี้ยสูง ลูกค้าผ่อนไม่ไหว

นายศรัณย์ ทองธรรมชาติ ประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ทยอยปรับสูงขึ้นมาก่อนหน้านี้ เนื่องจากลูกค้าที่หมดมาตรการช่วยเหลือจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสถาบันการเงิน ทำให้มีบางส่วนผ่อนชำระไม่ไหว ประกอบกับเจอภาระดอกเบี้ยขึ้น อัตราเงินเฟ้อที่สูง ส่งผลต่อค่าครองชีพแพงขึ้น จึงตกชั้นเป็นหนี้เสีย สอดคล้องกับอัตราการยึดรถที่ปรับเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม เกณฑ์การกำกับดูแลของ ธปท.ที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ จะเข้ามาช่วยดูแลให้การปล่อยสินเชื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยจะมีการขึ้นทะเบียนและเกณฑ์การกำกับผู้ประกอบการตามขนาดของพอร์ตสินเชื่อคงค้าง

ซึ่งจะแบ่งเป็น 4 กลุ่มคือ ขนาดใหญ่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป ขนาดกลางตั้งแต่ 1,000-5,000 ล้านบาท ขนาดเล็ก 100-1,000 ล้านบาท และขนาดจิ๋วไม่เกิน 100 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมถึงผู้ประกอบการท้องถิ่น น่าจะทำให้คุณภาพสินเชื่อปรับดีขึ้น

TTB-มียอดรถยึด 2,500 คัน

นายชัชฤทธิ์ ตั้งเถกิงเกียรติ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ผลิตภัณฑ์ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM หรือ Stage 2) ซึ่งค้างชำระ 1-2 งวด แต่ยังไม่ได้เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ มีสัญญาณเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ปี 2565

ส่วนหนึ่งมาจากการปรับฐานของกฎกติกาที่มีการควบคุมเบี้ยปรับ ค่าธรรมเนียมการชำระล่าช้า ส่งผลต่อพฤติกรรมการชำระหนี้ของลูกค้าเปลี่ยนไป โดยปัจจุบัน SM ของทีทีบีอยู่ที่ประมาณ 8-9%

“สถานการณ์รถยึดไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉลี่ยธนาคารจะมีรถยึดอยู่ที่ประมาณ 2,000 คันต่อเดือน และสูงสุดไม่เกิน 2,500 คันต่อเดือน ภายใต้อัตราหนี้เสียอยู่ในระดับต่ำราว 1-1.1% แม้ว่าจะเห็นการขยับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม แต่อยู่ในระดับบริหารได้”

มอเตอร์ไซค์ NPL 10%

นายศุภชัย บุญสิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฮเวย์ จำกัด ผู้ให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถและนายหน้าประกันภัย ภายใต้แบรนด์ “สมหวัง เงินสั่งได้” ในกลุ่มธนาคารทิสโก้ เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทิศทางหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เช่าซื้อ

ยอมรับว่าขยับเพิ่มขึ้นจากปี 2565 เล็กน้อย แต่ไม่เร่งขึ้นจนน่ากังวล หรือเกิดวิกฤตแต่อย่างใด โดยในส่วนของสถานการณ์รถยึดก็ยังทรงตัวอยู่ที่ 20% ของยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ สอดคล้องกับระบบ

ทั้งนี้ หากดูสัญญาณการเพิ่มขึ้นของหนี้เอ็นพีแอล จะเป็นการปรับขึ้นเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม จะเห็นการขยับเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดและเปิดเทอม ทำให้ลูกค้ามีความจำเป็นต้องใช้เงิน จึงทำให้การชำระเงินค่างวดเป็นไปในลักษณะแบบฟันหลอ

หรือจ่ายบางงวดเว้นบางงวด ทำให้เอ็นพีแอลสะวิงขึ้นและลงเฉลี่ย 0.50-0.75% จากปัจจุบันบริษัทมีเอ็นพีแอลอยู่ที่ระดับ 10% แม้ตัวเลขสูง แต่เป็นผลมาจากบริษัทไม่ได้มีการตัดขายหนี้ แต่บริหารจัดการเองตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ ทำให้เอ็นพีแอลลดลงค่อนข้างช้าเพราะใช้เวลาในการจัดการประมาณ 1 ปี

“ภาพรวมเอ็นพีแอลยังไม่ได้วิกฤต มีขยับเพิ่มขึ้นเป็นช่วง ๆ ตามลักษณะของรถจักรยานยนต์ยังทรงตัว คือปล่อยกู้ 5 คันจะเสีย 1 คัน หรือ 20% แต่คาดว่าครึ่งหลังของปีสถานการณ์จะดีขึ้น ประกอบกับเราค่อนข้างระมัดระวังการปล่อยสินเชื่ออยู่แล้ว”

ด้านนายประพล พรประภา กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวโน้มหนี้เอ็นพีแอลมีทิศทางขยับเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากบริษัทชะลอการปล่อยสินเชื่อใหม่ เนื่องจากรอความชัดเจนของหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

รวมถึงผลกระทบจากเกณฑ์การควบคุมเพดานอัตราดอกเบี้ยของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่มีผล 10 มกราคมที่ผ่านมา

จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ยอดสินเชื่อใหม่ในไตรมาสที่ 1/2566 หดตัว 6.5% ส่งผลให้เอ็นพีแอลขยับเพิ่มขึ้น หากเป็นพอร์ตสินเชื่อในประเทศเอ็นพีแอลเพิ่มเป็น 8% จาก 6.8%

แหล่งข่าวผู้ประกอบการเช่าซื้อเปิดเผยว่า สถานการณ์รถยึดในส่วนของรถจักรยานยนต์ หากดูยอดขายในปี 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ 1.7-1.8 ล้านคัน เป็นการซื้อเงินสดราว 20% และไฟแนนซ์อีก 80% หรือคิดเป็นประมาณ 1.4 ล้านคัน ซึ่งจากข้อมูลโดยปกติยอดยึดรถจักรยานยนต์แต่ละปีจะเฉลี่ยอยู่ที่ราว 2.5-2.8 แสนคัน ซึ่งในปี 2566 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ส่วนหนึ่งมาจากการอั้นในปี 2563-2564 เพราะมีมาตรการช่วยเหลือและชะลอการยึดรถ แต่ภายหลังหมดมาตรการจะเห็นการไหลเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากผ่อนชำระไม่ไหว หรือปล่อยให้สถาบันการเงินยึดรถ

อนึ่ง จากข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตัวเลขสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM หรือ Stage 2) ของสินเชื่อเช่าซื้อ ณ ไตรมาสที่ 1/2566 อยู่ที่ 164,828 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13.85% ของยอดสินเชื่อรวมทั้งหมด เป็นการเพิ่มขึ้นจากไตรมสที่ 4/2565 ที่อยู่ 161,790 ล้านบาท หรือ 13.66%

ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ณ ไตรมาสที่ 1/2566 อยู่ที่ 22,520 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.89% ของยอดสินเชื่อรวมทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 4/2565 ที่อยู่ 22,288 ล้านบาท หรือ 1.88% ของยอดสินเชื่อรวมทั้งหมด

โตโยต้ายึดเดือนละ 500 คัน

ด้านแหล่งข่าวจากวงการรถยนต์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ปรากฏการณ์รถถูกยึดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งระยะหลังมีลานประมูลเข้ามารับช่วงดูแลทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยกลุ่มลูกค้าที่รับช่วงต่อจะเป็นนายหน้า ประมูลไปส่งต่อให้ตามเต็นท์รถทั่วไปทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด

นายรุ่งโรจน์ ขันชะลี ประธาน บริษัท อ็อคชั่น เอ็กซ์เพรส Auction Express ในเครือโตโยต้า กล่าวว่า บริษัททำหน้าที่ประมูลออนไลน์ โดยรับรถยึดจากโตโยต้าลีสซิ่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบรนด์โตโยต้าสภาพสวย ใช้น้อย หลังจากนั้นนำมาปรับปรุงสภาพ เช็กกว่า 110 จุด ก่อนที่จะเปิดประมูลออนไลน์ ซึ่งต่อเดือนสามารถมีรถประมูลประมาณ 500 คัน

“ตอนนี้มีค่ายรถยนต์หลายยี่ห้อติดต่อให้เราดำเนินการประมูลให้ ล่าสุดเมื่อเดือนที่ผ่านมาก็เพิ่งทำให้แบรนด์มาสด้า”

ยอดขายรถใหม่ลดลง 22.5%

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย รายงานสถิติการจำหน่ายรถยนต์ตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2566 มีปริมาณการขาย 276,603 คัน ลดลง 6.1% โดยเฉพาะตลาดรถกระบะ (pure pickup) ปริมาณการขายแค่ 105,119 คัน ลดลงถึง 22.5% ซึ่งเป็นผลมาจากการชะลอการตัดสินใจซื้อของภาคธุรกิจ และภาคประชาชนในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ประกอบกับการเติบโตของเศรษฐกิจหลังฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด ที่มียอดสั่งซื้อรถยนต์ทุกประเภทเข้ามาเป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ตลาดรถยนต์ในเดือนพฤษภาคมก็มีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากความผันผวนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วงของการเลือกตั้ง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการชะลอการตัดสินใจซื้อ ซึ่งภาคประชาชน และภาคเอกชนต่างเฝ้ารอความชัดเจนในการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลต่อไป