บสย.โชว์ผลงานค้ำสินเชื่อครึ่งปีแรกเติมสภาพคล่อง SMEs กว่า 5 หมื่นราย

สิทธิกร ดิเรกสุนทร
สิทธิกร ดิเรกสุนทร

บสย.โชว์ผลงานค้ำประกันสินเชื่อครึ่งปีแรก 6.7 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 72% จากเป้าหมายทั้งปี เติมสภาพคล่อง SMEs กว่า 5 หมื่นราย สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 2.8 แสนล้านบาท รักษาการจ้างงานกว่า 4.9 แสนตำแหน่ง ลั่นครึ่งปีหลังเดินเครื่อง 3 เร่ง “เร่งค้ำ เร่งพัฒนา เร่งยกระดับ” มั่นใจยอดค้ำทั้งปีเป็นไปตามเป้า 9.5 หมื่นล้านบาท

วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ผลดำเนินงาน บสย. 6 เดือนแรกของปี 2566 ระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน ประสบผลสำเร็จตามเป้า ทั้งด้านค้ำประกันสินเชื่อ เติมสภาพคล่องทางการเงินต่อยอดธุรกิจ SMEs การแก้หนี้ ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ผ่านมาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” การให้คำปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F.A.Center) การขับเคลื่อนองค์กรด้วยดิจิทัล Digital Technology และการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานบน Line @tcgfirst

โดย บสย.ได้อนุมัติค้ำประกันสินเชื่อในช่วง 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย. 2566) เป็นวงเงินรวม 67,987 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้สินเชื่อ 51,427 ราย สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 280,786 ล้านบาท สร้างสินเชื่อสู่ระบบ 76,049 ล้านบาท รักษาการจ้างงานรวม 493,552 ตำแหน่ง ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อ 4 โครงการ ได้แก่

1.โครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยถูก (พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟู ระยะที่ 2) วงเงิน 30,280 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 45% ของวงเงินรวม ช่วย SMEs 5,450 ราย

2.โครงการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. SMEs เข้มแข็ง (PGS 10) วงเงิน 24,766 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 36% ของวงเงินรวม ช่วย SMEs 40,254 ราย

3. โครงการค้ำประกันสินเชื่อรายสถาบันการเงิน ระยะที่ 7 (BI7) วงเงิน 8,634 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 13% ของวงเงินรวม ช่วย SMEs 4,453 ราย

4.โครงการค้ำประกันสินเชื่ออื่น ๆ (PGS Renew และ PGS 5 ขยายเวลา) วงเงิน 4,307 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6% ของวงเงินรวม ช่วย SMEs 1,702 ราย

ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการค้ำประกันสินเชื่อสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

1.ภาคบริการ สัดส่วน 31% ได้แก่ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ภัตตาคาร ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจ โรงแรมและหอพัก ธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจแวร์เฮาส์

2.ภาคเกษตรกรรม สัดส่วน 11% ได้แก่ ธุรกิจผัก-ผลไม้ ธุรกิจชา กาแฟ ธุรกิจข้าว และพืชไร่ ธุรกิจสินค้าเกษตร ธุรกิจปศุสัตว์ และธุรกิจประมง

3.ภาคการผลิตและสินค้าอื่น สัดส่วน 10% ได้แก่ ธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจค้าปลีก ตลาดสด และแผงลอย ธุรกิจค้าของเก่า ธุรกิจจำหน่ายมือถือและอุปกรณ์ ธุรกิจการค้า ธุรกิจการผลิตอื่น ๆ

“3 อันดับเซ็กเตอร์ที่ค้ำประกันสูงสุด สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ คือ ภาคบริการ ภาคเกษตรกรรม และภาคการผลิตและสินค้าอื่น ขณะที่ครึ่งปีหลัง คาดว่าจะค้ำประกันได้ไม่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือปีนี้ตั้งเป้าไว้ทั้งสิ้น 9.5 หมื่นล้านบาท” นายสิทธิกรกล่าว

โดยทิศทางการดำเนินงาน บสย. ครึ่งปีหลัง ยกระดับค้ำประกันด้วย Digital Technology สู่การเป็น SMEs Gateway ตามแนวทาง TCG Fast & First รวดเร็ว รอบคอบ ที่หนึ่งในใจ SMEs ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทย ช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนในระบบให้ได้มากที่สุดในช่วงฟื้นประเทศ โดยเน้นการทำงาน 3 เร่ง “เร่งค้ำ เร่งพัฒนา เร่งยกระดับ”

1.เร่งผลักดันการค้ำประกันสินเชื่อ โดย บสย.มีวงเงินค้ำประกันสินเชื่อโครงการ PGS 10 รองรับราว 25,000 ล้านบาท โครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยถูก (พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟู ระยะที่ 2) มีวงเงินรองรับราว 50,000 ล้านบาท และโครงการค้ำประกันสินเชื่อรายสถาบัน ระยะที่ 7 มีวงเงินรองรับราว 15,000 ล้านบาท

2.เร่งพัฒนาโครงการพัฒนานวัตกรรม บสย. การให้บริการลูกค้าผ่านช่องทาง Digital Platform และพัฒนา Line @tcgfirst เพื่อการเข้าถึงบริการใหม่ อาทิ การจองคิวปรึกษา “หมอหนี้” ผ่าน Line @tcgfirst ตลอด 24 ชั่วโมง การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อที่สอดคล้องตามการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการดำเนินธุรกิจ

และเทรนด์ผู้ประกอบการ SMEs ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ในกลุ่ม Startup กลุ่มธุรกิจรักษ์โลก และสิ่งแวดล้อม Green Business กลุ่ม ESG การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โครงการพัฒนากระบวนการจัดการการเก็บหนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารหนี้ และโครงการพัฒนาระบบ TCG Data Management Platform เชื่อมโยงฐานข้อมูลทั้งภายในและภายนอก


และ 3.เร่งยกระดับการเข้าถึงบริการให้คำปรึกษา หมอหนี้ บสย. โครงการพัฒนารูปแบบการให้คำปรึกษาทางการเงิน ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F.A. Center) และโครงการการให้บริการ Credit Mediator เพื่อให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น