เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

บสย.เตรียม 9 หมื่นล้าน เติมสภาพคล่อง SME ครึ่งปีหลัง

23 ก.ค. 2566 | 08:30น.
บสย.เติมสภาพคล่อง SME

บสย.เติมสภาพคล่อง SME

ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง สินเชื่อธุรกิจขยายตัวได้ดีขึ้น หลังผ่านพ้นความยากลำบากในช่วงสถานการณ์โควิด-19 กันมา โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีที่เป็นฟันเฟืองสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย มีความต้องการสินเชื่อสำหรับพลิกฟื้นธุรกิจค่อนข้างมาก สะท้อนได้จากผลงานการค้ำประกันสินเชื่อของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ที่ทำได้ดี

ผลงาน 6 เดือน เกินครึ่งทาง

โดย “สิทธิกร ดิเรกสุนทร” กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. กล่าวว่า ผลดำเนินงาน บสย. 6 เดือนแรกของปี 2566 (ม.ค.-มิ.ย.) ประสบผลสำเร็จตามเป้า ทั้งด้านค้ำประกันสินเชื่อ เติมสภาพคล่องทางการเงินต่อยอดธุรกิจ SMEs การแก้หนี้ ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ผ่านมาตรการ

“บสย. พร้อมช่วย” การให้คำปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F.A.Center) การขับเคลื่อนองค์กรด้วยดิจิทัล digital technology และการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานบน Line @tcgfirst

ทั้งนี้ ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บสย.อนุมัติค้ำประกันสินเชื่อไปถึง 67,987 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้สินเชื่อ 51,427 ราย สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 280,786 ล้านบาท สร้างสินเชื่อสู่ระบบ 76,049 ล้านบาท รักษาการจ้างงานรวม 493,552 ตำแหน่ง ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อ 4 โครงการ ซึ่งยอดค้ำประกันคิดเป็น 72% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 95,000 ล้านบาท

“ในจำนวน 51,427 ราย เป็น SMEs ระดับไมโครถึง 80% เรียกได้ว่าเป็นรายย่อย พ่อค้า แม่ขายจริง ๆ ซึ่งปีที่แล้วขนาดค้ำประกันสินเชื่อต่อรายอยู่ที่ 1.2 แสนบาท แต่ปีนี้ขยับขึ้นเป็น 1.6 แสนบาท เป็นภาพที่ชัดเจนว่ากลุ่มที่เป็นไมโคร เป็นกลุ่มที่สถาบันการเงินเข้าไปช่วยปล่อยสินเชื่อเยอะมาก”

3 เซ็กเตอร์ยอดค้ำสูงสุด

สำหรับอุตสาหกรรมที่มีการค้ำประกันสินเชื่อสูงสุด 3 อันดับแรกในช่วงครึ่งปีแรก ได้แก่ 1.ภาคบริการ ได้แก่ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ภัตตาคาร ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจ โรงแรมและหอพัก ธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจแวร์เฮาส์ สัดส่วน 31% ของยอดค้ำ 76,049 ล้านบาท 2.ภาคเกษตรกรรม ได้แก่ ธุรกิจผัก-ผลไม้ ธุรกิจชา กาแฟ ธุรกิจข้าว และพืชไร่ ธุรกิจสินค้าเกษตร ธุรกิจปศุสัตว์ และธุรกิจประมง สัดส่วน 11%

และ 3.ภาคการผลิตและสินค้าอื่น ๆ ได้แก่ ธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจค้าปลีก ตลาดสด และแผงลอย ธุรกิจค้าของเก่า ธุรกิจจำหน่ายมือถือและอุปกรณ์ ธุรกิจการค้า ธุรกิจการผลิตอื่น ๆ สัดส่วน 10%

“วงเงินค้ำประกันสูงสุด 3 อันดับ ตามเซ็กเตอร์ จะเห็นได้ว่า สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ คือ ภาคบริการ-ท่องเที่ยว ภาคเกษตรกรรม-เกษตรแปรรูป และภาคการผลิตและสินค้าอื่น ซึ่งสอดคล้องเรื่องของการบริโภคภายในประเทศ”

ตาราง บสย.

“สิทธิกร” กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันจากยอดค้ำประกันสินเชื่อ 67,987 ล้านบาทในครึ่งปีแรก แบ่งเป็นสัดส่วนการค้ำประกันในกรุงเทพฯ 44% และต่างจังหวัด ประมาณ 56% ขณะที่ตัวเลขการปล่อยสินเชื่อของแบงก์ 70% จะอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และอีก 30% จะเป็นต่างจังหวัด

แท็กทีมแบงก์ปรับโครงสร้างหนี้

ส่วนตัวเลขภาระค้ำประกันที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPG) อยู่ที่ 7-8% จากยอดค้ำประกันคงค้าง 7-8 แสนล้านบาท ซึ่งแบงก์ยังไม่ได้ส่งเข้ามาเคลม โดยยังสามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้ และหากปรับโครงสร้างหนี้ได้หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของแบงก์ก็จะลดลงไป แต่สุดท้ายหากปรับไม่ได้ จึงจะส่งมาเคลมกับ บสย.

“NPG 7-8% เป็น NPL แล้วก็จริง แต่แบงก์ยังไม่ได้เคลมเข้ามาที่ บสย. ดังนั้น เราก็ทำงานบูรณาการกับแบงก์ เข้าไปเลย เอาหมอหนี้เข้าไปแนะนำเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ ถ้าสุดท้ายแบงก์เข้ามาเคลมแค่ 5% NPL ของแบงก์ก็จะเหลือแค่ 3% ดังนั้น ผมว่า กลไกเครดิตการันตีสามารถช่วยได้”

เตรียม 9 หมื่นล้าน ลุยครึ่งปีหลัง

สำหรับทิศทางการดำเนินงาน บสย.ครึ่งปีหลัง จะมุ่งยกระดับการค้ำประกันด้วย digital technology สู่การเป็น SMEs gateway เพื่อช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนในระบบให้ได้มากที่สุดในช่วงฟื้นประเทศ โดยเน้นการทำงาน 3 เร่ง “เร่งค้ำ เร่งพัฒนา เร่งยกระดับ” ประกอบด้วย

1.เร่งผลักดันการค้ำประกันสินเชื่อ โดย บสย.มีวงเงินค้ำประกันสินเชื่อโครงการ PGS 10 รองรับราว 25,000 ล้านบาท โครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยถูก (พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟู ระยะที่ 2) มีวงเงินรองรับราว 50,000 ล้านบาท และโครงการค้ำประกันสินเชื่อรายสถาบัน ระยะที่ 7 มีวงเงินรองรับราว 15,000 ล้านบาท

2.เร่งพัฒนาโครงการพัฒนานวัตกรรม บสย. การให้บริการลูกค้าผ่านช่องทาง digital platform และพัฒนา Line @tcgfirst เพื่อการเข้าถึงบริการใหม่ อาทิ การจองคิวปรึกษา “หมอหนี้” ผ่าน Line @tcgfirst ตลอด 24 ชั่วโมง การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อที่สอดคล้องตามการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการดำเนินธุรกิจ และเทรนด์ผู้ประกอบการ SMEs

ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ในกลุ่ม startup กลุ่มธุรกิจรักษ์โลก และสิ่งแวดล้อม green business กลุ่ม ESG การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โครงการพัฒนากระบวนการจัดการการเก็บหนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารหนี้ และโครงการพัฒนาระบบ TCG data management platform เชื่อมโยงฐานข้อมูลทั้งภายในและภายนอก

และ 3.เร่งยกระดับการเข้าถึงบริการให้คำปรึกษา หมอหนี้ บสย. โครงการพัฒนารูปแบบการให้คำปรึกษาทางการเงิน ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F.A. Center) และโครงการการให้บริการ credit mediator เพื่อให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น

“นอกจากนี้ ในครึ่งปีหลัง เราจะมีการเปลี่ยนฟอร์แมตสาขา โดยจะนำร่อง 2 สาขา คือที่จังหวัดชลบุรี กับพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะเน้นให้ SMEs สามารถมาใช้สาขาของ บสย. ในการติดต่อ ทั้งกับ RM ของแบงก์ หรืออยากจะคุยกับหมอหนี้ หรืออยากจะปรึกษาวางแผนภาษีก็ได้”

มั่นใจยอดค้ำปีนี้ทะลุแสนล้าน

“กรรมการผู้จัดการทั่วไป บสย.” กล่าวว่า มั่นใจว่าปีนี้ยอดการค้ำประกันที่ตั้งไว้ 95,000 ล้านบาท จะทำได้ไม่ต่ำกว่านี้ ผ่านโครงการค้ำประกัน 3 โครงการหลัก คือ 1.โครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยถูก (พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟู ระยะที่ 2) มีวงเงินเหลือประมาณ 50,000 ล้านบาท

2.โครงการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. SMEs เข้มแข็ง (PGS 10) มีวงเงินเหลือประมาณ 25,000 ล้านบาท และ 3.โครงการค้ำประกันสินเชื่อรายสถาบันการเงิน ระยะที่ 7 (BI7) วงเงินเหลือประมาณ 15,000 ล้านบาท

“ในครึ่งปีหลัง ถ้าบรรยากาศเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวยังไปได้ดี ก็เชื่อว่าตัวเลข GDP ที่คลังประมาณการไว้ 3.6-3.8% ก็เป็นไปได้ โดยเราเตรียมเม็ดเงินเอาไว้ รองรับการค้ำประกันสินเชื่ออีกรวม ๆ 90,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ก็คงเป็นสินเชื่อเพื่อสภาพคล่องของ SMEs เป็นหลัก”

ฝากรัฐบาลใหม่หนุนสภาพคล่อง

ส่วนสิ่งที่อยากฝากรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาก็คือ ขอให้ประคับประคองเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ต่อไป โดยหากดูข้อมูลจากพอร์ต บสย. จะเห็นว่า 3 เซ็กเตอร์ที่ยอดค้ำสูงสุด ถือว่าสอดคล้องกับภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

“ผมมั่นใจว่า ถ้า SMEs ที่มีสัดส่วนต่อ GDP มากถึง 32% ถ้าเขามีสภาพคล่องมากเพียงพอ ก็จะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป และสภาพคล่องก็จะเป็นเกราะคุ้มครองให้ SMEs สามารถจะเติบโต และรันต่อไปได้ในสภาวการณ์แบบนี้” “กรรมการผู้จัดการทั่วไป บสย.” กล่าว