เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“นิพนธ์” ชงรื้อระบบบริหารน้ำ ดึงมืออาชีพคุมถาวร แก้เจ้าพระยาท่วมซ้ำทุกปี
Economic “นิพนธ์” ชงรื้อระบบบริหารน้ำ ดึงมืออาชีพคุมถาวร แก้เจ้าพระยาท่วมซ้ำทุกปี
10 หุ้นต่างชาติซื้อสวนตลาด หลังเทหุ้นไทย 4 หมื่นล้าน CPF-SCB-PTT-IVL นำทีม
Finance 10 หุ้นต่างชาติซื้อสวนตลาด หลังเทหุ้นไทย 4 หมื่นล้าน CPF-SCB-PTT-IVL นำทีม
น้ำท่วมกระทบฟาร์มหมู หวั่นกดราคาหลุด ห่วงโรคระบาดหลังน้ำลด
Economic น้ำท่วมกระทบฟาร์มหมู หวั่นกดราคาหลุด ห่วงโรคระบาดหลังน้ำลด
ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณขายออก 66,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณขายออก 66,850 บาท
โฆษกรัฐบาล จี้สอบ ‘เงินภาษีสุขภาพ’ 4 พันล้าน แฉบอร์ด สสส.ตั้งตัวเองเป็นทีมบริหารแผน
Politics โฆษกรัฐบาล จี้สอบ ‘เงินภาษีสุขภาพ’ 4 พันล้าน แฉบอร์ด สสส.ตั้งตัวเองเป็นทีมบริหารแผน
ทายาทเจ้าสัวเจริญทุ่ม 4 หมื่นล้าน ลงทุน 5 ปี เอเชียทีค-เวิ้งนครเกษม จ่อผุดสวนน้ำกลางกรุง
Real Estate ทายาทเจ้าสัวเจริญทุ่ม 4 หมื่นล้าน ลงทุน 5 ปี เอเชียทีค-เวิ้งนครเกษม จ่อผุดสวนน้ำกลางกรุง
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านเพิ่มการโจมตี ท่ามกลางอุปทานที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอิหร่านเพิ่มการโจมตี ท่ามกลางอุปทานที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง
SET เปิดลบ 8 จุด “กรุงศรี” ชี้น้ำท่วมยังกดดัน ลุ้นท่องเที่ยว-ลงทุนรัฐหนุน
Finance SET เปิดลบ 8 จุด “กรุงศรี” ชี้น้ำท่วมยังกดดัน ลุ้นท่องเที่ยว-ลงทุนรัฐหนุน
ม.พายัพ-ทีวา ลุย “Raising Lanna” ดันธุรกิจท้องถิ่นเติบโตยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค ม.พายัพ-ทีวา ลุย “Raising Lanna” ดันธุรกิจท้องถิ่นเติบโตยั่งยืน
ฟิตเนสคึกรับ HYROX ผุดคลาส-ฟื้นฟูชิงดีมานด์
Business ฟิตเนสคึกรับ HYROX ผุดคลาส-ฟื้นฟูชิงดีมานด์
ดูทั้งหมด

กรุงศรีฯ คาดเงินบาทซื้อขาย 36.35-37.00 บาท ติดตามข้อมูลจ้างงานสหรัฐ

02 ต.ค. 2566 | 16:56น.
ค่าเงินบาท เงินบาท วิเคราะห์

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 36.35-37.00 บาทต่อดอลลาร์ หลังเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 10 เดือน เผย นักลงทุนติดตามข้อมูลจ้างงานสหรัฐ-สถานการณ์ Government Shutdown และเงินเฟ้อเดือน ก.ย.ของไทย

วันที่ 2 ตุลาคม 2566 กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาท ในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 36.35-37.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 36.47 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายผันผวนในช่วง 35.90-36.83 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างสัปดาห์เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 10 เดือน

ทางด้านคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ขึ้นดอกเบี้ย 25bp เป็น 2.50% เงินดอลลาร์แข็งค่าเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนีดอลลาร์พุ่งขึ้น 11 สัปดาห์ติดต่อกัน ขณะที่นักลงทุนประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐสามารถรับมือกับภาวะดอกเบี้ยสูงได้ดีกว่าเศรษฐกิจแห่งอื่น ๆ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบ 16 ปี

อย่างไรก็ดี ดอลลาร์ลดช่วงบวกเล็กน้อยหลังดัชนีราคาค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงสู่ 3.9% ในเดือน ส.ค. ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 3,025 ล้านบาท และมียอดขายพันธบัตร 12,048 ล้านบาท โดยเกิดจากตราสารครบอายุ 5,175 ล้านบาท ขณะที่ค่าเงินบาทในเดือน ก.ย.และไตรมาสสาม อ่อนลง 4.3% และ 2.9% ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า หลังรัฐบาลสหรัฐสามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ Government Shutdown ขณะที่ตลาดจะติดตามข้อมูลภาคบริการและการจ้างงานเดือน ก.ย.ของสหรัฐรวมถึงความเห็นของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยเรามองว่าแม้ค่าเงินดอลลาร์อาจมีจังหวะพักฐานบ้างชั่วคราวในระยะสั้นแต่ในมิติของอัตราผลตอบแทนนั้นดอลลาร์จะยังคงได้แรงหนุนต่อไปจนกว่าตัวเลขจะสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังอ่อนแรงลงอย่างมีนัยสำคัญซึ่งจะท้าทายแนวโน้มภาวะดอกเบี้ยสูงยาวนาน (Higher for Longer) ของเฟด

สำหรับประเด็นในประเทศ นักลงทุนจะให้ความสนใจกับตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ก.ย. ทางด้าน ธปท.ปรับเพิ่มประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจปี’67 เป็น 4.4% จากเดิมคาดไว้ที่ 3.8% สะท้อนแผนกระตุ้นทางการคลัง โดยเฉพาะ Digital Wallet อีกทั้งภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง และการส่งออกกลับมาขยายตัว

โดย ธปท.เห็นว่ายังต้องติดตามความเสี่ยงด้านสูงของเงินเฟ้อ ทั้งนี้ กนง.ขึ้นดอกเบี้ยด้วยเสียงเอกฉันท์โดยมองว่าดอกเบี้ยนโยบายเข้าสู่ระดับเป็นกลาง ท่าทีดังกล่าวทำให้เราประเมินว่าดอกเบี้ยนโยบายถึงจุดสูงสุดของวัฎจักรแล้ว และ กนง.มีแนวโน้มตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 2.50% ในอีกหลายไตรมาสข้างหน้า