ก.ล.ต. เชือดผู้แนะนำการลงทุน สังกัด “ธนาคารกรุงไทย” เป็นเวลา 9 ปี 12 เดือน มีพฤติกรรมโกงขายกองทุนลูกค้า เสียหายกว่า 1,027,000 บาท
วันที่ 18 ตุลาคม 2566 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานว่า ก.ล.ต. ได้รับรายงานจากธนาคารกรุงไทย (KTB) และตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมพบว่า ในเดือนพฤศจิกายน 2564 พบว่า นางสาวเสาวรัตน์ บุญชู ผู้แนะนำการลงทุนได้กระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน โดยขายกองทุนของลูกค้าที่ไม่ใช่ความประสงค์ของลูกค้า ทำให้ลูกค้าได้รับความเสียหาย เป็นเงินรวม 1,027,000 บาท โดยมีพฤติกรรมดังนี้
1.ใช้บัตรประชาชนที่ลูกค้าได้ฝากไว้ใช้ในการยืนยันตัวตน และใช้รหัสผ่านของพนักงานที่มีอำนาจอนุมัติในการอนุมัติรายการขายหน่วยลงทุน และใช้บริการ Internet banking ในบัญชีของลูกค้าในการโอนเงิน ค้าขายหน่วยลงทุนออกจากบัญชีเงินฝากของลูกค้าไปยังบัญชีเงินฝากของตนเองเพื่อนำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
2.โอนเงินฝากของลูกค้าเพิ่มเติมจากกรณีดังกล่าวข้างต้น ไปยังบัญชีเงินฝากของตนเอง ซึ่งทำในวันเดียวกันนี้
ทั้งนี้ นางสาวเสาวรัตน์ บุญชู ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ลูกค้าดังกล่าวครบถ้วนแล้ว
โดยสำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนางสาวเสาวรัตน์ตามข้อ 1.เป็นความผิดฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน และตามข้อ 2.เป็นความผิดฐานมีพฤติกรรมอันส่อไปในทางไม่สุจริตที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในการเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ
ซึ่งทั้ง 2 กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ก.ล.ต. จึงเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 2 และกำหนดระยะเวลาในการรับพิจารณาคำขอความเห็นชอบเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนในคราวต่อไปของนางสาวเสาวรัตน์ เป็นเวลา 9 ปี 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2566
ทั้งนี้ในการพิจารณากำหนดโทษ ก.ล.ต. ได้นำปัจจัยดังต่อไปนี้มาใช้ประกอบการพิจารณาของ ก.ล.ต. ด้วย ได้แก่ บทบาทความเกี่ยวข้องและพฤติกรรมของบุคคลที่ถูกพิจารณา การลงโทษที่บุคคลนั้นได้รับไปแล้ว ผลกระทบความเสียหายหรือผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น การแก้ไขหรือการดำเนินการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือขัดขวางการปฏิบัติงานของ ก.ล.ต. และประวัติหรือพฤติกรรมในอดีตอื่นใดที่แสดงถึงความไม่เหมาะสมที่จะเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน
ก.ล.ต. ขอย้ำให้ผู้ลงทุนตรวจสอบรายงานการถือหน่วยลงทุนและบัญชีเงินฝากอย่างสม่ำเสมอ และไม่ฝากเอกสารสำคัญไว้กับผู้แนะนำการลงทุน กรณีมีข้อสงสัยควรติดต่อบริษัทผู้ให้บริการ หรือสอบถามได้ที่ “ศูนย์บริการประชาชน ก.ล.ต.” โทร. 1207 หรือเฟซบุ๊กเพจ “สำนักงาน กลต.” หรือ SEC Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต.