เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า นักลงทุนเทขายดอลลาร์ออกมาอย่างต่อเนื่อง

21 พ.ย. 2566 | 18:02น.
เงินดอลลาร์สหรัฐ

เงินดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า นักลงทุนเทขายดอลลาร์ออกมาอย่างต่อเนื่อง หลังคาดเฟดจะยุติวงจรปรับขึ้นดอกเบี้ย

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/11) ที่ระดับ 35.05/06 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ที่ (20/11) ที่ระดับ 36.08/09 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ดีดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าร่วงลงมาที่ระดับ 103.37 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 เดือน เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ออกมาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยุติวงจรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังจากที่ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 11 ครั้งนับตั้งแต่ที่เริ่มวัฏจักรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มี.ค. 2565 ส่ผลให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 5.25%

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมเดือน ธ.ค. 2566, ม.ค. 2567 และ มี.ค. 2567 ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมเดือน พ.ค. 2567

นอกจากนี้ ตลาดจับตาการเปิดเผยรายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ประจำวันที่ 31 ธ.ค.-1 พ.ย.ในวันนี้ (21/11) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อคืนนี้ Conference Board รายงานว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ปรับตัวลดลง 0.8% ในเดือน ต.ค. ซึ่งมากกว่าที่คาดว่าจะลดลง 0.7% และเป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 17 ติดต่อกัน ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มชะลอตัว

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทปรับตัวขึ้นลงผันผวนในกรอบกว้าง ภายหลังวานนี้เงินบาทแข็งค่าขึ้น แต่ไม่สามารถผ่านแนวรับสำคัญที่ระดับ 35.00 บาท/ดอลลาร์ไปได้ โดยค่าเงินบาทปรับตัวตามแรงซื้อขายดอลลาร์ หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปี และราคาทองคำเคลื่อนไหวผันผวนนระยะนี้ เนื่องจากตลาดยังไร้ปัจจัยใหม่

โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.05-35.18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.15/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/11) ที่ระดับ 1.0950/54 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (20/11) ที่ระดับ 1.0933/38 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ระดับ 1.0953 ต่อดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูงเป็นเวลานานกว่าเฟด

โดยนายฟรองซัวส์ วิลเลอรอย สมาชิกสภาบริหารธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยของอีซีบีแตะระดับที่มีเสถียรภาพแล้ว ซึ่งอาจจะอยู่ที่ระดับดังกล่าวต่อไปในช่วง 2-3 ไตรมาสข้างหน้า ซึ่งเป็นการระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะกล่าวถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของอีซีบี

โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.09/36-1.0965 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0945/48 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/11) ที่ระดับ 148.04/07 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (20/11) ที่ระดับ 148.41/43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้แหล่งข่าวกล่าวว่า บรรดานายจ้างรายใหญ่ของญี่ปุ่นพร้อมที่จะปรับขึ้นค่าจ้างอีกรอบในปีหน้าจากที่ปรับขึ้นครั้งใหญ่ไปแล้วในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในภาคครัวเรือน และอาจทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ยุตินโยบายอัตราดอกเบี้ยแบบติดลบในปีหน้า เนื่องจากนายคาสุโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการบีโอเจ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับการขึ้นค่าจ้างขึ้นอย่างยั่งยืน

โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 147.13-148.4 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 147.42/45 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (22/11), รายงานประชุมเฟด เมื่อวันที่ 31 ต.ค.-1 พ.ย. 2566 (22/11), ดัชนี PMI ขั้นต้นยูโรโซน เดือน พ.ย. (23/11), ดัชนี PMI ขั้นต้นอังกฤษ เดือน พ.ย. (23/11) และดัชนี PMI ขั้นต้นสหรัฐ เดือน พ.ย. (24/11)

อัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.40/9.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -10.60/-9.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ