ซีไอเอ็มบีไทย หนุนสินเชื่อยั่งยืนรายแรกให้ AWC วงเงิน 3 พันล้านบาท

สินเชื่อความยั่งยืน CIMB-AWC

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ร่วมกับ AWC ลงนามสินเชื่อความยั่งยืนรายแรกของธนาคาร มูลค่า 3 พันล้านบาท ขับเคลื่อนการพัฒนาตามเป้าหมายความยั่งยืน หลัง CIMB Group ตั้งเป้าสนับสนุนสินเชื่อด้านความยั่งยืนภายในปี’67 อยู่ที่ 7.7 แสนล้านบาท

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ร่วมกับ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMB Thai หนึ่งในสมาชิกกลุ่มซีไอเอ็มบี (CIMB Group) ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาคอาเซียน ลงนามความร่วมมือสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability Linked Loan) จำนวน 3,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน  

พอล วอง ชี คิน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า CIMB Thai ได้ลงนามร่วมกับ AWC ในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย โดยการจัดสินเชื่อดังกล่าวถือเป็นสินเชื่อแรกที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของ CIMB Thai จำนวน 3,000 ล้านบาท เพื่อร่วมสนับสนุนการดำเนินงานการพัฒนาโครงการของ AWC ที่นำแนวคิดด้านความยั่งยืนมาใช้ในกระบวนการพัฒนาต่าง ๆ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของ CIMB Group ที่ได้ตั้งเป้าหมายขยายวงเงินสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนจำนวน 1 แสนล้านริงกิต (ประมาณ 7.7 แสนล้านบาท) ภายในปี 2567 

สำหรับโครงการและความคิดริเริ่มที่ส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของ AWC ในฐานะผู้นำอสังหาริมทรัพย์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศไทย จะสามารถนำสินเชื่อนี้ไปช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวของไทยตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้เป็นที่ยอมรับและเป็นแบบอย่างในระดับสากล

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า AWC จะนำสินเชื่อนี้ไปสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมาย (Sustainability Performance Targets หรือ SPTs) ด้วยการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ

มุ่งเน้นการลดการใช้ทรัพยากร และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในทุกมิติ สร้างคุณค่าองค์รวมแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) เพื่อร่วมสร้างประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

และวัดผลตามมาตรฐานดัชนีความยั่งยืน MSCI ESG Rating ซึ่ง AWC เชื่อมั่นว่าความร่วมมือกับ CIMB Thai เป็นการร่วมรวมพลังของพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยต่อไป

ปัจจุบัน AWC ได้รับการจัดวงเงินสินเชื่อระยะยาวที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืนจากสถาบันการเงินชั้นนำกว่าร้อยละ 76 ของสินเชื่อทั้งหมด และตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนวงเงินสินเชื่อระยะยาวเชื่อมโยงความยั่งยืนเป็นร้อยละ 100 เพื่อมุ่งสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศ 

โดย AWC จะนำสินเชื่อดังกล่าวไปใช้ในการสนับสนุนการดำเนินงานภายใต้กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ 3BETTERs คือ BETTER PLANET, BETTER PEOPLE และ BETTER PROSPERITY โดยเฉพาะการดำเนินงานอย่างยั่งยืนด้านการสร้างคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อม (BETTER PLANET) ในมิติของการพัฒนาอาคารอย่างยั่งยืนที่ AWC ได้มีการยกระดับมาตรฐานอาคารในด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง 

ทั้งนี้ ในปี 2565 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึงร้อยละ 20.6 เมื่อเทียบกับปี 2562 และยังได้ริเริ่มโครงการร่วมกับพันธมิตร เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศ อาทิ โครงการ “AWC Stay to Sustain” เพื่อร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูต้นไม้ในป่าชุมชนทั่วประเทศ เป็นไปตามโรดแมปสู่การเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573

นางวัลลภากล่าวอีกว่า AWC ดำเนินธุรกิจตามแผนกลยุทธ์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในมาตรฐานสากลต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 

โดยในปี 2566 บริษัทได้รับคัดเลือกเป็น “Top 1% S&P Global ESG Score 2022”  รวมถึงได้รับการประเมินจาก MSCI ESG Ratings ในระดับ “AA” นอกจากนี้ ยังได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings อยู่ที่ระดับ A ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction) และติดอันดับรายชื่อหุ้นยั่งยืนต่อเนื่องจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 


รวมถึงกลุ่มโรงแรมและศูนย์การค้าในเครือ AWC จำนวน 25 แห่งได้รับประกาศนียบัตร “ดาวแห่งความยั่งยืน” หรือ STAR (Sustainable Tourism Acceleration Rating) จากทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สะท้อนความมุ่งมั่นขององค์กรในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการมีธรรมาภิบาลที่ดีตามพันธกิจ “สร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า” (Building a Better Future)