จุฬาฯ ชี้คนไทยมีความพร้อมด้านการเงินต่ำ สุ่มเสี่ยงต่อการใช้ชีวิตช่วงวัยเกษียณ

วิเลิศ ภูริวัชร

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ เผยความพร้อม “ด้านการเงิน” ของคนไทยอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ความพร้อมโดยรวมอยู่เพียงระดับปานกลาง สะท้อนคนไทยสุ่มเสี่ยงต่อการใช้ชีวิตช่วงวัยเกษียณ

วันที่ 19 ธันวาคม 2566 ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า นโยบายความพร้อมทางด้านการเงินแห่งชาติ เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต้องเตรียมการโดยเร็ว เนื่องจากประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ประชากรสูงวัยจะมีโอกาสประสบปัญหาด้านรายจ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น

อาทิ ค่ารักษาพยาบาล ในขณะที่รายได้คงที่หรือลดลง ทำให้เกิดความยากลำบากด้านการเงิน การสำรวจและศึกษาสถานการณ์ความพร้อมด้านการเกษียณอย่างรอบด้าน จะช่วยให้การวางนโยบายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาได้ตรงจุด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐชัย ศีลาเจริญ หัวหน้าภาควิชาการธนาคารและการเงิน คณะบัญชี จุฬาฯ กล่าวว่า ในงานสัมมนาได้นำเสนอแนวคิดและวิธีการประเมินความพร้อมเพื่อเข้าสู่วัยเกษียณไว้หลายมิติ ครอบคลุมทั้งมิติด้านการเงินและด้านคุณภาพชีวิต อีกทั้งยังมีรายงานผลวิเคราะห์ตัวเลขดัชนีความพร้อมด้านการเกษียณอายุแห่งชาติ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ต่อสถานการณ์ความพร้อมในปัจจุบัน

โดยรองศาสตราจารย์ ดร.อนิรุต พิเสฎฐศลาศัย ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายการเงินและบัญชี คณะบัญชี จุฬาฯ ได้นำเสนอผลสำรวจจากประชาชนวัยทำงานปี พ.ศ. 2566 ทั่วทุกภาคของประเทศไทยกว่า 2,400 คน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าตัวเลขดัชนีความพร้อมในการเกษียณอายุของประเทศในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 49.3% สะท้อนว่าคนไทยมีความพร้อมในระดับปานกลาง และสูงขึ้นเล็กน้อยจากผลสำรวจในปี พ.ศ. 2564

อย่างไรก็ตามความพร้อม “ด้านการเงิน” ของคนไทยยังอยู่ในระดับต่ำที่น่ากังวล โดยปัจจัยสำคัญที่ควรได้รับการสนับสนุนอย่างเร่งด่วน ได้แก่ การพัฒนาทักษะทางการเงินและการลงทุนของประชาชน และการสนับสนุนด้านการออมอย่างทั่วถึงจากภาครัฐและภาคเอกชน

การเสวนาในหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมเพื่อการเกษียณอายุ เรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด” ภายในงานได้รับเกียรติจากบุคลากรที่มีประสบการณ์และใกล้ชิดกับบริบทด้านการเงินของคนไทย ประกอบด้วย นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ นางสุขมีนา ภาสะวณิช ผู้อำนวยการ กองนโยบายการออมและการลงทุน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

และ นางสาวอรมนต์ จันทพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายคุ้มครองและส่งเสริมความรู้ผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ความพร้อมด้านการเงิน ในบทบาทขององค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนโยบายด้านการเงินของประเทศ อีกทั้งได้ให้ข้อคิดข้อแนะนำในการเตรียมพร้อมเพื่อเกษียณอายุแก่บุคคลทั่วไป

ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กล่าวในงานเสวนา “ทักษะทางการเงิน ทักษะทางดิจิทัล และการใช้ Digital Banking ในไทย” ถึงรูปแบบการทำธุรกรรมกับธนาคารที่เปลี่ยนไปสู่รูปแบบ digital banking ว่าจะเกิดมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรวางแนวทางในการทำให้คนไทยมีความพร้อมในการใช้บริการทางการเงินอย่างปลอดภัย


ซึ่งตอกย้ำว่าการพัฒนาทักษะทางการเงินและทักษะทางดิจิทัลของประชาชน เป็นสิ่งที่ต้องเร่งส่งเสริม พร้อมกันนี้ ดร.กฤษฎ์เลิศ สัมพันธารักษ์ จาก University of California San Diego และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุ่งเกียรติ รัตนบานชื่น จากคณะบัญชี จุฬาฯ ได้ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านการเงินในปัจจุบันที่ต้องใช้ทักษะทางดิจิทัลและทักษะความรู้ด้านการเงิน รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการประกอบธุรกิจผ่าน e-commerce platform ได้อย่างประสบความสำเร็จ