SAWAD ขายหุ้นกู้ชุดใหม่ 4 รุ่น ชูดอกเบี้ยสูงสุด 5.2% เริ่ม 19 ม.ค.นี้

SAWAD - บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น

SAWAD เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ 4 รุ่น ชูดอกเบี้ย 4.40-5.20% อันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้ “BBB+” คาดเสนอขายระหว่างวันที่ 19-23 มกราคม 2567

วันที่ 11 มกราคม 2567 นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการกลยุทธ์องค์กร บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD กล่าวว่า บริษัทพร้อมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ โดยเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ต่อผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือ ผู้ลงทุนสถาบัน (Public Offering) ประกอบด้วยหุ้นกู้ทั้งหมด 4 ชุด

โดยหุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 1 ปี 10 เดือน 29 วัน ดอกเบี้ย 4.40% ต่อปี หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 2 ปี 10 เดือน ดอกเบี้ย 4.75% ต่อปี หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 3 ปี 3 เดือน 17 วัน ดอกเบี้ย 4.90% ต่อปี และหุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 4 ปี 10 เดือน ดอกเบี้ย 5.20% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือน จองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท คาดว่าจะเสนอขายหุ้นกู้ระหว่างวันที่ 19 และ 22-23 มกราคม 2567 นี้

หุ้นกู้และบริษัทได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “BBB+” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” จากทริสเรทติ้ง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2566 และมีการค้ำประกันเต็มจำนวนโดยบริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 2014 จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ SAWAD ถือหุ้น 99.99% ดำเนินธุรกิจติดตามหนี้สิน ให้บริการสินเชื่อ และนายหน้าประกันวินาศภัยให้กับทาง SAWAD โดยเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้จะนำไปใช้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายธุรกิจ

การออกหุ้นกู้ครั้งนี้มีอายุไม่ยาวมากจนถึงระยะปานกลาง คือ ตั้งแต่ 1 ปี 10 เดือน 29 วัน ถึง 4 ปี 10 เดือน ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดีเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนในการสะสมหุ้นกู้โดยเฉพาะหุ้นกู้ระดับ Investment grade ก่อนที่จะมีการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง หลังจากที่ธนาคารกลางประเทศหลัก ๆ โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FED เริ่มส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงประมาณ 3 ครั้ง ในปี 2567 หลังจากเงินเฟ้อเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลง

ซึ่งตลาดคาดการณ์กันว่าเร็วสุดที่ FED จะเริ่มปรับอัตราดอกเบี้ยลงคือในการประชุมเดือนมีนาคมนี้ ทำให้การลงทุนในหุ้นกู้ในช่วงที่ธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ ยังไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

ในส่วนผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนของ ปี 2566 ของบริษัทและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิรวม 3,968 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 462 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 13 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 13,601 ล้านบาท และมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 5,430 สาขาทั่วประเทศ

โดยหุ้นกู้ทั้ง 4 ชุด จะจัดจำหน่ายผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่าย 10 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด


ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และร่างหนังสือชี้ชวนซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้