ปลัด มท. เผยยอดลงทะเบียนหนี้นอกระบบ วันที่ 52 ประชาชนลงทะเบียนแล้ว 132,461 ราย มูลหนี้ 8,710 ล้านบาท ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 5,925 ราย มูลหนี้ลดลงกว่า 540 ล้านบาท เน้นย้ำทุกจังหวัดเร่งบูรณาการร่วมกันแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบทั่วประเทศ
วันที่ 22 มกราคม 2567 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เป็นวันที่ 52 นับตั้งแต่เปิดลงทะเบียนเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2566 เป็นต้นมา โดยจากข้อมูลของสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง เมื่อเวลา 15.00 น. มีมูลหนี้รวม 8,710.603 ล้านบาท
ประชาชนลงทะเบียนแล้ว 132,461 ราย เป็นการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ 113,123 ราย และการลงทะเบียน ณ ศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้นอกระบบ 19,338 ราย รวมจำนวนเจ้าหนี้ 97,665 ราย

จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่
- กรุงเทพมหานคร ยังคงมากที่สุด มีผู้ลงทะเบียน 11,029 ราย เจ้าหนี้ 6,992 ราย มูลหนี้ 778.400 ล้านบาท
- จังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้ลงทะเบียน 5,401 ราย เจ้าหนี้ 4,768 ราย มูลหนี้ 359.972 ล้านบาท
- จังหวัดนครราชสีมา มีผู้ลงทะเบียน 4,897 ราย เจ้าหนี้ 3,273 ราย มูลหนี้ 373.893 ล้านบาท
- จังหวัดสงขลา มีผู้ลงทะเบียน 4,885 ราย เจ้าหนี้ 3,685 ราย มูลหนี้ 319.906 ล้านบาท
- จังหวัดขอนแก่น มีผู้ลงทะเบียน 3,469 ราย เจ้าหนี้ 2,844 ราย มูลหนี้ 285.284 ล้านบาท

จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนน้อยที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่
- จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีผู้ลงทะเบียน 207 ราย เจ้าหนี้ 207 ราย มูลหนี้ 11.783 ล้านบาท
- จังหวัดระนอง มีผู้ลงทะเบียน 288 ราย เจ้าหนี้ 198 ราย มูลหนี้ 19.331 ล้านบาท
- จังหวัดสมุทรสงคราม มีผู้ลงทะเบียน 349 ราย เจ้าหนี้ 264 ราย มูลหนี้ 11.122 ล้านบาท
- จังหวัดตราด มีผู้ลงทะเบียน 422 ราย เจ้าหนี้ 320 ราย มูลหนี้ 17.950 ล้านบาท
- จังหวัดสิงห์บุรี มีผู้ลงทะเบียน 456 ราย เจ้าหนี้ 325 ราย มูลหนี้ 22.741 ล้านบาท
ขณะที่ข้อมูลการไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบทั่วประเทศพบว่า มีลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยแล้ว 11,789 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 5,925 ราย มูลหนี้ของลูกหนี้ก่อนไกล่เกลี่ย 1,182.042 ล้านบาท หลังการไกล่เกลี่ย 641.924 ล้านบาท มูลหนี้ลดลง 540.118 ล้านบาท และจังหวัดที่สามารถนำลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยได้มากที่สุดยังคงเป็นจังหวัดนครสวรรค์เช่นเดิม
โดยมีลูกหนี้ที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย 2,979 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 125 ราย มูลหนี้ของลูกหนี้ก่อนไกล่เกลี่ย 230.936 ล้านบาท หลังการไกล่เกลี่ย 9.825 ล้านบาท ทำให้มูลหนี้ของพี่น้องประชาชนในจังหวัดนครสวรรค์ลดลง 221.111 ล้านบาท

“สำหรับกรณีที่ไม่ได้รับความร่วมมือกระทั่งไม่สามารถดำเนินการไกล่เกลี่ยได้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการส่งสำนวนแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนของสถานีตำรวจในพื้นที่ มีการดำเนินคดีไปแล้ว 73 คดี ใน 26 จังหวัด” นายสุทธิพงษ์กล่าว
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอได้ใช้กลไกระดับพื้นที่ทำการประชาสัมพันธ์ในเรื่องการลงทะเบียนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบได้เข้ามาลงทะเบียนขอรับการช่วยเหลือจากทางภาครัฐอย่างครอบคลุมและทั่วถึง รวมทั้งให้ทุกพื้นที่ดำเนินกระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้สินทันทีที่ได้รับการลงทะเบียน เพื่อให้ลูกหนี้นอกระบบที่ลงทะเบียนไว้ได้รับการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้รวดเร็วที่สุด
นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำทุกอำเภอได้ดำเนินการจัดกิจกรรม “ตลาดนัดแก้หนี้” อย่างน้อยเดือนละ 4 ครั้ง หนุนเสริมเพิ่มเติมจากตลาดนัดแก้หนี้ระดับจังหวัดที่มีการจัดเดือนละ 1 ครั้ง โดยบูรณาการกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมถึงสถาบันการเงิน เพื่อนำเข้าสู่หนี้ในระบบควบคู่กับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน
นายสุทธิพงษ์กล่าวต่อว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องถิ่นท้องที่ ตลอดจนภาคีเครือข่ายทั้ง 7 ภาคีทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนได้น้อมนำแนวทางตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิต ลดความฟุ่มเฟือย ใช้อยู่อย่าง “พอกิน พออยู่ พอใช้ พอร่มเย็น” ตลอดจนสร้างความมั่นคงทางอาหาร ปลูกผักสวนครัวในครัวเรือนไว้รับประทาน การบริหารจัดการขยะ จัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน เปลี่ยนขยะให้เป็นมูลค่า
และที่สำคัญอีกประการคือ การสร้างแนวทางให้ลูกหนี้ทุกคนมีวินัยทางการเงิน ได้รู้จักประหยัดอดออม วางแผนทางการเงิน จัดทำบัญชีครัวเรือน จดข้อมูลรายรับ-รายจ่าย และเพิ่มพูนฝึกฝนทักษะการประกอบอาชีพ และทักษะอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อวางแผนการดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายสุทธิพงษ์กล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย ยังคงเปิดรับลงทะเบียนพี่น้องประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาหนี้นอกระบบ ทั้งทางระบบออนไลน์ที่ https://debt.dopa.go.th หรือลงทะเบียนได้ ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเขตทั่วประเทศ โดยสามารถสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม โทร.1567 ตลอด 24 ชั่วโมง