เงินเฟ้อไทยต่ำสุดรอบ 35 เดือน โบรกฯแนะนำหุ้นตัวไหนน่าลงทุน ?

หุ้น

พาณิชย์เผยเงินเฟ้อไทยต่ำสุดรอบ 35 เดือน ในเดือน ม.ค. ติดลบ 1.11%  โบรกฯมองเหตุจากราคาน้ำมันลดลงตามนโยบายรัฐ-ราคาอาหารสดลดลงต่อเนื่อง แนะลงทุนหุ้นกลุ่มค้าปลีก-ท่องเที่ยว-ปันผลสูง-REITs

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์รายงานเงินเฟ้อเดือน ม.ค. เติบโตติดลบต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 4 ที่ -1.11% YOY ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดรอบ 35 เดือน (Vs ต่ำกว่าคาดการณ์ของ Consensus ที่ -0.79% YOY ถึง -0.9% YOY และลดลงเมื่อเทียบ กับเดือน ธ.ค. ที่ -0.83% YOY)

โดย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง รายงานว่า สาเหตุสำคัญยังคงเป็นผลจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน เช่น น้ำมัน ค่าไฟฟ้า ฯลฯ จากผลมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐด้านพลังงาน รวมไปถึงการปรับตัวลดลงของราคาสินค้าอาหารสดปรับลดลง ส่วน Core Inflation Rate เดือน ม.ค. ขยายตัว +0.52% YOY (ต่ำกว่าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับคาดการณ์ของ Consensus ที่ +0.57% YOY และลดลงเมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. ที่ +0.58% YOY)

กระทรวงพาณิชย์คาดว่าอัตราเงินเฟ้อไตรมาส 1/67 จะเติบโตติดลบต่อเนื่อง -0.7% YOY เนื่องจากรัฐบาลยังมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนในเรื่องการลดค่าครองชีพ และจะเห็นเงินเฟ้อกลับมาเป็นบวกได้ หากภาครัฐทยอยยกเลิกมาตรการดังกล่าว

โดยคาดว่าผลประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 7 ก.พ.นี้ จะมีการปรับลดเป้าหมายเงินเฟ้อ ลงในทิศทางเดียวกันกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ที่เพิ่งปรับลดประมาณการเงินเฟ้อไทยปี 2567 ลงเป็น 1% (เดิม 2.2% YOY) และ Core Inflation Rate เป็น 1.1% YOY (เดิม 1.3% YOY) โดย ณ ปัจจุบัน กนง. ประมาณการเงินเฟ้อและ Core Inflation ปี 2567

กรณีไม่มี Digital Wallet อยู่ที่ 2% YOY และ 1.2% YOY ตามลำดับ ส่วนกรณีมี Digital Wallet อยู่ที่ 2.2% YOY และ 1.5% YOY ตามลำดับ กนง.มีแนวโน้มหวนกลับมาพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในปีนี้ (เดิม กนง.ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยตลอดปี 2567) โดยมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดขึ้นภายหลังจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด อาจเป็น 12 มิ.ย. หรือ 21 ส.ค. 2567

ทั้งนี้ คาดว่าหุ้นกลุ่มปันผลสูง High Dividend Play รวมถึงหุ้นกลุ่ม PF & REITs จะปรับตัวดีกว่าตลาด (Outperform) ในช่วง 1H24E แนะนำ WHAUP, JASIF, BCP, ADVANC, TISCO, AP, LH ฯลฯ ส่วนกลุ่มไฟแนนซ์ แนะนำเก็งกำไร SAWAD, TIDLOR, MTC, JMT เพราะผลกำไรระยะสั้นยังคงมีความเสี่ยง เชิงลบจากต้นทุนการเงินปรับสูงขึ้น

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป รายงานว่า กระทรวงพาณิชย์เผย CPI ไทยออกมาที่ -1.11% YOY ลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดที่ -0.9% YOY ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และต่ำสุดในรอบ 35 เดือน ขณะที่ Core CPI ออกมาที่ 0.52% YOY ขยายตัวน้อยกว่าที่ตลาดคาด 0.60% YOY เงินเฟ้อที่ลดลงต่อเนื่องรับผลหลักจากราคาพลังงานที่ปรับลดลงตามนโยบายภาครัฐ และราคาอาหารสดที่ยังคงลดลงต่อเนื่อง

นอกจากนี้ฐานราคาในเดือน ม.ค. 2566 ค่อนข้างสูง จึงทำให้เห็นการชะลอตัว YOY ด้านปัจจัยที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อยังมองได้รับแรงกดดันจากความกังวลของประชาชนต่อปัญหาหนี้สิน และรายได้ในปัจจุบันที่ไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพ โดยคาดเงินเฟ้อจะยังคงทิศทางชะลอตัวต่อในเดือน ก.พ. และคาดไตรมาส 1/67 เงินเฟ้อจะออกมาที่ราว -0.7% YOY


ทางฝ่ายมองเงินเฟ้อที่ออกมาติดลบต่อเนื่องมาจากมาตรการอุดหนุนราคาพลังงาน และค่าครองชีพจากภาครัฐซึ่งเป็นการชะลอตัวจากฝั่งอุปทาน โดยหากมองดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI : Consumer Confidence Index) ออกมาที่ 54.5 จุด ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนที่อยู่ที่ 54.8 จุด แต่ยังคงอยู่ในระดับเชื่อมั่นต่อเนื่อง 14 เดือน จึงยังไม่ได้สะท้อนปัญหาด้านกำลังซื้อ มองหุ้นในกลุ่มค้าปลีก และท่องเที่ยว รับแรงกดดันด้านราคาลดลง โดย BJC, CPALL, CPW, AWC, MINT, ERW, TKN และ SNNP ยังน่าสนใจ