เครดิตบูโร ชี้สินเชื่อบ้านมีปัญหามากขึ้น เป็นหนี้เสีย 1.8 แสนล้าน หนี้ค้างชำระไม่เกิน 90 วันอีก 1.8 แสนล้าน พุ่ง 31% พร้อมระบุกลุ่มที่เริ่มมีปัญหา “หนี้กำลังจะเสีย”
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) กล่าวในรายการ “Prachachat In depth” ว่า สิ้นปี 2566 ที่ผ่านมา “สินเชื่อบ้าน” น่าเป็นห่วงมากขึ้น เพราะมีหนี้เสียถึง 1.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) และหากดูหนี้บ้านที่กำลังจะเสีย SM (Special mention loan) : ค้างชำระ 31-90 วัน) ยังมีอีกราว 1.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 31%
“สัญญาณตัวนี้มาแบบเดียวกับที่เคยเห็นหนี้ SM ของรถยนต์ที่ขึ้นมาเมื่อหลายไตรมาสก่อน โดยสาเหตุที่ทำให้การผ่อนบ้านสะดุดอาจมาจากปัญหาค่าครองชีพที่แพงขึ้น โดยประมาณ 60-70% ของหนี้กำลังจะเสียของสินเชื่อบ้านหรือราว 1.2 แสนล้านบาท เป็นสินเชื่อบ้านที่มีสัญญาวงเงินต่ำกว่า 3 ล้านบาท คือคนที่ผ่อนบ้านราคา 3 ล้านบาท ไม่ใช่คนที่มีรายได้สูง เป็นรายได้ปานกลางและรายได้น้อย และเป็นลูกหนี้ธนาคารรัฐ”
นายสุรพลกล่าวว่า ภาพรวมหนี้ครัวเรือนไทย ตามข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อยู่ที่ 16.2 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 91 % ของจีดีพี (ข้อมูลไตรมาสที่ 3/2566) ซึ่ง ธปท.มีเป้าหมายหมายต้องการให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนลงมาอยู่ที่ระดับ 80% ของจีดีพี โดยจะไปถึงเป้าหมายได้จะต้องเห็นอัตราการขยายตัวทางจีดีพีสูงกว่าการก่อหนี้ แต่ปัจจุบันยังมีการถกเถียงกันอยู่ว่าเศรษฐกิจในปี 2566 จะขยายตัวระดับ 1.8-2%
ทั้งนี้ หากดูตัวเลขหนี้ครัวเรือนไทยที่อยู่บนฐานข้อมูลของเครดิตบูโร ณ สิ้นปี 2566 จะอยู่ที่ 13.6-13.7 ล้านล้านบาท
ซึ่งพบว่าเติบโต 3.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) จากสมาชิก 140 สถาบัน ซึ่งพบเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) หรือค้างชำระเกิน 90 วัน อยู่ที่ 1.05 ล้านล้านบาท ซึ่งมีการเติบโต 7.7% และเป็นส่วนของหนี้กำลังจะเสีย (SM-ค้างชำระตั้งแต่ 31-90 วัน) รวม 6.1 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8%
สำหรับหนี้เอ็นพีแอล 1 ล้านล้านบาท ครอบคลุมลูกหนี้ประมาณ 3 ล้านคน โดยหนี้ที่เครดิตบูโรเป็นกังวล 3 ตัว คือ 1.หนี้เสียรถยนต์ ที่มีอยู่ 2.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% YOY แสดงให้เห็นถึงอาการหนี้เสียของรถยนต์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สะท้อนจากอาการผ่านรถยึดที่เข้าลานประมูล รถมือสองราคาตก และงบการเงินปี 2566 ของสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อรถยนต์มีการเร่งตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ เพราะขาดทุนรถยึด ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขด่วน
และหนี้ตัวที่สองที่เครดิตบูโรให้ความสนใจมาก คือ “สินเชื่อบ้าน” ที่มีหนี้เสียอยู่ที่ 1.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YOY ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) เป็นหนี้เสีย 2.6 แสนล้านบาท เติบโต 12% YOY ซึ่งเป็นหนี้เสียตั้งแต่ก่อนโควิด-19 เนื่องจากเป็นหนี้ไม่มีหลักประกัน ดอกเบี้ยแพง โดยมีลักษณะ “กู้เป็นก้อน
ผ่อนเป็นงวด”
“พระเอกรอบที่แล้วที่สร้างความกังวลและสร้างปัญหา คือ หนี้รถยนต์ แต่ตอนนี้ พระรองที่กำลังจะวิ่งขึ้นมาแทนคือ หนี้บ้าน และหากดูหนี้บ้านที่กำลังจะเสีย (SM : ค้างชำระ 31-90 วัน) อีกราว 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งในปีที่ผ่านมีการเพิ่มขึ้นถึง 31% สัญญาณตัวนี้มาแบบเดียวกับที่เคยเห็นหนี้ SM ของรถยนต์ที่ขึ้นมาเมื่อหลายไตรมาสก่อน” นายสุรพลกล่าว