เกณฑ์คุม “ชอร์ตเซล-บอตเทรด” โบรกฯชี้มาตรการอย่างเบา เมื่อเทียบ “เกาหลี-จีน”

ชอร์ตเซล

“บล.กสิกรไทย” ชี้เกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์ควบคุม “ชอร์ตเซล-โปรแกรมเทรด” เป็นมาตรการอย่างเบา เมื่อเทียบ “เกาหลี-จีน” คาดมีส่วนแค่ช่วยชะลอแรงขายชอร์ตภาวะตลาดหุ้นเป็นขาลง แต่ตลาดจะปรับขึ้นไปได้มองขึ้นกับปัจจัยพื้นฐาน-การโตของกำไร บจ.มากกว่า

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 นายสุนทร ทองทิพย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า

มาตรการยกระดับการกำกับดูแลการขายชอร์ต (ชอร์ตเซล) และการใช้คอมพิวเตอร์ส่งคำสั่งซื้อขายหุ้น (โปรแกรมเทรดดิ้ง) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มองว่าเป็นมาตรการ “อย่างเบา” ซึ่งคงจะมีส่วนแค่ช่วยชะลอแรงขายชอร์ตในภาวะที่ตลาดหุ้นไทยเป็นขาลง แต่การที่ตลาดจะปรับขึ้นไปได้มองจะขึ้นกับปัจจัยพื้นฐาน หรือการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) มากกว่า

ซึ่งถ้าเทียบกับเกาหลีที่มีการห้าม short-sell ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2566 ที่ผ่านมา โดยพบว่าดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้นแล้ว 12% หลังทางการมีมาตรการห้าม short-sell เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2566 หรืออย่างจีนที่เข้าไปควบคุมธุรกรรมการขาย short/การให้ยืมหุ้นมา short โดยตรง และล่าสุดมีกระแสข่าวลือกันหนักว่าจะจีนจะมีการห้าม short-sell ในตลาดด้วย ทำให้ตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 10-13% จากจุดต่ำสุดในไตรมาส 1/2567 หลังทางการเข้ามาควบคุมธุรกรรมดังกล่าว

โดยมาตรการของตลาดหุ้นไทยหลัก ๆ ประกอบด้วย 1. การควบคุมธุรรม Short-selling เช่น การเพิ่มขนาด market cap. ของหุ้นที่ขายชอร์ตได้, การกำหนด uptick rules สำหรับการขายชอร์ตหากหุ้นลงเกิน 10%, รวมถึงการกำหนดเพดานการขายชอร์ตรายหลักทรัพย์ในแต่ละวัน เป็นต้น

2. การควบคุม Program trading เช่น การกำหนดให้มีการพักการซื้อขายระหว่างวันหากราคาหลักทรัพย์ผันผวนมากระหว่างวัน (เช่น +/- 10%) การเข้ากำกับลักษณะคำสั่งซื้อขาย รวมถึงการใส่หรือถอนคำสั่งจะต้องมีระยะเวลารอคอยไว้อย่างน้อย 0.6 วินาที เป็นต้น

3. การปรับปรุงเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูล โดยกำหนดให้บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (ในฐานะผู้ออก NVDR) จะต้องเปิดเผยรายชื่อผู้ถือ NVDR ตั้งแต่ 0.5%

ซึ่งประเมินจากแนวทางดังกล่าว ตลท. คงพยายามจะเดินตามสากลมากกว่า คงไม่อยากให้ถูกมองว่าเป็นตลาดหุ้นที่ทำมารตรการในลักษณะ “ไทยแลนด์ โอนลี่” เพราะฉะนั้นมาตรการที่ออกมาจะช่วยชะลอเวลาตลาดหุ้นเป็นขาลงได้ เช่น หุ้นลงเกิน 10% จะเจอ uptick rules และหากเป็นโปรแกรมเทรดจะมีการพักการซื้อขาย เพราะส่วนใหญ่เป็นการตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้า สมมุติพอไปแตะระดับนั้นจะมีคนเข้าไปเหยียบซ้ำ ดังนั้นเมื่อมีเซอร์กิตก็จะหยุดการซื้อขายได้

“ทั้งนี้หากจะให้เป็นมาตรการอย่างหนัก ต้องใช้เกณฑ์แบบเดียวกับเกาหลีคือ ห้าม short-sell หรือเหมือนจีนที่เข้าไปควบคุมการให้ยืมหุ้นมา short โดยตรง และออกคำสั่งไม่ให้นักลงทุนสถาบันขายหุ้นตอนตลาด pre-open และ pre-close หรือมีการเข้าไปลิมิตในการทำธุรกรรมชอร์ตเซล” นายสุนทรกล่าว