เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

อลิอันซ์ หวั่น ทรัมป์ ชนะเลือกตั้งป่วนเศรษฐกิจโลก คาดจีดีพีไทยโต 2.7%

25 ต.ค. 2567 | 18:42น.

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์กลุ่มอลิอันซ์ หวั่นโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเลือกตั้งสหรัฐ ป่วนเศรษฐกิจโลก เงินเฟ้อสหรัฐพุ่งสูง กระทบเฟดหยุดผ่อนคลายนโยบายการเงิน คาดเศรษฐกิจจีนปี 2567 โต 5% ท่ามกลางความเสี่ยงภาคอสังหาฯ มองจีดีพีไทยปีนี้โต 2.7% ปีหน้า 3.2% ท่องเที่ยวแรงส่งหลัก คาด ธปท.มีโอกาสลดดอกเบี้ยได้อีก 0.25%

วันที่ 25 ตุลาคม 2567 นายลูโดวิค เซอร์บราน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มอลิอันซ์ (Allianz Group) เปิดเผยว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้ จะมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น จากที่มีความกังวลว่าโดนัลด์ ทรัมป์ จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ในวันที่ 5 พ.ย. 2567 ซึ่งการกลับมากุมอำนาจของทรัมป์อีกครั้ง จะนำมาสู่ผลกระทบด้านสันติภาพและเศรษฐกิจโลก จากการสร้างสงครามการค้า (Trade War) โดยการตั้งกำแพงภาษีกับจีน ซึ่งจะกระทบต่อการค้าโลก รวมถึงทิศทางค่าเงินบาทจากนโยบายที่ทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า

โดยแนวนโยบายของทรัมป์ที่จะออกมานั้น แม้ในระยะสั้นอาจกระตุ้นให้เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวดีขึ้น แต่ในระยะกลางอาจจะเห็นเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัว จากเงินเฟ้อสหรัฐดีดตัวสูงขึ้น กลายเป็นความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งโลก และจะส่งผลให้การผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะสะดุดลง

ทั้งนี้อลิอันซ์คาดว่าในปี 2567 เศรษฐกิจโลกจะเติบโตในระดับปานกลางที่ 2.8% ยังมีเสถียรภาพท่ามกลางปัญหา โดยเศรษฐกิจสหรัฐยังเป็นส่วนช่วยหนุนการขยายตัว ขณะที่เศรษฐกิจยุโรปมีการเติบโตที่ช้าแต่คงที่ ส่วนเศรษฐกิจจีนคาดว่าจะเติบโต 5% ท่ามกลางความเสี่ยงในภาคอสังหาริมทรัพย์ แม้จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และนโยบายการเงินที่ผ่อนปรนขึ้น แต่อาจยังไม่กลับมาฟื้นตัวมากนัก

ด้านเศรษฐกิจฝั่งเอเชีย-แปซิฟิก ประเมินจีดีพีจะขยายตัว 4.2% จากการเติบโตที่แข็งแกร่งของอินเดียและประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยการผ่อนคลายนโยบายการเงิน อัตราเงินเฟ้อที่เป็นไปตามเป้าหมายของธนาคารกลาง และการค้าโลกที่ฟื้นตัวเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ คาดว่าธนาคารกลางของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (EM) จะยังคงปรับลดดอกเบี้ยต่อไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

สำหรับคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2567 นายลูโดวิค เซอร์บราน กล่าวต่อว่า มองว่าจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 2.7% ส่วนปี 2568 คาดว่าจีดีพีไทยจะเติบโต 3.2% โดยได้แรงหนุนจากรายได้ภาคท่องเที่ยวที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะยังไม่กลับไปเท่าระดับก่อนช่วงโควิด แต่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาใกล้เคียงกับระดับก่อนปีโควิดแล้ว ภาคบริโภคที่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ค่อนข้างแข็งแกร่ง

ขณะที่ภาวะเงินเฟ้อไทยยังอยู่ในระดับต่ำ ภาคการผลิตน่าจะปรับตัวดีขึ้นจากโอกาสของการส่งออกไปยังประเทศจีน และการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ระดับ 0.25% ซึ่งช่วยสนับสนุนภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจให้มีต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และมีการจัดการค่าใช้จ่ายและหนี้สินได้ดีมากขึ้น โดยคาดว่า ธปท.ยังมีโอกาสจะลดดอกเบี้ยได้อีก 0.25% ในปี 2568

นอกจากนี้มองว่าไทยยังเป็นประเทศที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนจากต่างประเทศ เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ที่พร้อมรองรับการลงทุน

“ในระยะสั้นคาดว่าจะเห็นการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง และใน 1-2 ปีนี้จะเห็นการลงทุนโครงการก่อสร้างใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งเซ็กเตอร์การก่อสร้างจะได้รับประโยชน์”

นายลูโดวิค เซอร์บราน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มอลิอันซ์
นายลูโดวิค เซอร์บราน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์กลุ่มอลิอันซ์

ด้วยนโยบายแบบผสมผสานโดย ธปท. ผ่อนปรนนโยบายการเงินด้วยความระมัดระวัง ในขณะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ แต่รัฐบาลจะต้องหาจุดสมดุลระหว่างการผ่อนคลายมาตรการและการรักษาวินัยทางการคลัง รวมถึงต้องใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง

โดยความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยมองว่ายังคงเป็นปัญหาเดิม อาทิ การเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) ที่ภาครัฐต้องเร่งปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงของประชากรไทย หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง 91% ต่อจีดีพี รวมถึงสินทรัพย์ทางการเงินของคนไทยลดลง 1.9% ในปี 2566 ซึ่งลดทั้งหุ้นและเงินฝากธนาคาร โดยเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินโลกปี 2551 ขณะที่สินทรัพย์ประเภทประกันและเงินบำนาญมีการเติบโตแค่เล็กน้อย

“การกระจายความมั่งคั่งในประเทศไทยยังคงไม่สมดุล ประชากรกลุ่มมั่งคั่งเพียง 10% เป็นเจ้าของสินทรัพย์ทางการเงิน 76% ของสินทรัพย์ทางการเงินรวมสุทธิของประเทศ ความไม่เท่าเทียมนี้เกิดขึ้นเป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษแล้ว โดยสถานการณ์แทบไม่ดีขึ้นเลย ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทุกกลุ่มประชากรมากขึ้นในอนาคต”

สำหรับความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกประเทศ นอกจากความกังวลสงครามการค้าแล้ว คือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นสงครามรัสเซีย-ยูเครน ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้และไต้หวัน และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางราคาน้ำมัน ซึ่งจะสร้างความผันผวนให้กับการลงทุนทั่วโลก

“เรายังคงต้องเฝ้าระวังต่อไป ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ วินัยทางการเงิน และความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยและคนจนที่ยังคงมีอยู่ จะยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่เราต้องแก้ไขเพื่อให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างยั่งยืนและเข้มแข็งในระยะยาว” นายลูโดวิค เซอร์บราน กล่าว