เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เปิดชื่อ 3 บริษัท ได้สิทธิเสนอขาย G-Token ครั้งแรกในไทย 5,000 ล้านบาท

20 ส.ค. 2568 | 16:55น.
G-Token Digital Token

G-Token Digital Token

เปิดชื่อ 3 บริษัท สบน.เลือกเป็นผู้ได้สิทธิเสนอขาย G-Token ครั้งแรกในไทย ปีงบประมาณ 2568-2569 วงเงิน 5,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 นายพชร อนันตศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ขอแจ้งว่า ตามที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้ดำเนินการคัดเลือกผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเค็นดิจิทัลของกระทรวงการคลัง (ICO Portal) เพื่อดำเนินการออกและเสนอขายโทเค็นดิจิทัลของกระทรวงการคลัง (G-Token) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568-2569 นั้น

สบน. ขอประกาศผลการคัดเลือกผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเค็นดิจิทัลของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568-2569 ดังนี้

  1. บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (TokenX)
  2. บริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด (Xspring)
  3. บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (Kubix)

ทั้งนี้ สบน. ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจเข้าร่วมเป็น ICO Portal ในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการตอบรับการสนับสนุน และความร่วมมือจากท่านในการออกและเสนอขาย G-Token ครั้งนี้และครั้งต่อ ๆ ไป เพื่อให้การดำเนินการออกและเสนอขาย G-Token เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และขับเคลื่อนประเทศไทยให้เข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลต่อไปในอนาคต

สำหรับ G-Token ถูกพูดถึงเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 โดยคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการออกโทเค็นดิจิทัล พ.ศ. …. เพื่อให้กระทรวงการคลังสามารถออกและเสนอขายโทเค็นดิจิทัลของรัฐบาล (Government Token : G-Token) โดยจะเสนอขายเป็นครั้งแรก วงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท

โดย G-Token คือ พันธบัตรรัฐบาลใหม่ ที่รัฐบาลออกและเสนอขายโดยกระทรวงการคลังในรูปแบบดิจิทัล ถือเป็นเครื่องมือใหม่ในการระดมทุนของรัฐบาลที่นำเทคโนโลยีประยุกต์ใช้กับเครื่องมือทางการเงินตามเหตุผล ดังนี้

1. ให้ผู้ลงทุนสามารถบริหารจัดการทางการเงินและสภาพคล่องเป็นการเฉพาะได้ดียิ่งขึ้น

2. ความโปร่งใสส่งผลให้ประชาชนสามารถเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างทั่วถึง

3. ส่งเสริมและเพิ่มโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่มีทางเลือกในการลงทุน

4. เพิ่มความปลอดภัยและโปร่งใส โดยการใช้ระบบ G-Token ภายใต้ พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล

5. ลดต้นทุนการในการดำเนินการของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จากปัจจุบัน สบน. เสียค่าดำเนินการอยู่ราว 0.03% ของวงเงินจำหน่าย โดยพชร อนันตศิลป์ ผู้อำนวยการ สบน. ยืนยันว่า การออก G -Token จะมีต้นทุนการดำเนินการต่ำกว่าปัจจุบัน

6. เพื่อให้ซื้อขายในตลาดรอง (Secondary Market) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การออกจีโทเค็นในครั้งนี้ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกการออมใหม่ โดยการใช้เครื่องมือการระดมทุนรัฐบาลแบบดิจิทัลครั้งแรกของโลกที่รัฐบาลใช้ในการกู้เงินจากประชาชนโดยตรง เนื่องจากในหลายประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ หรือฮ่องกง ที่ใช้เครื่องมือลักษณะเดียวกันนี้ระดมทุนเกี่ยวเศรษฐกิจสีเขียว

เปิดขั้นตอน/วิธีซื้อขาย G-Token

ก่อนหน้านี้ “ประชาชาติธุรกิจ” เคยนำเสนอขั้นตอนในเบื้องต้น หากผู้ลงทุนมีบัญชีอยู่กับผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่แล้ว ก็สามารถติดต่อจองซื้อได้เลย ส่วนผู้ลงทุนที่ไม่มีบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล จะสามารถซื้อผ่าน บล.ได้ ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจทั้งสองฝั่ง จะทำหน้าที่รวบรวมคำสั่งซื้อ ส่งกลับไปให้กระทรวงการคลัง เพื่อจัดสรร G-Token ตามเงื่อนไขให้กับผู้ลงทุน

โดยหากเป็นผู้ลงทุนที่มีวอลเลตเปิดกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่แล้ว Token จะเข้าไปอยู่ในวอลเลตของลูกค้า แต่ถ้าซื้อผ่าน บล. Token จะถูกเก็บไว้ในวอลเลตในบัญชีของ บล. และเมื่อจัดสรรเสร็จจะเหมือนหุ้น IPO ที่จะนำ G-Token ไปลิสต์ซื้อขายในตลาดรอง หรือศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล

“หากเป็นผู้ลงทุนประเภทไม่อยากซื้อขาย เน้นถือยาว รอผลตอบแทนและเงินต้นเมื่อครบกำหนด ก็ไม่ต้องทำอะไร รอรับผลตอบแทนและเงินต้นเข้าบัญชีธนาคาร”

3.การให้บริการซื้อขาย G-Token ในตลาดรอง หรือการลิสต์บนศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้ลงทุนสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ผ่านบัญชีที่เปิดกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ส่วนกรณีเก็บไว้กับ บล. ก็สามารถแจ้ง บล.ให้ดำเนินการให้ได้ ซึ่งกรณีนี้เป็นการเพิ่มสภาพคล่อง เพราะอาจมีผู้ถือ G-Token ที่ประสงค์จะใช้เงินระหว่างที่ G-Token ยังไม่ครบอายุ

และ 4.ระบบซื้อขายในตลาดรอง โดยเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการซื้อขาย และความเป็นระเบียบเรียบร้อยในตลาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปั่นราคา G-Token ก.ล.ต.มีกลไกรองรับอยู่แล้ว ผ่านระบบ Market Surveillance และมีการขึ้นเครื่องหมายเตือนผู้ลงทุน ก่อนผู้ลงทุนจะกดคำสั่งซื้อขาย G-Token หากราคาเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และกำหนดเพิ่มเติม คือให้มี Indicative Price ของ G-Token เพื่อป้องกันการบิดเบือนราคา

“หากพบใครกระทำผิดจะมีมาตรการลงโทษกรณีกระทำอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขาย เช่น การสร้างราคา/ปริมาณซื้อขาย ตามมาตรา 46, 50 ต้องรับโทษอาญาตามมาตรา 70, 71 และมาตรการลงโทษทางแพ่งตามมาตรา 96 พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ”