คลังปลดล็อก บสย. ค้ำสินเชื่อ Nonbank ลีสซิ่ง-นาโนไฟแนนซ์ หนุนเข้าถึงแหล่งทุน
ข่าวดี “คลัง” ปลดล็อก บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ Nonbank กลุ่มลีสซิ่ง-นาโนไฟแนนซ์ ขยายโอกาสรายย่อย Micro SMEs และกลุ่มอาชีพอิสระ เข้าถึงแหล่งทุนง่ายขึ้น
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนในปัจจุบัน และปัญหาการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ SMEs รายย่อย Micro SMEs โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพอิสระ มียอดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสถาบันการเงิน เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวที่ผ่านมา
บสย.จึงได้เดินหน้าผลักดันการแก้ไขประกาศกระทรวงการคลัง เพื่อเข้าไปค้ำประกันสินเชื่อ Credit Guarantee ให้กับกลุ่มรายย่อย Micro SMEs และกลุ่มอาชีพอิสระที่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกันสินเชื่อ หรือขาดคนค้ำประกันสินเชื่อ ให้ครอบคลุมไปยังผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Nonbank) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ SMEs รายย่อย อาชีพอิสระ สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้มากยิ่งขึ้น ผ่านกลไกการค้ำประกันของ บสย.

ทั้งนี้ จากประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว ช่วยให้ บสย. ขยายขอบเขตการช่วยเหลือ SMEs รายย่อย อาชีพอิสระได้กว้างขึ้น จากเดิมกำหนดให้ บสย.สามารถค้ำประกันสินเชื่อกลุ่ม Nonbank ที่เป็นบริษัทลูกของสถาบันการเงินเท่านั้น (สถาบันการเงินถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 50%) ซึ่งมีจำนวนผู้ให้บริการเพียงกว่า 10 ราย สู่การค้ำประกันสินเชื่อ Nonbank ที่ไม่ใช่บริษัทลูกของสถาบันการเงิน ครอบคลุมผู้ให้บริการทางการเงินทั้ง 2 กลุ่มหลัก ดังนี้
1. กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจตามประกาศกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือกลุ่ม “นาโนไฟแนนซ์” ซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศกว่า 70 ราย
2. กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นการค้าปกติ แต่ไม่รวมถึงสหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ ประกอบด้วย ลีสซิ่งของบริษัทรถยนต์และลีสซิ่งกลุ่ม Nonbank ซึ่งมีมากกว่า 30 ราย และมีสัดส่วนการให้สินเชื่อสำหรับการเช่าซื้อรถกระบะเพื่อการพาณิชย์ถึง 60%
นายสิทธิกรกล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายของประกาศกระทรวงฉบับใหม่ มุ่งช่วย SMEs รายย่อย และกลุ่มอาชีพอิสระให้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบผ่านกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ Credit Guarantee ของ บสย. เพื่อนำไปประกอบอาชีพหรือต่อยอดธุรกิจมากยิ่งขึ้น พร้อมลดการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง
ทั้งนี้ ยังเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงสินเชื่อที่เป็นธรรมภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. และเข้าถึงสินเชื่อแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งจะช่วยให้ SMEs ที่ต้องใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ เช่น เกษตรกร ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ขนส่งสินค้า ค้าขาย ฟู้ดทรัก เป็นต้น สามารถพลิกฟื้นธุรกิจ และสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฐานรากและระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
นอกจากนี้ ภายใต้กลไกค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ยังมีมาตรการแก้หนี้ “บสย. พร้อมช่วย” เพื่อช่วยลูกหนี้ SMEs รายย่อยทุกกลุ่มที่ถือหนังสือค้ำประกัน บสย. และถูกจ่ายเคลม เนื่องจากประสบปัญหาไม่สามารถผ่อนชำระค่างวดต่อได้จนกลายเป็นหนี้เสีย
หรือในรายที่รถกระบะถูกยึดขายทอดตลาดเสร็จสิ้นแล้ว และไฟแนนซ์พิจารณาส่งยอดหนี้คงเหลือมาเคลมกับ บสย. ก็สามารถเข้าร่วมมาตรการแก้หนี้ “บสย. พร้อมช่วย” (มาตรการ 3 สี ม่วง เหลือง เขียว) ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ เน้นการยืดหนี้ ผ่อนยาวสูงสุด 7 ปี ดอกเบี้ย 0% ตัดเงินต้นก่อนตัดดอก และสามารถปลดหนี้ มีส่วนลดเงินต้นสูงสุด 50%
สำหรับลูกหนี้ “กลุ่มเปราะบาง” ที่เงินต้นไม่เกิน 2 แสนบาท เพื่อช่วยให้ SMEs รายย่อยที่ถูกจ่ายเคลมหนังสือค้ำประกัน สามารถอยู่รอด อยู่ได้และปลดหนี้ได้เร็วขึ้น พร้อมฟื้นฟูธุรกิจผ่านศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F.A. Center) ได้อย่างยั่งยืนต่อไป
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ บสย.อยู่ระหว่างพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ให้บริการทางการเงิน Nonbank ทั้ง 2 กลุ่มข้างต้น ให้สามารถใช้บริการค้ำประกันสินเชื่อ Credit Guarantee ในทุกโครงการ PGS และทุกผลิตภัณฑ์ทางการเงินของ บสย. โดยคำนึงถึงความมั่นคงทางการเงินและความเสี่ยงของผู้ให้บริการทางการเงิน Nonbank เป็นสำคัญ ซึ่งจะมีการประกาศหลักเกณฑ์ออกมาภายในเร็ว ๆ นี้