กรมศุลฯ ชี้ไทยส่งออกทองคำไปกัมพูชาพุ่ง แจงเป็นตลาดใหญ่-มีกำลังซื้อ
อธิบดีกรมศุลฯ ชี้ไทยส่งออกทองคำไปกัมพูชามูลค่าสูงจริง แจงเป็นตลาดใหญ่-มีกลุ่มที่มีกำลังซื้อ ระบุทำพิธีการถูกต้องตามปกติก็ห้ามไม่ได้ เหตุไม่ใช่ยุทธปัจจัย-อาวุธต้องห้าม แนะหารือกับผู้ค้าออกมาตรการป้องกัน “บาทแข็ง”
นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรณี กกร.ระบุว่าพบความผิดปกติการส่งออกทองคำไปยังประเทศกัมพูชา โดยมีมูลค่าสูงเป็นหลักหมื่นล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบทำให้เงินบาทแข็งค่านั้น จากข้อมูลกรมศุลฯ พบว่า มีการส่งออกไปมากจริง แต่ตนจำมูลค่าชัดเจนไม่ได้ โดยการส่งออกไปกัมพูชาก็มีทั้งทองแท่งและที่แปรรูปเป็นอัญมณี เพราะตลาดที่กัมพูชา ถือเป็นตลาดใหญ่ มีกลุ่มที่มีกำลังซื้อ
ซึ่งก็ต้องบอกว่า ในแง่การส่งออก เมื่อมีการทำพิธีการในการส่งออกตามปกติ ก็ทำได้ เพราะไม่ใช่ธุรกรรมหรือเป็นสินค้าต้องห้ามแต่อย่างใด “คนส่งออกก็ทำการค้าปกติ มีดีมานด์เขาก็ขายออกไป เพราะไม่ได้เป็นยุทธปัจจัย ไม่ได้เป็นอาวุธที่ต้องห้ามส่งออกไป ก็เป็นสินค้าชนิดหนึ่งเท่านั้น เพียงแต่มีขั้นตอน วิธีการที่ต้องแจ้ง ต้องรายงาน ถ้าทำถูกต้อง ก็ต้องให้ เว้นแต่ว่ามีการลักลอบ แต่ส่วนใหญ่ก็ทำกันปกติ เพราะส่งออกไปก็ไม่มีภาษีอยู่แล้ว แล้วการส่งออกไปกัมพูชาก็มีมานานแล้ว บางช่วงอาจจะมาก บางช่วงน้อย”
อธิบดีกรมศุลกากรกล่าวว่า ส่วนประเด็นที่ทำให้เงินบาทแข็งค่า ก็คือการนำเข้า และส่งออก ก็ย่อมมีผลกับอัตราแลกเปลี่ยนอยู่แล้ว ดังนั้น หากกลัวเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ก็ต้องไปทำมาตรการดูแลไม่ให้เงินบาทผันผวนมาก ซึ่งอาจจะหารือร่วมกันกับผู้ค้า อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของเงินบาท มองว่าหลัก ๆ มาจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่ามากกว่า