street-food-vendor-ha-giang-ethnic-minority-vietnam
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : อำนาจ ประชาชาติ
ต้องยอมรับว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ได้รับเสียงตอบรับจากภาคธุรกิจที่ค่อนข้างดี ในมุมของการขับเคลื่อนงานด้านเศรษฐกิจ
เนื่องจากมีการดึง “คนนอก” ที่มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับกันในวงสังคมเข้ามาร่วมทำงาน รัฐบาลประกาศนโยบาย “Quick Big Win” หวังเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ทั้งของภาครัฐและประชาชน
การ “เพิ่มรายได้” ก็คือเร่งเติมเงินเข้ากระเป๋าประชาชนผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส”, เติมเงินผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า รวมถึงมาตรการเร่งการใช้จ่ายงบประมาณในช่วงต้นปีงบประมาณ 2569 (ฟรอนต์โหลด) โดยเฉพาะงบฯจัดประชุม สัมมนา ฯลฯ
ส่วน “ลดรายจ่าย” ก็คือแก้หนี้ประชาชนที่เป็นหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท, คืนภาษีธุรกิจเอสเอ็มอีให้เร็วขึ้น, จัดมหกรรมธงฟ้า, การคุมราคายา, ใช้กลไกกองทุนน้ำมัน ลดราคาน้ำมัน, คุมค่าไฟฟ้า ฯลฯ
ทุกอย่างเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายปี 2568 นี้ให้โตขึ้นที่ระดับ 1% จากเดิมประเมินว่าจะเติบโตเพียง 0.3%
อย่างไรก็ดี การแก้ปัญหาเศรษฐกิจคงไม่ใช่แค่การกระตุ้น GDP ในภาพรวมเพียงอย่างเดียว เพราะต้องอย่าลืมว่า ในช่วงนี้หลาย ๆ พื้นที่ต้องเผชิญปัญหา “น้ำท่วม” “น้ำป่า” อย่างหนัก
อย่างจังหวัดเพชรบูรณ์ สถานการณ์น้ำหลากรุนแรงมาก หนักสุดในรอบมากกว่า 10 ปี ผู้คนเดือดร้อนกว่า 500 หมู่บ้าน รวม 9 อำเภอ โดยเฉพาะที่อำเภอหล่มสักที่หนักหน่วง มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
รวมไปถึงพื้นที่ภาคกลาง ทั้งจังหวัดอุตรดิตถ์ พิจิตร นครสวรรค์ สุโขทัย พิษณุโลก ไล่ลงมาเรื่อย ๆ ที่ประชาชนต้องเผชิญความยากลำบาก เดือดร้อนกันไม่ต่ำกว่า 100,000 ครัวเรือนแล้ว
เป็นความทุกข์ร้อนเฉพาะหน้าของประชาชน ที่รัฐบาลควรจะต้องมีมาตรการลงไปช่วยเหลือโดยเร็ว