เงินบาทอ่อนค่าตามโมเมนตั้ม แม้ยังไร้ปัจจัยใหม่ หลังสหรัฐชัตดาวน์
ค่าเงินบาทอ่อนค่าตามโมเมนตั้ม แม้ยังไร้ปัจจัยใหม่ หลังสหรัฐชัตดาวน์ ขณะที่วุฒิสภาสหรัฐยังประสบความล้มเหลวในการผลักดันร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเป็นครั้งที่ 6 ขณะที่ IMF กำลังติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐอย่างใกล้ชิด
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (09/10) ที่ระดับ 32.57/58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (08/10) ที่ระดับ 32.51/53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยค่าเงินบาททยอยปรับตัวอ่อนค่าตามโมเมนตั้ม แม้ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด หลังการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ หรือชัตดาวน์ โดยวุฒิสภาสหรัฐยังประสบความล้มเหลวในการผลักดันร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเป็นครั้งที่ 6 ด้วยคะแนนเสียง 54 ต่อ 45 นับเป็นคะแนนเสียงต่ำกว่า 60 คะแนนซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญในการผ่านร่างกฎหมายเพื่อให้หน่วยงานของรัฐบาลมีงบประมาณไปจนถึงวันที่ 21 พ.ย.นี้
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางหลัก ทั้งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่านถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางดังกล่าว โดยเฉพาะถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดในคืนนี้ (09/10)
นอกจากนั้น ช่วงคืนที่ผ่านมา คริสตาลิกา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ International Monetary Fund (IMF) เปิดเผยว่า เฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ แต่จำเป็นต้องดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบเพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวกับสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อยังไม่ลดลง
ทั้งนี้ IMF กำลังติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐอย่างใกล้ชิด โดยมองว่าแนวโน้มเงินเฟ้ออาจน่ากังวลมากขึ้น เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อด้านบริการซึ่งสูงกว่าระดับก่อนเกิดโควิดประมาณ 1% นั้น มาพร้อมกับการส่งผ่านต้นทุนจากภาษีศุลกากรที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจสหรัฐมีความยืดหยุ่นและมีผลงานดีกว่าที่คาดการณ์ โดยในช่วงไตรมาส 2 มีอัตราการเติบโต 3.8% ขณะที่ความต้องการผู้บริโภคยังแข็งแกร่ง แม้การจ้างงานออกมาไม่ดีตามที่คาดการณ์ไว้
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (09/10) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน “Thailand Economic Outlook 2026 : Out of the Trap” ว่ากระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับหนี้ครัวเรือน
โดยจะมีการดึงหนี้จากประชาชนออกมาจากระบบและนำไปไว้ในบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ซึ่งดำเนินการผ่านบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM และบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) เพื่อช่วยแก้ปัญหาและลดภาระหนี้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งยังกล่าวถึงแนวทางการปรับเกณฑ์เรื่องการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่ เพื่อให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.56-32.63 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.57/59 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (09/10) ที่ระดับ 1.1644/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (08/10) ที่ระดับ 1.1615/18 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสยืนยันว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง จะประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อยุติข่าวลือเกี่ยวกับการยุบสภาและการเลือกตั้งใหม่ หลังนายกรัฐมนตรีเซบาสเตียง เลอกอร์นู ลาออกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กลายเป็นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสคนที่สามในรอบไม่ถึงหนึ่งปีที่ต้องพ้นตำแหน่ง
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.16011-1.1647 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1620/26 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (09/10) ที่ระดับ 152.46/48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (08/10) ที่ระดับ 152.83/87 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ระหว่างวันค่าเงินเยนยังคงอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันจันทร์ หลังจากกระแสคาดการณ์ที่ลดลงเกี่ยวกับแนวโน้มที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมถึงความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะถดถอยด้านการคลัง หลังซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) และเตรียมก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 152.44-153.21 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 152.68/70 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ได้แก่ คำกล่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (09/10), สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือน ส.ค. ของสหรัฐ (09/10), รายจ่ายในภาคการก่อสร้างของสหรัฐ (09/10), การแถลงของนายไมเคิล บาร์ รองประธานธนาคารกลางสหรัฐฝ่ายกำกับดูแล (09/10), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ย.ของญี่ปุ่น (10/10) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน ต.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (10/10)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.7/-7.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.7/-4.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ