ก.ล.ต. ผนึกตำรวจไซเบอร์ ทลายธุรกิจเถื่อนรับแลกเหรียญ Worldcoin หลังคนแห่สแกนม่านตา
ก.ล.ต. ผนึกตำรวจไซเบอร์ ทลายธุรกิจเถื่อนรับแลกเหรียญ Worldcoin หลังคนแห่สแกนม่านตา
ก.ล.ต. ผนึก บช.สอท. เข้าตรวจสอบการให้บริการรับแลกเหรียญ Worldcoin (WLD) ณ จุดสแกนม่านตา พร้อมจับกุมผู้ต้องสงสัย ซึ่งเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อป้องกันความเสี่ยงของผู้ใช้บริการจากการถูกหลอกลวงและความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เข้าตรวจสอบการให้บริการรับแลกเหรียญ Worldcoin (WLD) ณ จุดสแกนม่านตา พบผู้ให้บริการรับแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ตามมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 โดยไม่ได้รับใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจตามมาตรา 26 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 66 แห่งพระราชกำหนดฉบับเดียวกัน
โดยพนักงานสอบสวนได้จับกุมผู้ต้องสงสัยในการกระทำความผิด ซึ่งจะเข้าสู่กระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

นางสาวจอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับ บช.สอท. ภายหลังการเข้าตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องสงสัยกรณีดังกล่าวในวันเดียวกันว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายในการดำเนินคดีให้มีประสิทธิภาพต่อการป้องกันและปราบปรามผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต และเป็นการปกป้องผู้ใช้บริการจากการไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และป้องกันความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง (Scam) รวมถึงความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน”
พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ตรวจพบว่ามีกลุ่มบุคคลโพสต์เชิญชวนในโซเชียลมีเดีย เช่น “รับแลกเหรียญเป็นเงินสด เชิญครับ สแกนหน้ายืนยันตัวตนเชิญครับ” พร้อมแนบภาพจุดให้บริการสแกนม่านตาที่มีประชาชนรอคิวยาว จึงส่งเจ้าหน้าที่ปลอมตัวลงพื้นที่ตรวจสอบ พบการให้บริการแลกเหรียญ Worldcoin เป็นเงินสดโดยไม่ได้รับอนุญาต
ผลการสืบสวนเบื้องต้น พบนายกิตติ อายุ 45 ปี เป็นนายหน้ารับแลกเหรียญ WLD โดยเจ้าหน้าที่สายลับเข้าร่วมสแกนม่านตาและนัดหมายรับเงินในวันถัดมา เมื่อตรวจสอบพบว่าเหรียญ 30 WLD ได้ถูกโอนเข้ากระเป๋าดิจิทัลของผู้ใช้แล้ว นายหน้ารายนี้ได้โอนเหรียญไปยังกระเป๋าของตนเองและจ่ายเงินสดให้สายลับ 900 บาท คิดเป็นอัตราแลกเปลี่ยน 30 บาทต่อ 1 WLD
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานและนำกำลังเข้าจับกุมนายกิตติ ในข้อหา “ประกอบธุรกิจซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต” มีโทษจำคุก 2-5 ปี ปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ ตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
การสืบสวนต่อเนื่องนำไปสู่การจับกุมเพิ่มเติม นายสุทธิ อายุ 35 ปี ที่บริเวณหลังปั๊มน้ำมันย่านนวมินทร์ กทม. จากพฤติการณ์รับซื้อเหรียญ WLD จำนวน 35 เหรียญในราคา 1,000 บาท หักค่าธรรมเนียม 7% ก่อนโอนเงินคืนลูกค้าประมาณ 930 บาท โดยผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบตัวแอปพลิเคชั่นดังกล่าว รวมถึงบริษัทที่รับสแกนม่านตา เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการกระทำผิดเข้าข้อกฎหมายใด แต่การรับแลกเหรียญสกุลดิจิทัลเป็นเงินสดโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ถือว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ในการประกอบธุรกิจซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่ได้รับอนุญาต
โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตให้ซื้อขายเหรียญ WLD อย่างถูกต้อง จำนวน 5 ราย ได้แก่
- บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub)
- บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด (Binance TH)
- บริษัท บิทาซซ่า จำกัด (Bitazza)
- บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด (Maxbit)
- บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ จำกัด (Kucoin)
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีความกังวลเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์ดังกล่าว ว่าอาจมีการรั่วไหล หรืออาจถูกนำข้อมูลไปส่งต่อ หรือขายต่อในภายหลัง จนเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ ซึ่งตำรวจไซเบอร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าระวังและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีการละเมิดข้อกฎหมายก็จะเร่งดำเนินคดีตามกระบวนการต่อไป
ก่อนหน้านี้มี 7 ประเทศที่ได้ระงับหรือสั่งหยุดใช้ Worldcoin เนื่องจากประเด็นด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าการสแกนม่านตาเพื่อสมัคร World ID เข้าข่ายละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ โดยจะมีการแถลงความคืบหน้าอีกครั้ง
พร้อมกันนี้ ก.ล.ต.ขอเตือนประชาชนและผู้ลงทุนให้ระมัดระวังการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และยังมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง (Scam) รวมถึงความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน
โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th หรือทางแอปพลิเคชั่น “SEC Check First” และสามารถตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต.ได้ที่ investor alert ลิงก์ https://market.sec.or.th/public/idisc/th/InvestorAlert
ทั้งนี้ หากมีเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัยโปรดแจ้งที่ “ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส” โทร. 1207 หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจ “สำนักงาน กลต.” หรือ SEC Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต.