เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ก.ล.ต. ผนึกตำรวจไซเบอร์ ทลายธุรกิจเถื่อนรับแลกเหรียญ Worldcoin หลังคนแห่สแกนม่านตา

24 ต.ค. 2568 | 17:04น.
ก.ล.ต. ผนึกตำรวจไซเบอร์ ทลายธุรกิจเถื่อนรับแลกเหรียญ Worldcoin หลังคนแห่สแกนม่านตา

ก.ล.ต. ผนึกตำรวจไซเบอร์ ทลายธุรกิจเถื่อนรับแลกเหรียญ Worldcoin หลังคนแห่สแกนม่านตา

ก.ล.ต. ผนึก บช.สอท. เข้าตรวจสอบการให้บริการรับแลกเหรียญ Worldcoin (WLD) ณ จุดสแกนม่านตา พร้อมจับกุมผู้ต้องสงสัย ซึ่งเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อป้องกันความเสี่ยงของผู้ใช้บริการจากการถูกหลอกลวงและความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เข้าตรวจสอบการให้บริการรับแลกเหรียญ Worldcoin (WLD) ณ จุดสแกนม่านตา พบผู้ให้บริการรับแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ตามมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 โดยไม่ได้รับใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจตามมาตรา 26 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 66 แห่งพระราชกำหนดฉบับเดียวกัน

โดยพนักงานสอบสวนได้จับกุมผู้ต้องสงสัยในการกระทำความผิด ซึ่งจะเข้าสู่กระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

นางสาวจอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับ บช.สอท. ภายหลังการเข้าตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องสงสัยกรณีดังกล่าวในวันเดียวกันว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายในการดำเนินคดีให้มีประสิทธิภาพต่อการป้องกันและปราบปรามผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต และเป็นการปกป้องผู้ใช้บริการจากการไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และป้องกันความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง (Scam) รวมถึงความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน”

พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ตรวจพบว่ามีกลุ่มบุคคลโพสต์เชิญชวนในโซเชียลมีเดีย เช่น “รับแลกเหรียญเป็นเงินสด เชิญครับ สแกนหน้ายืนยันตัวตนเชิญครับ” พร้อมแนบภาพจุดให้บริการสแกนม่านตาที่มีประชาชนรอคิวยาว จึงส่งเจ้าหน้าที่ปลอมตัวลงพื้นที่ตรวจสอบ พบการให้บริการแลกเหรียญ Worldcoin เป็นเงินสดโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผลการสืบสวนเบื้องต้น พบนายกิตติ อายุ 45 ปี เป็นนายหน้ารับแลกเหรียญ WLD โดยเจ้าหน้าที่สายลับเข้าร่วมสแกนม่านตาและนัดหมายรับเงินในวันถัดมา เมื่อตรวจสอบพบว่าเหรียญ 30 WLD ได้ถูกโอนเข้ากระเป๋าดิจิทัลของผู้ใช้แล้ว นายหน้ารายนี้ได้โอนเหรียญไปยังกระเป๋าของตนเองและจ่ายเงินสดให้สายลับ 900 บาท คิดเป็นอัตราแลกเปลี่ยน 30 บาทต่อ 1 WLD

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานและนำกำลังเข้าจับกุมนายกิตติ ในข้อหา “ประกอบธุรกิจซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต” มีโทษจำคุก 2-5 ปี ปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ ตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

การสืบสวนต่อเนื่องนำไปสู่การจับกุมเพิ่มเติม นายสุทธิ อายุ 35 ปี ที่บริเวณหลังปั๊มน้ำมันย่านนวมินทร์ กทม. จากพฤติการณ์รับซื้อเหรียญ WLD จำนวน 35 เหรียญในราคา 1,000 บาท หักค่าธรรมเนียม 7% ก่อนโอนเงินคืนลูกค้าประมาณ 930 บาท โดยผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบตัวแอปพลิเคชั่นดังกล่าว รวมถึงบริษัทที่รับสแกนม่านตา เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการกระทำผิดเข้าข้อกฎหมายใด แต่การรับแลกเหรียญสกุลดิจิทัลเป็นเงินสดโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ถือว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ในการประกอบธุรกิจซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตให้ซื้อขายเหรียญ WLD อย่างถูกต้อง จำนวน 5 ราย ได้แก่

  1. บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub)
  2. บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด (Binance TH)
  3. บริษัท บิทาซซ่า จำกัด (Bitazza)
  4. บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด (Maxbit)
  5. บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ จำกัด (Kucoin)

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมีความกังวลเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์ดังกล่าว ว่าอาจมีการรั่วไหล หรืออาจถูกนำข้อมูลไปส่งต่อ หรือขายต่อในภายหลัง จนเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ ซึ่งตำรวจไซเบอร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าระวังและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีการละเมิดข้อกฎหมายก็จะเร่งดำเนินคดีตามกระบวนการต่อไป

ก่อนหน้านี้มี 7 ประเทศที่ได้ระงับหรือสั่งหยุดใช้ Worldcoin เนื่องจากประเด็นด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าการสแกนม่านตาเพื่อสมัคร World ID เข้าข่ายละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ โดยจะมีการแถลงความคืบหน้าอีกครั้ง

พร้อมกันนี้ ก.ล.ต.ขอเตือนประชาชนและผู้ลงทุนให้ระมัดระวังการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และยังมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง (Scam) รวมถึงความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน

โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th หรือทางแอปพลิเคชั่น “SEC Check First” และสามารถตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต.ได้ที่ investor alert ลิงก์ https://market.sec.or.th/public/idisc/th/InvestorAlert

ทั้งนี้ หากมีเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัยโปรดแจ้งที่ “ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส” โทร. 1207 หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจ “สำนักงาน กลต.” หรือ SEC Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต.