คลัง-ตำรวจ ลุยเอาผิดโกงสิทธิ ‘คนละครึ่งพลัส’ เตือนอย่าหลงเชื่อ เสี่ยงถูกดำเนินคดี
คลัง-ตำรวจ ลุยเอาผิดโกงสิทธิ 'คนละครึ่งพลัส'
กระทรวงการคลัง-ตำรวจสอบสวนกลาง เปิดปฏิบัติการปิดเกม ‘รับ-แลก-ลวง’ สกัดการโกงสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” หลังพบโพสต์ชักชวนแลกสิทธิในโซเชียล หวังหาผลประโยชน์ส่วนต่าง 10-20% เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ เสี่ยงถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้พบมีผู้ไม่สุจริตโพสต์ชักชวนในสื่อสังคมออนไลน์ให้แลกสิทธิโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย กระทรวงการคลังจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดเพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการที่สุจริต โดยเฉพาะร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ เพราะพฤติกรรมลักษณะนี้สร้างความเสียหายต่อบรรยากาศการลงทุนและเศรษฐกิจโดยรวม

นายวินิจกล่าวว่า กระทรวงการคลังยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษาบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ พร้อมเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อความเชิญชวนแลกสิทธิ เพราะอาจเข้าข่ายเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด หรืออาจตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
ทั้งนี้ สศค.อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการตรวจสอบ โดยระบบ “เป๋าตัง” ซึ่งเป็นระบบดิจิทัลมีการเก็บข้อมูลการใช้จ่ายทั้งหมด สามารถนำมาวิเคราะห์พฤติกรรม (Data Analytics) เพื่อตรวจจับความผิดปกติ เช่น ร้านค้าที่มีรายการซื้อขายในช่วงเวลาผิดปกติอย่างช่วงตี 3 ก็จะถูกตรวจสอบภาคสนาม หากพบว่าไม่มีการซื้อขายจริงจะถือว่าเข้าข่ายทุจริต และจะถูกจัดกลุ่มตามระดับความเสี่ยงเป็นสีแดง สีส้ม และสีเหลือง พร้อมเตรียมแผนปฏิบัติการตรวจสอบในลำดับต่อไปแล้ว
ด้าน พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) เปิดเผยว่า ก่อนเริ่มโครงการคนละครึ่งพลัสอย่างเป็นทางการในวันนี้ ได้มีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า 1 เดือน แต่พบว่ามีกลุ่มผู้ไม่หวังดีพยายามหาช่องทางแสวงหาผลประโยชน์จากโครงการ โดยโพสต์เชิญชวนในโซเชียลมีเดียให้แลกสิทธิหรือขายสิทธิคนละครึ่งพลัส โดยเสนอส่วนต่าง 10-20% แม้จะยังไม่มีการรับเงินจริง เพราะโครงการเพิ่งเริ่มในวันนี้ แต่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาแล้ว 3 ราย

ในจำนวนนี้มี 1 รายไม่ใช่ร้านค้าจริง และไม่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส แต่โฆษณาเชิญชวนให้ผู้อื่นแลกสิทธิ ถือว่าผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขณะที่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวว่า ขณะนี้โครงการคนละครึ่งพลัสเริ่มเปิดใช้สิทธิอย่างเป็นทางการแล้ว ขอเตือนประชาชนว่าการนำสิทธิที่ได้รับไปใช้ในทางมิชอบ หรือใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่ไม่ถูกต้อง ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และจะถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนโดยไม่ละเว้น พร้อมย้ำว่าจะเฝ้าระวังการตั้งกลุ่มต่าง ๆ บนโซเชียลมีเดีย และบูรณาการตรวจสอบร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตในโครงการคนละครึ่งพลัส
