เอกนิติยัน ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟส 2 ให้สิทธิคนตกหล่นก่อน ปลื้มเฟสแรกยอดใช้จ่ายคึกคัก
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
เอกนิติยันเดินหน้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 ให้สิทธิคนตกหล่นลงทะเบียนก่อน หลังบรรยากาศครึ่งวันแรกคึกคัก ยอดใช้จ่ายพุ่ง 350 ล้านบาท มั่นใจมาตรการรัฐดัน GDP ไตรมาส 4/68 โตเกิน 0.3%
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าโครงการ “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบหลักเกณฑ์และเงื่อนไข โดยเบื้องต้นอาจให้สิทธิแก่ประชาชนที่ตกหล่นและลงทะเบียนไม่ทันในรอบก่อน เพื่อให้เข้าร่วมโครงการได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้การสนับสนุน พร้อมย้ำว่าจะใช้งบประมาณเดิมไม่สร้างหนี้ใหม่ และพิจารณาความเหมาะสมด้านจำนวนสิทธิ งบประมาณ และวินัยการคลังควบคู่ไปด้วย
ส่วนเงินคงเหลือจากเฟสแรกที่ประชาชนไม่ได้ใช้ตามกำหนด อาจนำไปใช้ในการเพิ่มทักษะผู้ประกอบการแทน เช่น การสอนการขายออนไลน์ การใช้ AI เพิ่มยอดขาย และลดต้นทุน
สำหรับบรรยากาศวันแรกของโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนและร้านค้าตอบรับล้นหลาม โดย ณ เวลา 11.00 น. มียอดใช้จ่ายรวมกว่า 350 ล้านบาท เพิ่มจากชั่วโมงแรกที่ 35 ล้านบาท มีร้านค้าร่วมโครงการกว่า 200,000 ร้าน และประชาชนใช้สิทธิกว่า 1.6 ล้านคน ปัจจุบันมีร้านค้าลงทะเบียนประมาณ 640,000 ร้านค้า (ร้านค้าที่ Active ประมาณแสนกว่าร้าน) สามารถลงทะเบียนเพิ่มเติมได้จนถึง 19 ธันวาคม
นอกจากนี้ ในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ จะเปิดให้แพลตฟอร์มและบริการดีลิเวอรี่นำร้านค้าเข้าสู่ระบบขายออนไลน์ และมีการหารือกับธนาคารออมสินเพื่อสนับสนุนพ่อค้าแม่ค้าขนาดเล็กในการกู้เงินผ่าน MyMo ลดปัญหาการกู้เงินนอกระบบ
นายเอกนิติยังกล่าวว่า ระบบดิจิทัลของโครงการช่วยให้เห็นข้อมูลการใช้จ่ายทันที และช่วยตรวจสอบผู้ที่รับแลกเงินสดหรือขายสิทธิ โดยกระทรวงการคลังร่วมกับตำรวจจะดำเนินการปราบปรามมิจฉาชีพที่หาผลประโยชน์จากโครงการ ตามมอบหมายของนายกรัฐมนตรี
สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่น ๆ รัฐบาลมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2568 จะเติบโตได้ดีกว่าที่คาดไว้เดิมที่ 0.3% ได้แก่
- มาตรการท่องเที่ยวเมืองหลัก ลดหย่อนภาษี 1 เท่า สูงสุด 10,000 บาท หากใช้ e-tax Invoice ได้เพิ่มเป็น 20,000 บาท
- มาตรการท่องเที่ยวเมืองรอง ลดหย่อนภาษี 1.5 เท่า สูงสุด 30,000 บาท
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะเร่งเบิกงบประมาณสัมมนาในไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณให้ใช้จ่ายเร็วขึ้น และอนุญาตให้โรงแรม ร้านค้า และที่พัก ปรับปรุงกิจการแล้วนำมาหักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า