Skip to content

หุ้นไทยเดือน พ.ย. แกว่งไซด์เวย์ แนะสะสมหุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศ-ท่องเที่ยว

03 พ.ย. 2568 | 16:42น.
หุ้นไทยเดือน พ.ย. แกว่งไซด์เวย์ แนะสะสมหุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศ-ท่องเที่ยว

บล.ทรีนีตี้ ประเมินกรอบดัชนี SET ที่ 1,260-1,350 จุด ชี้แนวรับแรก 1,290 จุด แนวต้าน 1,330 จุด มองช่วงย่อตัวเป็นโอกาสสะสมหุ้น Domestic play และกลุ่มท่องเที่ยว รับแรงหนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและไฮซีซั่นปลายปี พร้อมแนะหุ้นเด่นเดือน พ.ย. CPAXT, KTC, LH, ERW และ BGRIM

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นเดือนพฤศจิกายนว่า คาดว่า SET Index จะอยู่ในโหมดทรงตัวให้กรอบดัชนีที่ระดับ 1,260-1,350 จุด โดยมีกรอบแนวรับแรกที่ระดับ 1,290 จุด และกรอบแนวต้านแรกที่ระดับ 1,330 จุด

ภาพรวมการลงทุนในเดือนนี้ ช่วงแรกอาจมีปัจจัยบวกอยู่บ้างตามทิศทางของตลาดหุ้นโลกที่น่าจะยังคงมี Sentiment บวก เกี่ยวกับดีลการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ล่าสุดจีนประกาศเตรียมระงับการบังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากต่าง ๆ และมีแนวโน้มยุติการสอบสวนที่มุ่งเป้าไปที่บริษัทในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐ ซึ่งทำให้สหรัฐอาจชะลอการเก็บภาษีตอบโต้บางรายการต่อสินค้าจีนออกไปอีกหนึ่งปี

นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนจากผลประกอบการของหุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐที่ในภาพรวมส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อาจส่งผลให้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนขนาดใหญ่ของไทย เช่น DELTA ยังคงเป็นหุ้นที่ช่วยประคองดัชนีได้ นอกจากนั้น หุ้นในกลุ่มพลังงานอาจได้รับปัจจัยหนุนจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบ หลังกลุ่ม OPEC+ ตัดสินใจที่จะระงับการเพิ่มการผลิตในไตรมาสแรกของปีหน้าไว้ก่อน หลังจากที่การประชุมล่าสุดมีมติให้เพิ่มกำลังผลิตในเดือนธันวาคมอีก 137,000 บาร์เรลต่อวัน แต่เป็นระดับเดียวกันกับที่เพิ่มไปเมื่อเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ในทางกลับกัน ปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศที่อาจต้องติดตามตลอดทั้งเดือนนี้มองไปยังการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจจริงต่าง ๆ โดยเฉพาะในสหรัฐ ซึ่งถ้าหากออกมาทิศทางอ่อนแออาจส่งผลกดดันต่อหุ้นในกลุ่มวัฏจักรได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่เริ่มลังเลต่อการลดดอกเบี้ยในช่วงถัดไปมากขึ้น แนะติดตามการออกมาแสดงความคิดเห็นของกรรมการเฟดสาขาต่าง ๆ ตลอดทั้งเดือนนี้ หากมีทิศทางที่ Hawkish มากขึ้น อาจส่งผลกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงได้

นายณัฐชาตกล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนของปัจจัยภายในประเทศที่จะส่งผลต่อการลงทุนในเดือนนี้คือ การประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 3 ปี 2568 ของบริษัทจดทะเบียนในประเทศ ซึ่งอาจออกมามีทิศทางที่ไม่ดีนัก โดยเฉพาะกลุ่มที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic Play) และกลุ่มท่องเที่ยว (Tourism) อาทิ ค้าปลีก ไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ และโรงแรม

อย่างไรก็ตาม มองเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ (Buy on Fact) ที่น่าสนใจ เพราะเชื่อว่าข่าวร้ายที่เกิดกับกลุ่มนี้น่าหมดลงแล้ว และรอรับปัจจัยหนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากมาตรการของรัฐบาลที่มีสัญญาณดีขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 หนุนให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ดีขึ้น ประกอบกับการเข้าสู่ High Season ของฤดูกาลท่องเที่ยวพอดี ซึ่งจะหนุนให้ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มเหล่านี้กลับมาฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะให้เริ่มเข้าสะสมหุ้นที่ระดับดัชนี 1,290 จุด โดยโฟกัสหุ้นในกลุ่ม Domestic Play กลุ่ม Tourism และกลุ่ม Defensive มองหุ้นเด่นประจำเดือนนี้ ได้แก่ CPAXT, KTC, LH, ERW, BGRIM เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทรีนีตี้