เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ตลาดหลักทรัพย์ฯดึงธุรกิจ New Economy เข้าจดทะเบียน พุ่งเป้า “อิเล็กฯ–EV–ดิจิทัล”

04 พ.ย. 2568 | 19:05น.
นายอัสสเดช คงสิริ

นายอัสสเดช คงสิริ

ตลาดหลักทรัพย์ฯจับมือ BOI เดินหน้าสร้างระบบนิเวศใหม่ของการลงทุน ดึงธุรกิจ New Economy โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์-EV-ดิจิทัล เข้าสู่ตลาดทุนไทย ปรับเงื่อนไขให้ทันสมัยเทียบตลาดภูมิภาค หนุนไทยก้าวสู่เศรษฐกิจอนาคต ขณะที่ BOI เตรียมเร่งรัดการลงทุนกว่า 3 แสนล้านบาทจาก 70 โครงการ

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯอยู่ระหว่างทบทวนและปรับเกณฑ์การเข้าจดทะเบียนแบบ Market Capitalization (มาร์เก็ตแคป) ซึ่งออกมาเมื่อ 3 ปีก่อน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจใหม่ และเอื้อต่อการระดมทุนของธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูงแต่ยังไม่มีกำไร

“ที่ผ่านมาเกณฑ์ Market Cap ถือเป็นหนึ่งในกลไก Fast Track ที่เปิดโอกาสให้บริษัทที่ยังไม่มีกำไรเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีบริษัทใดใช้เกณฑ์นี้จริง จึงอยู่ระหว่างศึกษาว่าสาเหตุเกิดจากอะไร และจะปรับปรุงให้เหมาะสมอย่างไร เพื่อดึงดูดให้ภาคธุรกิจกล้าเข้ามาระดมทุนมากขึ้น” นายอัสสเดชกล่าว

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อพัฒนาแนวทางให้ธุรกิจ New Economy เข้าถึงตลาดทุนได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ, ยานยนต์ไฟฟ้า, และดิจิทัล

นายอัสสเดชกล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาเคลื่อนไหวทรงตัว และคาดว่ามาตรการอย่าง JUMP+ จะเข้ามาช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนในปีหน้า สิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯทำได้คือ สร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการกล้าลงทุนและเติบโต เพื่อเสริมศักยภาพเศรษฐกิจไทย และเพิ่มความมั่นใจให้แก่นักลงทุน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า BOI ได้เริ่มเชิญชวนผู้ประกอบการจำนวน 5 บริษัท เข้าหารือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อรับฟังข้อมูลและแนวทางการระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป (IPO)

นายนฤตม์กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง BOI และตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบ “Thailand FastPass” เพื่อเร่งรัดกระบวนการขอใบอนุญาตต่าง ๆ จากหน่วยงานรัฐ ซึ่งในอดีตต้องใช้เวลานาน โดย FastPass จะลดเหลือเพียงขั้นตอนสำคัญ เพื่อให้การเริ่มต้นธุรกิจทำได้รวดเร็วขึ้น

“ปัจจุบันมีโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้วกว่า 70 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3 แสนล้านบาท แต่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ ซึ่งเราจะเร่งให้เกิดการลงทุนจริงโดยเร็วที่สุด” นายนฤตม์กล่าว

สำหรับความร่วมมือในระยะแรก BOI และตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมุ่งเน้น 2 ด้านหลัก คือ

1.การดึงดูดบริษัทต่างชาติในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ให้เข้าจดทะเบียนในตลาดทุนไทย เพื่อเพิ่มโอกาสการระดมทุนและยกระดับธรรมาภิบาลธุรกิจ

2.การส่งเสริมบริษัทจดทะเบียนเดิมให้ลงทุนยกระดับการผลิตอย่างยั่งยืน ผ่านมาตรการ Smart and Sustainable Industry ของ BOI และโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหลักทรัพย์ฯ