MGI ยกเลิกดีลซื้อหุ้นเพิ่มทุน JKN 50 ล้านบาท ชี้เกิดเหตุภายใน ส่งผลให้ทบทวน
MGI แจ้งตลาดหุ้นฯ คณะกรรมการบริษัทมีมติยกเลิกการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน JKN มูลค่า 50 ล้านบาท ชี้เกิดเหตุสำคัญภายในบริษัท ส่งผลให้เกิดการทบทวน ย้ำพิจารณาจากปัจจัยด้านการบริหาร สถานะการเงิน จนถึงภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MGI) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2568
มติที่สำคัญคือ การยกเลิกการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการเข้าลงทุนในหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (JKN) ตามมติคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 ซึ่งบริษัทได้ลงนามในสัญญาจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน (Share Subscription Agreement) จ๋านวน 100,000,000 หุ้น มูลค่ารวมทั้งสิ้น 50,000,000 บาท เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2568 โดยการชำระค่าหุ้นจะเกิดขึ้นเมื่อเงื่อนไขบังคับก่อนสำเร็จครบถ้วน
ภายหลังจากการลงนามสัญญา ได้มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นภายใน JKN ซึ่งส่งผลให้บริษัทพิจารณาทบทวนความเหมาะสมของการเข้าลงทุน โดยพิจารณาจากปัจจัยด้านความต่อเนื่องทางธุรกิจ การบริหารจัดการภายใน และสถานะทางการเงินของกิจการ รวมถึงปัจจัยด้านภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของบริษัทในฐานะบริษัทมหาชนจดทะเบียน
คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติอนุมัติให้ยกเลิกการเข้าลงทุนในหันสามัญเพิ่มทุนของ JKN และการมอบอำนาจที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตามมติเติม และมอบหมายให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท ดำเนินการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจัดทำเอกสารทางกฎหมายให้ครบถ้วน
ย้อนที่มา จองซื้อหุ้นเพิ่มทุน 50 ล้าน
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา MGI แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึงการเข้าทำสัญญาจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน มูลค่า 50 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 นี้ โดยระบุเงื่อนไขบังคับก่อนว่า หน้าที่ในการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน และการชำระเงินค่าจองซื้อหุ้นโดยบริษัทต่อ JKN ภายใต้สัญญาฉบับนี้ จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเงื่อนไขบังคับก่อนที่สำคัญดังต่อไปนี้สำเร็จ
- ที่ประชุมเจ้าหนี้ของ JKN และศาลล้มละลายกลางที่พิจารณาคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของ JKN ได้มีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่ง JKN ได้ส่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (รวมถึงที่จะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามข้อเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมแผนฟื้นฟูกิจการของเจ้าหนี้ (ถ้ามี)) และศาลล้มละลายกลางได้ให้ความเห็นชอบในการทำธุรกรรมการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าวเรียบร้อยแล้วเท่านั้น
- JKN ดำเนินการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าวให้กับบริษัทภายใต้คำสั่งเห็นด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของศาลลัมละลายกลาง
สำหรับเหตุผลในการทำสัญญานั้น เนื่องจาก JKN ประกอบธุรกิจบริหารจัดการและเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การ
จัดการประกวดมิสยูนิเวิร์ส (MU) โดยธุรกิจดังกล่าวของ JKN สอดคล้องกับการประกอบธุรกิจของบริษัท
ดังนั้น บริษัทจึงเล็งเห็นถึงศักยภาพและโอกาสในการขยายธุรกิจ ผ่านการเข้าร่วมลงทุนใน JKN ซึ่งประกอบธุรกิจในลักษณะเดียวกันกับบริษัท โดยมีเป้าหมายในการต่อยอดและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักของบริษัทในระยะยาว
การร่วมลงทุนดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจของบริษัทในด้านต่าง ๆ แต่ยังเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนากลยุทธ์ การบริหารจัดการ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญและทรัพยากร ตลอดจนสามารถขยายฐานลูกค้า และช่องทางการตลาดร่วมกัน อันจะนำไปสู่กาสู่การเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ บริษัทยังมองว่าการร่วมลงทุนในครั้งนี้จะช่วยกระจายและลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ อันเนื่องมาจากปัจจัยภายนอกอื่น ๆ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังมีการแจ้งเกี่ยวกับการเข้าทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรกับบริษัท JKN Global Content Pte. Ltd. (“JKN SG”) เพื่อให้บริษัทได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียว (First Right) ในการต่ออายสัญญาลิขสิทธิการจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ (MUT) จาก JKN SG เพิ่มเติมอีกเป็นระยะเวลารวมทั้งสิ้น 20 ปี หลังจากสัญญาลิขสิทธิ์การจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ (MUT) ฉบับเดิมครบกำหนดอายุตามสัญญา
ทั้งนี้ การต่ออายุสัญญาจะดำเนินการเป็นรายคราว คราวละ 5 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการดำเนินงานด้านการจัดการประกวด MUT และเพื่อเพิ่มเสถียรภาพในเชิงธุรกิจและภาพลักษณ์ของบริษัทในฐานะพันธมิตรหลักในการดำเนินกิจกรรมและการถ่ายทอดการประกวด MUT ในประเทศไทย โดยรายละเอียดและเงื่อนไขของสิทธิ์ในการต่ออายุสัญญาดังกล่าวจะถูกกำหนดไว้ในสัญญาเพิ่มเติมแก้ไขสัญญาซื้อขายลิขสิทธิการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ (MUT) ซึ่งบริษัทและ JKN SG จะได้เข้าทำร่วมกันในลำดับถัดไป
อย่างไรก็ตาม สิทธิแต่เพียงผู้เดียว (First Right) ที่บริษัทได้รับในครั้งนี้ จะมีผลบังคับใช้ได้ต่อเมื่อบริษัทได้ตกลงยืนยันการใช้สิทธิ์ในการต่ออายุดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจนเป็นรายคราว โดยบริษัทจะ
พิจารณาประกอบการตัดสินใจในแต่ละครั้งโดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ แนวโน้มของตลาดและความมั้ยมในในกิจรรมการประกวด รวมถึงผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา เพื่อให้การใช้สิทธิในการต่ออายสัญญาแต่ละครั้งเกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทในระยะยาว
ทั้งนี้ เมื่อบริษัทต่ออายสัญญาลิขสิทธิ์การจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ (MUT) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริษัทจะดำเนินการตามเงื่อนไขภายใต้หลักเกณฑ์ของการทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ตามประกาศเรื่องการ
ได้มาหรือจำหน่ายไปต่อไป
9 เดือนแรก ทำรายได้แล้วกว่า 654 ล้านบาท
สำหรับรายได้รวมของ MGI ในไตรมาสที่ 3/2568 อยู่ที่ 234.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 79.75 เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้รวมสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ที่ 654.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.07 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567
การเพิ่มขึ้นของรายได้ในไตรมาส 3 ปี 2568 ส่วนใหญ่เป็นผลจากการจัดการประกวด มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่บริษัทเป็นผู้ดำเนินการจัดงาน อย่างไรก็ตาม รายได้จากการจำหน่ายสินค้าในไตรมาสนี้ยังคงได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นในตลาดออบไลน์ รวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
สำหรับผลการดำเนินในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 รายได้รวมยังคงเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการจัดประกวดมิสยูนีเวร์สไทยแลนด์ 2025 และรายได้ในกลุ่มงานบริการอื่น ได้แก่ รายได้จากการบริหารและดูแลศิลปิน รวมถึงรายได้จากการจัดกิจกรรมและอีเวนต์ต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของรรกิจในการสร้างรายได้ที่หลากหลายและสามารถปรับตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 จ๋านวน 43.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 438.28 เมื่อเทียบกับช่วง
เดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิใมงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ที่ 136.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 54.28 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567
การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิในทั้งสองช่วงเวลาดังกล่าว สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเติบโตของรายได้จากการจัดประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ และการจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ซึ่งบริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินการเป็นปีแรก ส่งผลให้บริษัทฯ สามารกสร้างรายได้และผลกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
นอกจากนี้ ปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้าง ฐานรายได้ที่นั่นคงและเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรในระยะยะยาว ได้แก่ การขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการพัฒนากลุ่มธุรกิจบริการด้านบันเทิงและกิจกรรมให้สอดคล้องกับแนวโน้มตลาดและความต้องการของผู้บริโภค


