เงินบาทอ่อนค่า จับตาสัปดาห์หน้า 5 ปัจจัยสำคัญ ค่าเงินเอเชีย-ราคาทองโลก
เงินบาทอ่อนค่า กสิกรไทยคาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 32.10-32.60 บาทต่อดอลลาร์ จับตาสัปดาห์หน้า 5 ปัจจัยสำคัญ ทั้งตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2568 และการส่งออกเดือน ต.ค.ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ทิศทางค่าเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวน ก่อนอ่อนค่าลงช่วงปลายสัปดาห์ โดยเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ตามทิศทางเงินเยนที่อ่อนค่าลงจากการคาดการณ์ว่า BOJ อาจยังไม่คุมเข้มนโยบายการเงินในเร็ว ๆ นี้
ขณะที่เงินดอลลาร์มีแรงหนุนจากภาวะชัตดาวน์หน่วยงานราชการสหรัฐ ที่สิ้นสุดลง หลังคองเกรสสามารถตกลงร่วมกันในเรื่องกฎหมายงบประมาณชั่วคราว และปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายแล้ว
อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกแข็งค่าในระหว่างสัปดาห์ เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่า ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่จะกลับมาประกาศหลังชัตดาวน์ อาจออกมาอ่อนแอ แต่กรอบการแข็งค่าของเงินบาทก็เป็นไปอย่างจำกัด และเงินบาทกลับไปอ่อนค่าลงอีกครั้งช่วงท้ายสัปดาห์ท่ามกลางแรงหนุนของเงินดอลลาร์ เนื่องจากเจ้าหน้าที่เฟดหลายท่านยังคงส่งสัญญาณกังวลต่อสถานการณ์เงินเฟ้อของสหรัฐ ซึ่งทำให้จังหวะการลดดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.ยังมีความไม่แน่นอน
ในวันศุกร์ที่ 14 พ.ย. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.41 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับ 32.36 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (7 พ.ย.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 10-14 พ.ย. 2568 นั้น แม้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 6,589 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 2,612 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 3,652 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 1,040 ล้านบาท)

เงินบาท : กรอบสัปดาห์หน้า
สำหรับสัปดาห์หน้า สัปดาห์ระหว่างวันที่ 17-21 พ.ย. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.10-32.60 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2568 และการส่งออกเดือน ต.ค.ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ทิศทางค่าเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก
ส่วนปัจจัยต่างประเทศอื่น ๆ ที่ต้องติดตาม ประกอบด้วย ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์กและฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ เดือน พ.ย. ยอดขายบ้านมือสองเดือน ต.ค. บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 28-29 ต.ค. และอาจจะมีเครื่องชี้เศรษฐกิจอื่น ๆ ของสหรัฐ ที่กลับมาประกาศหลังภาวะชัตดาวน์ของสหรัฐ สิ้นสุดลง
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2568 ของญี่ปุ่น การประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน อัตราเงินเฟ้อเดือน ต.ค.ของยูโรโซนและญี่ปุ่น และข้อมูล PMI เบื้องต้นสำหรับเดือน พ.ย.ของญี่ปุ่น ยูโรโซน อังกฤษ และสหรัฐ
ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงหลุดแนว 1,300 จุด ท่ามกลางแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ

SET Index แกว่งตัวในกรอบแคบช่วงแรก ก่อนจะร่วงลงหลุดแนว 1,300 จุดในช่วงกลางสัปดาห์ท่ามกลางแรงขายหลัก ๆ จากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย แรงขายทำกำไรหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง และหุ้นกลุ่มค้าปลีก หลังบริษัทค้าปลีกรายใหญ่แห่งหนึ่งรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2568 ซึ่งค่อนข้างอ่อนแอ
ดัชนีหุ้นไทยขยับขึ้นช่วงสั้น ๆ ในเวลาต่อมา ขานรับข่าวสถานการณ์ชัตดาวน์ในสหรัฐ (ที่ทำสถิติรอบนี้ยาวนานสุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ) สิ้นสุดลง แต่กรอบการปรับขึ้นค่อนข้างจำกัด เนื่องจากยังคงเผชิญแรงขายต่อเนื่องในหุ้นกลุ่มค้าปลีก ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค หลังจากเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายส่งสัญญาณไม่เร่งลดดอกเบี้ย ซึ่งทำให้การประชุมรอบถัดไปของเฟดยังคงมีความไม่แน่นอน นอกจากนี้ แรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีตามทิศทางหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน
ในวันศุกร์ที่ 14 พ.ย. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,269.26 จุด ลดลง 2.58% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 33,463.35 ล้านบาท ลดลง 7.62% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 2.51% มาปิดที่ระดับ 219.50 จุด
สัปดาห์ถัดไป (17-21 พ.ย. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,230 และ 1,200 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,285 และ 1,300 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2568 ของไทย ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด และทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสองเดือน ต.ค. ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือน พ.ย. (เบื้องต้น) บันทึกการประชุมเฟด ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2568 ของญี่ปุ่น ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ต.ค.ของยูโรโซนและญี่ปุ่น การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR เดือน พ.ย.ของจีน ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือน พ.ย. (เบื้องต้น) ของอังกฤษ ยูโรโซนและญี่ปุ่น