เอกนิติถก ธ.ก.ส. แก้หนี้ NPL เกษตรกร เล็งตั้งเกณฑ์แยกช่วยตามพืช-อายุลูกหนี้
เอกนิติถก ธ.ก.ส. ออกแบบโครงการแก้หนี้เสีย NPL เกษตรกร เล็งตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจ แทน AMC พร้อมคัดแยกช่วยเหลือตามชนิดพืช-อายุลูกหนี้ คาดรายละเอียดจะชัดเจนเร็ว ๆ นี้
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการโครงการแก้หนี้ให้กับเกษตรกร ที่เป็นลูกหนี้ในธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ภายหลังงานสัมมนาประชาชาติธุรกิจ Prachachat Outlook : Thailand 2026 ว่า ในวันนี้จะมีประชุมร่วมกับ ธ.ก.ส. เพื่อหารือร่วมกันในรายละเอียดของโครงการดังกล่าว
ซึ่งในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการแก้หนี้ในภาคประชาชนไปแล้ว คือการจัดตั้ง AMC ที่จัดทำร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย แต่ในวันนี้จะเป็นการเข้าไปดูว่า ในส่วนของ ธ.ก.ส. แก้หนี้ได้แบบไหนบ้าง ที่จะช่วยเกษตรกรในลักษณะเช่นเดียวกันกับภาคประชาชน คือช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยต่าง ๆ ที่เป็นหนี้เสียอยู่ในอดีต และจะต้องช่วยแก้หนี้แบบไม่ให้เสียวินัย พร้อมกับการเดินหน้าปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้เกษตรกร
โดยการทำโครงการนี้ยังยืนยันว่าหัวใจสำคัญ จะไม่ใช่การแค่แก้หนี้แบบปรับต้นลดดอก เพื่อให้กลับมาเป็นลูกหนี้ NPL อีกครั้ง แต่ต้องมีการช่วยลูกหนี้เกษตรกร ด้วยการหาวิธีที่จะเน้นเสริมทักษะ เช่น การทำเกษตรสมัยใหม่ เป็นต้น ซึ่งส่วนนี้กำลังร่วมกับ ธ.ก.ส.ออกแบบโครงการนี้อยู่
ขณะที่ก่อนหน้านี้ที่ ธ.ก.ส.มีแนวทางในการปรับโครงสร้างหนี้ที่เจ้าหนี้และลูกหนี้จะเจรจาเพื่อลดจำนวนหนี้ลง หรือการ Hair Cut หนี้ ให้กับลูกหนี้เกษตรกรในกลุ่มผู้สูงอายุที่เป็นหนี้เรื้อรัง และเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป จะยังคงใช้แนวทางเดิมอยู่หรือไม่นั้น นายเอกนิติระบุว่า แนวทางนี้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องลงรายละเอียด และศึกษาข้อมูลว่าลูกหนี้ในกลุ่มผู้สูงอายุเป็นอย่างไร และลูกหนี้ในกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นอย่างไร
โดยได้สั่งการให้ ธ.ก.ส. ลงรายละเอียดแยกความช่วยเหลือตามชนิดของพืชที่ลูกหนี้ทำการเกษตร เนื่องจากสินค้าทางการเกษตรลักษณะจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละประเภท ดังนั้นจึงต้องศึกษาและแยกรายละเอียดให้ชัดเจน
สำหรับรูปแบบโครงการในส่วนของภาคเกษตรกร นายเอกนิติกล่าวว่า จะไม่ทำในลักษณะของการตั้ง AMC เหมือนกับภาคประชาชนแล้ว แต่อาจจะจัดทำเป็นหน่วยงานใน ธ.ก.ส.เลย เนื่องจากว่าในภาคประชาชนเป็นการร่วมกันของหลายหน่วยงาน แต่ในภาคการเกษตร พบว่าลูกหนี้ส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้ใน ธ.ก.ส. ซึ่งหากจัดตั้งเป็นหน่วยงานภายในก็จะทำให้การทำงานง่ายและรวดเร็ว