เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
SD ‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
Finance SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
Economic ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
ดูทั้งหมด

สันติธาร ชี้ไทยต้องหา “Position” ดัน 4 เสา เปิดประตูเศรษฐกิจใหม่

20 พ.ย. 2568 | 17:02น.
สันติธาร เสถียรไทย

สันติธาร เสถียรไทย

ดร.สันติธาร ชี้ไทยมีศักยภาพก้าวสู่ศูนย์กลาง Well-Being ของโลก พร้อมเสนอ “4 เสา” สำหรับเศรษฐกิจยุคใหม่ New Economies-New Good Jobs-New Markets-New Safety Nets ดันประเทศเดินหน้าอย่างยั่งยืนในยุค AI และสังคมสูงวัย

ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวในงานสัมมนา “Prachachat Outlook : Thailand 2026-ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ” ในหัวข้อเสวนา “Geoeconomics-AI Turning Point” ว่าสำหรับการเลือกตั้งครั้งถัดไป ไทยต้องมองอนาคตร่วมกัน ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันคิด เพราะการขับเคลื่อนในอนาคตไม่ใช่หน้าที่รัฐฝ่ายเดียว แต่ยังเป็นเรื่องของเอกชนและภาคประชาชน ให้ทุกฝ่ายมองภาพเดียวกัน ว่าประเทศไทยควรมีหน้าตาอย่างไรในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพื่อช่วยให้การประสานงานเกิดขึ้นจริงอย่างมีประสิทธิภาพ

“การหา Position ให้ประเทศไทยเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดสำหรับประเทศ องค์กร และตัวบุคคล ไม่ใช่การที่เราไม่เก่งในสิ่งที่ทำ แต่คือการที่เราเล่นเกมโลกแบบเดิม ทั้งที่โลกกลายเป็นอุตสาหกรรมใหม่ มีผู้เล่นใหม่ และสถานการณ์ใหม่ เราต้องตอบให้ได้ว่าหลังจากจบรัฐบาลหน้า 4 ปี เราจะอยู่ที่ไหน จะเป็นใครในโลก อยากเห็นรัฐบาลทำให้คนไทยตั้งคำถามนี้กันให้มากขึ้น แล้วลงมือช่วยกันคิดว่าจะเดินไปทางไหน”

ดร.สันติธารกล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากที่จะเป็นศูนย์กลางด้าน “Well-Being” ของโลก ทั้ง Longevity และ Healthcare และการใช้ Smart Technology ควบคู่กับอุตสาหกรรมเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น Medical Devices หรือ Wearables ซึ่งทั้งหมดสามารถเชื่อมต่อกันได้และไทยควรจับจอง เพราะแม้จะขายให้ต่างประเทศไม่ได้ เราเองก็จำเป็นต้องใช้ เนื่องจากกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

ดร.สันติธารระบุว่า โลกและเศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยต้อง “เปิดประตูใหม่” โดยหันมาพึ่งพาการเติบโตจากภาคบริการโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ทำให้ภาคบริการที่เคยมีผลิตภาพต่ำสามารถยกระดับประสิทธิภาพได้มากขึ้นและสร้างงานจำนวนมาก หากสามารถผลักดันให้แรงงานใช้เทคโนโลยีผ่านการ Reskill และ Upskill จะนำไปสู่การเติบโตที่มีคุณภาพ และกระจายรายได้ได้ดีกว่าเดิม แม้อัตราการเติบโตอาจอยู่ราว 3% แต่เป็นการเติบโตที่ทั่วถึงและยั่งยืนกว่า

เพื่อเดินหน้าเปิดประตูใหม่ให้เศรษฐกิจไทย ดร.สันติธารเสนอ “4 เสาใหม่” สำหรับเศรษฐกิจยุคใหม่ ได้แก่ เสาแรก New Economies ไทยต้องกำหนด S-Curve ใหม่ให้ชัด ทั้ง AI Economy, Green Economy และ Longevity Economy ซึ่งเกี่ยวข้องกับสุขภาพ การแพทย์ และ Wellness ไทยต้องไม่เป็นเพียงฐานผลิตของโลก แต่ต้องใช้เทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหาในประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตมูลค่าสูง

เสาที่สอง New Good Jobs ต้องวัดความสำเร็จด้วยจำนวน “งานดี ๆ” มากกว่าตัวเลข GDP พร้อมสร้างแม่เหล็กดึงดูดคนเก่งจากทั่วโลก และผลักดัน “ดาวเด่น” หรือสตาร์ตอัพไทยสู่ระดับโลก ควบคู่กับการสร้างระบบ Reskill และ Upskill ให้เกิดขึ้นจริง

เสาที่สาม New Markets ในโลกที่ตลาดใหญ่โตขึ้นได้ยาก ไทยต้องสร้างตลาดใหม่ หรือเพิ่มมูลค่าให้สินค้าที่มีอยู่ผ่านการเจาะตลาดเชิงลึก รวมถึงต้องเสริมข้อมูลและความรู้ เช่น การตั้งหน่วย Export Intelligence เพื่อให้ผู้ประกอบการมีข้อมูลเจาะตลาดใหม่

เสาสุดท้าย New Safety Nets เพราะเมื่อโลกาภิวัตน์ลดลง แต่ทุนเทาไหลเข้า ไทยจำเป็นต้องสร้าง “ตาข่ายรองรับ” เพื่อปกป้องธุรกิจและประชาชน ทั้งด้านการเงิน สังคม และเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถปรับตัวในยุคใหม่ได้อย่างมั่นคง