EXIM Bank เตรียมสินเชื่อซอฟต์โลน 1,000 ล้านบาท ฟื้นผู้ประกอบการภาคใต้หลังน้ำท่วม
นายชลัช รัตนบุญนิธิ
EXIM Bank เตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม ด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) 1,000 ล้านบาท ตั้งเป้าเพิ่มผู้ส่งออกเพิ่มมากขึ้น
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยถึงจากกรณีอุทกภัยภาคใต้ทำให้ลูกค้าของธนาคารได้รับผลกระทบน้ำท่วมนั้น ว่าทาง EXIM Bank ได้จัดทำแผนฉุกเฉินเร่งด่วน (D C Plan) เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ ครอบคลุมทั้งการขยายวงเงินสินเชื่อ การปรับเพย์เมนต์ และการป้องกันไม่ให้ลูกค้าได้รับผลกระทบต่อเครดิตบูโร
“สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม กิจการไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ เราจึงขยายตั๋วส่งออกและปรับเงื่อนไขการชำระเงินเพื่อดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง” นายชลัชกล่าว
นอกจากนี้ ภายใต้ความร่วมมือกับธนาคารออมสิน และการสั่งการจากกระทรวงการคลัง หลังจากปัญหาที่เกิดหลังจากน้ำลด ธนาคารอยู่ระหว่างเตรียมมาตรการดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ให้กับนิติบุคคลและโรงงานที่ได้รับผลกระทบ โดยมีอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 1.99% ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสำรวจและจัดทำแพ็กเกจ

สำหรับวงเงินสินเชื่อซอฟต์โลนมีมูลค่า 200-300 ล้านบาท และเม็ดเงินจาก EXIM Bank ซึ่งรวมแล้วเตรียมไว้ประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยธนาคารมุ่งช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถฟื้นฟูกิจการได้โดยเร็วที่สุด และลดผลกระทบด้านการเงินอย่างเต็มที่
นายชลัชกล่าวว่า สำหรับเป้าหมายสำคัญของธนาคารในปีนี้และปีหน้าคือการเพิ่มจำนวนผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ให้สามารถส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น ปัจจุบันผู้ส่งออกไทยมีประมาณ 27,000 ราย ซึ่ง EXIM Bank ดูแลลูกค้า SMEs ราว 5,000 ราย และตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ส่งออกกลุ่มนี้ 10% จากปัจจุบัน
สำหรับตลาดส่งออกไปสหรัฐ หลังการปรับภาษี ผู้ประกอบการไทยบางรายปรับตัวหาตลาดใหม่ EXIM Bank จะสนับสนุนทั้งลูกค้าเก่าและใหม่ให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง
นายชลัชกล่าวต่อว่า แม้ว่าปีหน้าจะมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจโลกและความผันผวนทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ EXIM Bank จะมุ่งมั่นสนับสนุนผู้ส่งออกไทยให้ขยายตลาดอย่างยั่งยืน พร้อมปรับมาตรการให้เหมาะสมตามระดับผลกระทบและประเภทอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้และลดความเสี่ยงทางธุรกิจ