Skip to content

สมาคมธนาคารไทย ชี้ ธปท. สั่งแบงก์ประเมินภาวะวิกฤต-ภัยพิบัติโจทย์ใหม่เพิ่มความเสี่ยง

03 ธ.ค. 2568 | 14:50น.
สมาคมธนาคารไทย ชี้ ธปท. สั่งแบงก์ประเมินภาวะวิกฤต-ภัยพิบัติโจทย์ใหม่เพิ่มความเสี่ยง

สมาคมธนาคารไทย เผย ธปท. กำชับแบงก์ทำประเมิน Stress Test ใส่ผลภัยพิบัติ ลั่นเป็นโจทย์ความเสี่ยงใหม่ระบบธนาคาร ด้านความคืบหน้าน้ำท่วม เร่งสำรวจความเสียหาย ยันทุกสถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือลูกค้าเต็มที่

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย (TBA) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ให้สถาบันการเงินทำแบบประเมินผลกระทบภาวะวิกฤต (Stress Test) ในทุกปี ซึ่งในครั้งนี้ได้มีการเพิ่มในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) เข้าไปในการประเมินความเสี่ยงด้วย ซึ่งโจทย์ภัยพิบัติจะเป็นความเสี่ยงใหม่ (New Normal) ที่สถาบันการเงินจะต้องนำมาประเมินผลกระทบ นอกจากการประเมินผลกระทบทางด้านปัจจัยภูมิรัฐศาตร์ (Geopolitics) เท่านั้น

ผยง ศรีวณิช
ผยง ศรีวณิช

โดยมุมมองเศรษฐกิจในปี 2569 หากดูการประเมินจากหน่วยงานภาครัฐ และศูนย์วิจัยต่าง ๆ มองว่าเศรษฐกิจในปี 2569 ยังคงเป็นปีที่เหนื่อยอยู่ และคาดว่าจีดีพีจะขยายตัวราว 1.5-1.8% อย่างไรก็ดี อาจจะต้องมีการประเมินให้ชัดอีกครั้ง ซึ่งในส่วนของน้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้-หาดใหญ่ จะเห็นว่า ธปท.ประเมินผลกระทบ 0.1-0.2% ถือเป็นตัวผลกระทบเพิ่มเติม แต่ไม่ได้เปลี่ยนสมการโครงสร้างความเสี่ยงเศรษฐกิจ

ดังนั้น ปีหน้าธุรกิจธนาคารยังคงให้ความช่วยเหลือลูกค้า และดูแลคุณภาพสินทรัพย์เป็นหลัก ซึ่งเน้นตามพลวัตของเศรษฐกิจ ซึ่งเราคงไม่สวนกระแสน้ำ แม้ทุกคนอยากได้ตัวเลขการเติบโต แต่ต้องดูองค์ประกอบด้วย

“ภัยพิบัติเป็นเรื่องที่ต้องช่วยเหลือ ธปท.ได้สั่งให้แบงก์จัดทำ Stress Test จะประเมินผลกระทบต่อความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางอากาศ วันนี้หากดูพื้นที่หาดใหญ่ แบงก์ทุกสาขาได้รับผลกระทบทั้งหมด“

สำหรับผลกระทบที่เกิดจากปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้นั้น ในเรื่องของความเสียหายยังอยู่ระหว่างการประเมิน และยังต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ เนื่องจากบางจุดท่วม 4 เมตร บางจุดไม่ท่วม แต่เป็นการท่วมบริเวณรอบนอก แต่ธุรกิจได้รับผลกระทบ จึงต้องมีการประเมินความเสียหาย อย่างไรก็ตาม ธนาคารแต่ละแห่งได้ดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการดูแลลูกค้าที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ เช่น การพักชำระหนี้ หรือดอกเบี้ย เป็นต้น

ส่วนมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเพิ่มเติมนั้น ปัจจุบันสถาบันการเงินอยู่ระหว่างการพูดคุยผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เป็นผู้กำกับดูแล รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้วางเอาไว้แล้ว

“อุทกภัยต่าง ๆ ยังเป็นเรื่องน่ากังวล ฉะนั้นความเสี่ยงที่เกิดจากภัยพิบัติคงจะมีมาตรฐานใหม่ รวมถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องมีการประเมินความเสี่ยงในแต่ละปี“

นายผยงกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการ ”ปิดหนี้ไว ไปต่อได้“ ช่วยลูกหนี้รายย่อยที่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่มียอดหนี้รวมไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย โดยให้บริษัท บริหารสินทรัพย์ สุขุมวิท จำกัด หรือ SAM เข้ามารับซื้อหนี้เสียจากธนาคารและสถาบันการเงิน โดยตามระยะเวลา (Timeline) ของ ธปท. จะเริ่มวันที่ 1 มกราคม 2569

โดยในส่วนของธนาคารกรุงไทยกำลังตรวจสอบรายชื่อลูกค้าที่เข้าเงื่อนไขโครงการ โดยต้องรอข้อมูลจากที่บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ซึ่งจะส่งรายชื่อผู้เข้าเกณฑ์ หรือเข้าคุณสมบัติ กลับมาให้ธนาคารอีกที จากนั้นธนาคารจะแจ้งให้ลูกค้าทราบต่อไป ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้จะต้องมีการตรวจสอบรายชื่อลูกค้าให้ถูกต้อง เพราะลูกค้าบางรายมีสินเชื่อ หรือหนี้มากกว่า 1 ธนาคาร ทำให้ต้องมีการตรวจสอบเรื่องข้อมูลไม่ให้ทับซ้อนกัน จึงต้องมีการดูข้อมูลร่วมกันระหว่างสถาบันการเงินแต่ละแห่ง จึงต้องมีหน่วยงานกลางที่เข้ามาทำหน้าที่ดูแล และตรวจสอบข้อมูลนี้

“เราดูรายชื่อกันคร่าว ๆ แต่ไม่สามารถมั่วได้ เพราะเราเอาลูกหนี้เป็นศูนย์กลาง จึงไม่สามารถดูของใครของมันได้ จึงต้องรอรายชื่อที่มีคุณสมบัติเข้าโครงการ ที่มีข้อมูลไม่ทับซ้อนกัน เมื่อได้รายชื่อแล้ว ธนาคารจะติดตาม ประสานงาน และคุยกับลูกค้า เพื่อเข้าสู่กระบวนการของโครงการต่อไป“