เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 12-18 กรกฎาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 12-18 กรกฎาคม 2569
“ชัชชาติ” ดูความคืบหน้า Skywalkอนุสาวรีย์ชัยฯ สำรวจคลองสามเสนเล็งผุดทางเดิน จักรยาน เรือไฟฟ้า
Politics “ชัชชาติ” ดูความคืบหน้า Skywalkอนุสาวรีย์ชัยฯ สำรวจคลองสามเสนเล็งผุดทางเดิน จักรยาน เรือไฟฟ้า
เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
Tech เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
Politics ‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
Biz Movement ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ดูทั้งหมด

โบรกวิเคราะห์ TISA หนุนออมยาว หรือ LTF เวอร์ชั่นใหม่ ?

10 ธ.ค. 2568 | 12:58น.

โครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล (TISA) ที่ภาคตลาดทุนไทยผลักดัน ที่กำลังจะออกมาบังคับใช้ มีมุมมองที่หลากหลายจากผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุนไทยเกี่ยวกับเรื่องนี้

โดยในส่วนของโบรกเกอร์ที่มีการวิเคราะห์ เริ่มจาก นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย กล่าวว่า จากมาตรการ TISA มีมุมมอง 3 ประเด็น ได้แก่

1.การเปิดทางให้ประชาชนสามารถซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินปีละ 800,000 บาท ครอบคลุมทั้ง RMF, Thai ESG และ IFF ต้องพิจารณาให้รอบด้าน เนื่องจากในระบบเดิม RMF รวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีเพดานอยู่ที่ 500,000 บาท และกองทุน ESG อีก 300,000 บาท รวมกันก็ 800,000 บาทอยู่แล้ว

“ยังไม่ชัดเจนว่ามาตรการใหม่ จะเป็นการเพิ่มสิทธิจริง หรือเป็นเพียงการจัดโครงสร้างใหม่ นอกจากนี้ หากเปิดให้ซื้อหุ้นเพื่อลดหย่อนภาษีโดยตรง ก็ยังต้องติดตามว่าจะมีผลกระทบต่อการไหลของเงินจากกองทุนเดิมหรือไม่ แล้วยังมีเรื่องเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับกองทุน ESG ทำให้เกิดคำถามว่า แล้ว RMF จะถูกวางบทบาทไว้อย่างไร และมาตรการนี้เป็นความพยายามดึงเงินลงทุนให้ยังคงอยู่ในประเทศมากขึ้นหรือไม่”

2.แนวคิด TISA ซึ่งจะเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายบุคคลสามารถเปิดบัญชีลงทุนได้ ซึ่งมีรายงานข่าวระบุว่า อาจเปิดบัญชีกับบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.) ซึ่งสร้างความสับสน เนื่องจากโดยปกติการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นจะดำเนินการผ่านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดังนั้น ต้องรอความชัดเจนจากภาครัฐ

นายสรพลกล่าวอีกว่า โครงสร้างการลดหย่อนภาษีตามระดับรายได้ กรณีผู้มีรายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี จะสามารถนำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้ใน 1.3 เท่า ส่วนผู้มีรายได้เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี จะลดหย่อนได้เพียง 0.7 เท่า แม้เพดานสูงสุดจะยังอยู่ที่ 800,000 บาทเท่าเดิม แต่ในทางปฏิบัติ ผู้มีรายได้สูงจะต้องใช้เงินลงทุนจริงมากขึ้น เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์เท่ากัน เช่น หากต้องการลดหย่อน 800,000 บาท ต้องลงทุนสูงถึงราว 1.15 ล้านบาท ขณะที่ผู้มีรายได้ต่ำกว่าอาจใช้เงินลงทุนเพียงประมาณ 615,000 บาท

“โครงสร้างลักษณะนี้ถือว่าแปลกใหม่และไม่ค่อยพบเห็นมาก่อน แม้ในต่างประเทศก็ยังไม่ชัดเจน ว่ามีตัวอย่างในลักษณะเดียวกันหรือไม่ โดยประเด็นที่ต้องติดตามคือ กลุ่มผู้เสียภาษีฐานสูง ซึ่งเป็นฐานหลักของการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี จะยังคงมีแรงจูงใจมากเพียงใด ขณะที่การหวังพึ่งกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท ก็ต้องตั้งคำถามว่า ผู้ที่มีรายได้ต่อปีไม่ถึง 1 ล้านบาท จะสามารถนำเงินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งปีมาลงทุนได้จริงหรือไม่ ซึ่งอาจมีบางส่วน แต่ไม่น่าจะเป็นจำนวนมาก”

3.เงื่อนไขการถือครอง โดยมีรายงานว่าผู้ลงทุนอาจต้องถือครองสินทรัพย์จนถึงอายุ 55 ปี จึงจะขายได้เต็มจำนวน ยกเว้นกรณีเจ็บป่วยหรือประสบภัยพิบัติ ที่สามารถขายก่อนกำหนดได้ไม่เกิน 25% ของพอร์ต

นายสรพลกล่าวว่า จากข้อมูลทั้งหมดในขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลเชิงบวก กลาง หรือเชิงลบต่อตลาดหุ้นไทย เนื่องจากยังต้องรอรายละเอียดที่ชัดเจน โดยประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อ คือเพดานลงทุน 800,000 บาท จะนับรวมกับสิทธิเดิมหรือไม่ และการเปิดให้ซื้อหุ้นเพื่อลดหย่อนภาษีจะทำให้เงินไหลออกจากกองทุน หรือก่อให้เกิดเงินใหม่เข้าสู่ระบบมากน้อยเพียงใด

อย่างไรก็ดี ในมุมมองการลงทุน สมมุติว่ามาตรการ TISA ถูกผลักดันและเปิดให้ซื้อหุ้นรายตัวพร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเงินปันผล กลุ่มหุ้นที่มีโอกาสได้รับอานิสงส์มากที่สุดคือหุ้นในดัชนี SET High Dividend 30 (SETHD) ซึ่งเป็นหุ้นที่มีความสม่ำเสมอในการจ่ายปันผล มีความผันผวนต่ำ และมีมูลค่าไม่แพง

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี SETHD ให้ผลตอบแทน 0.1% ขณะที่ดัชนี SET Total Return ติดลบกว่า 6% สะท้อนการ Outperform ราว 7% อีกทั้ง SETHD มีอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชีประมาณ 0.8 เท่า ต่ำกว่า SET ที่ราว 1.2 เท่า และมี P/E ราว 8 เท่า เทียบกับ SET ที่ประมาณ 15 เท่า ธีมการลงทุนในช่วงนี้จึงยังเน้นไปที่หุ้น Defensive หุ้นปันผล และหุ้นที่ราคายังต่ำกว่ามูลค่า

“ดัชนี SETHD มีหุ้นกลุ่มธนาคารเป็นสัดส่วนถึง 8 ตัว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ดัชนีดังกล่าว Outperform ในปีนี้ นอกจากนี้ ยังมีหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อาทิ AP, ศุภาลัย และ SIRI รวมถึงหุ้นในกลุ่มไฟแนนซ์และธุรกิจที่มีกระแสเงินสดมั่นคง ซึ่งล้วนเหมาะกับนักลงทุนที่เน้นการลดหย่อนภาษี ควบคู่กับการรับเงินปันผลและความเสี่ยงต่ำ ทั้งนี้ หากมาตรการใหม่มีความชัดเจนมากขึ้นในระยะถัดไป หุ้นในกลุ่ม SETHD อาจได้รับแรงสนับสนุนเชิงบวกในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป แม้อาจยังไม่ใช่บวกแรง แต่เพียงพอที่จะทำให้ตลาดเริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับหุ้นคุณภาพได้อีกครั้ง”

ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ กล่าวว่า InnovestX คาดว่ามาตรการ TISA จะทำให้จำนวนผู้ลงทุนในตลาดทุนเพิ่มจาก 1.7 ล้านคน หรือ 2.3% ของจำนวนประชากร ในปี 2026 เป็น 3.7 ล้านคน หรือ 5.1% ของประชากรใน 10 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ตามแนวนโยบาย TISA ล่าสุด กระทรวงการคลังจะใช้กลไกลดหย่อนภาษีแทนการยกเว้นภาษี ต่างจาก ISA/NISA ของต่างประเทศที่ให้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนเงินปันผลและ Capital Gain Tax ทำให้ TISA มีลักษณะเป็นเพียง “LTF เวอร์ชั่นใหม่” ที่เน้นให้ผลประโยชน์ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูง ไม่ใช่การปฏิรูปโครงสร้างที่แท้จริง

นอกจากนั้นการกำหนดเพดานลดหย่อนภาษีรวมไม่เกิน 800,000 บาทต่อปี จะทำให้แรงจูงใจในการลงทุนในตลาดทุนลดลง เนื่องจากผู้เสียภาษีบุคคลธรรดาของไทยมีเพียง 15.9% ของประชากร (ต่ำกว่า UK 50.6%, ญี่ปุ่น 18.4%) ยิ่งไปกว่านั้น ในกรณีของญี่ปุ่น (NISA) ทางการได้มีการปฏิรูปนโยบายการเงิน การคลัง

รวมถึงพัฒนาธรรมาภิบาล
ไปพร้อมกัน (นโยบายธนูสามดอก) ขณะที่ในกรณีของไทยเป็นเพียงแต่การสนับสนุนตลาดทุนผ่านมาตรการภาษี ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ TISA อาจไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

“การวิเคราะห์นี้ อ้างอิงข้อมูลที่เผยแพร่ล่าสุด แต่ยังไม่ได้ประกาศเป็นทางการขั้นสุดท้าย ซึ่งรายละเอียดในความเป็นจริงอาจแตกต่างจากที่สื่อสารมาก่อนหน้านี้ได้ โดยหากทางการปฏิรูปนโยบายการเงินการคลัง และธรรมาภิบาลอย่างเป็นระบบ ผลบวกของมาตรการ TISA อาจสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ได้”

ทั้งนี้ อินโนเวสท์ เอกซ์ มองยังไม่ได้กระตุ้น SET ในระยะสั้น แต่เป็นการปรับพฤติกรรมการออมการลงทุนระยะยาว หนุนให้ SET ผันผวนลดลงในระยะกลาง-ยาว ส่วนการยกเว้นภาษีเงินปันผลจาก TISA 2 แสนบาทแรกเมื่อถือเกิน 5 ปี จะดีต่อการลงทุนในหุ้นปันผลสูงที่ผันผวนต่ำ, ESG ดี อย่างหุ้นกลุ่มธนาคาร อาทิ BBL, KTB, TISCO, KBANK และ KKP