เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 ก.ค. 69) ฝนยังตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 40% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 ก.ค. 69) ฝนยังตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 40% ของพื้นที่
ราคาน้ำมันวันนี้ (27 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (27 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (27 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.57% อยู่ที่ 65,324 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (27 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.57% อยู่ที่ 65,324 เหรียญสหรัฐ
ดวงรายสัปดาห์ 26 กรกฎาคม-1 สิงหาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 26 กรกฎาคม-1 สิงหาคม 2569
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ดูทั้งหมด

ตลาดหลักทรัพย์ฯ กางแผนฟื้นเชื่อมั่น พร้อมร่วมมือสกัดฟอกเงิน

13 ม.ค. 2569 | 16:34น.

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดแผนกลยุทธ์ 3 ปี รับมือความท้าทายรอบด้าน เร่งขับเคลื่อนโครงการ Jump+ ดึงบริษัทสื่อสารนักลงทุน-เตรียมชง Bond Connect ควบคู่กับแผนโรดโชว์ต่างประเทศ หลังได้รัฐบาลใหม่ ปัดข้อกล่าวหาตลาดหุ้นไทยเป็นแหล่งฟอกเงิน ย้ำพร้อมร่วมมือกับทุกหน่วยงานสกัดทุนเทา

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 2569 ตลาดทุนไทยยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทั้งความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความขัดแย้งระหว่างประเทศ จากการประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน เห็นว่าตลาดทุนไทยจำเป็นต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อกลับมาเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ

โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะดำเนินการเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งการเพิ่มความน่าดึงดูดของตลาด การเพิ่มสภาพคล่อง การเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน และการฟื้นฟูความเชื่อมั่น ควบคู่กับการสร้างโอกาสใหม่ให้กับทุกภาคส่วน

สำหรับทิศทางการขับเคลื่อนตลาดทุนไทยในระยะสั้น แผนที่คาดว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมภายในปีนี้คือโครงการ Jump+ ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทเข้าร่วมแล้ว 110 บริษัท และคาดว่าจะเริ่มเห็นความคืบหน้าอย่างชัดเจนในช่วงไตรมาส 2-3 ปี 2569 โดยเฉพาะด้านการสื่อสารแผนงานและศักยภาพของบริษัทไปยังนักลงทุนผ่านกิจกรรมโรดโชว์

ปัจจุบันบริษัทในโครงการ Jump+ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมประมาณ 4 แสนล้านบาท โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ขยายระยะเวลารับสมัครเข้าร่วมโครงการออกไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 และคาดว่าจะมีบริษัทขนาดใหญ่เข้าร่วมมากขึ้น

พร้อมทั้งเร่งให้บริษัทจดทะเบียนออกมาสื่อสารกับนักลงทุนมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยมีแผนเดินทางไปยังศูนย์กลางการเงินในภูมิภาค เช่น ฮ่องกงและสิงคโปร์ ร่วมกับพันธมิตรธนาคารต่างประเทศ เพื่อดึงดูดนักลงทุน โดยคาดว่าจะเริ่มได้ในช่วงปลายไตรมาส 1 หรือต้นไตรมาส 2 หลังรัฐบาลใหม่มีนโยบายที่ชัดเจน และจะคัดเลือกบริษัทขนาดใหญ่ในกลุ่ม SET50 รวมถึงบางส่วนจากโครงการ Jump+ เข้าร่วมตามความเหมาะสม

อีกโครงการสำคัญคือ Bond Connect ซึ่งเป็นการเชื่อมการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเข้ากับพอร์ตหลักทรัพย์ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและดึงเงินทุนเข้าสู่ตลาดทุนไทย อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวล่าช้าเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองและข้อจำกัดของรัฐบาลรักษาการ แต่หลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยืนยันจะเดินหน้าต่อ เนื่องจากเป็นโครงการเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และตลาดได้ลงทุนไปแล้วเป็นจำนวนมาก

นายอัสสเดชระบุว่า กรณีข้อกล่าวหาว่าตลาดหุ้นไทยเป็นแหล่งฟอกเงินทุนสีเทา ยังไม่แน่ใจว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวมีความถูกต้องเพียงใด เนื่องจากการพูดคุยกับนักลงทุนต่างชาติ ไม่ได้มีมุมมองว่าไทยเป็นแหล่งฟอกเงิน การหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดอาจเป็นการใช้โอกาสเพื่อเรียกร้องความสนใจในช่วงการหาเสียงทางการเมือง อีกทั้งกรณีที่ถูกกล่าวถึงก็ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นการฟอกเงินจริงหรือไม่

ขณะที่บริษัทจดทะเบียนที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ตลาดหุ้นไทยมีเพียงไม่กี่รายเท่านั้น โดย ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดในการตรวจสอบกลุ่มทุนและลูกค้าของบริษัท เช่นเดียวกับสถาบันการเงินที่มีระบบตรวจสอบหลายชั้น ทำให้ตลาดหลักทรัพย์เป็นเพียงปลายน้ำที่ทุนเทาอาจเข้ามาถึงได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการจำนวนมาก

ทั้งนี้ หากหน่วยงานตรวจสอบต้องการข้อมูลเพื่อสกัดหรือเพิ่มความโปร่งใสให้ระบบการเงินไทย ตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

นายอัสสเดชกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับตัวชี้วัดด้านสภาพคล่องและจำนวนบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนใหม่ (IPO) นั้น เป็นประเด็นที่มีการสอบถามกันเป็นประจำทุกปี อย่างไรก็ตาม จากการหารือร่วมกับคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ มาอย่างต่อเนื่อง พบว่าบอร์ดยังไม่ต้องการกำหนดเป้าหมายเป็นตัวเลขที่ชัดเจน ทั้งในด้านปริมาณการซื้อขายหรือจำนวน IPO เนื่องจากต้องการรักษาสมดุลระหว่าง “คุณภาพ” และ “ปริมาณ”

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องการให้มีสินทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนที่มีคุณภาพสูง ขณะเดียวกันก็ต้องการเพิ่มจำนวนให้มากขึ้นเพื่อเสริมสภาพคล่อง แต่หากเร่งเน้นด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป อาจทำให้การรักษาสมดุลเป็นไปได้ยาก โดยเป้าหมายหลักคือการยกระดับสภาพคล่องของตลาดให้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานคุณภาพของบริษัทที่เข้ามาจดทะเบียน

สำหรับแผนกลยุทธ์กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ระยะ 3 ปี (2569-2571) ภายใต้แนวคิด “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” แบ่งออกเป็น 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

1. รุกสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น (Exciting Markets with Confidence)

– ดึงดูด Fund Flow: ผนึกกำลังกับพันธมิตรกระตุ้นให้ผู้ลงทุนกลับมาซื้อขายและขยายฐานผู้ลงทุนใหม่ หลังปี 2568 สภาพคล่องปรับลดลงจากหลายปัจจัยที่กดดัน โดยจะมีการเพิ่มสินค้าใหม่ Bond Connect Platform, Crypto ETF พร้อมขยาย DR และ L&I ETF เพื่อตอบโจทย์ผู้ลงทุนกลุ่มต่าง ๆ ที่มีความต้องการที่หลากหลาย

ควบคู่ไปกับการพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ให้เป็นศูนย์รวมพอร์ตลงทุนสินทรัพย์ทุกประเภท เพื่อเพิ่มความสะดวกผู้ลงทุน นอกจากนี้ เตรียมจัดโรดโชว์ inbound และ outbound เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการทบทวนกฎเกณฑ์เพื่อปลดล็อกอุปสรรคการลงทุนจากต่างประเทศ

– ยกระดับบริษัทจดทะเบียนด้วยคุณภาพ: ผนึกหน่วยงานกำกับฯ ทบทวนกฎเกณฑ์และกระบวนการ IPO ให้รวดเร็วขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพและดึงดูดธุรกิจที่มีศักยภาพเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย

– ผลักดันให้สามารถแข่งขันกับตลาดหุ้นต่างประเทศได้ พร้อมร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ดึงดูดบริษัทกลุ่ม New Economy, บริษัทต่างชาติ รวมถึง SME และ Startup เข้าสู่ตลาดทุนไทย ขณะเดียวกัน มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม บจ. ปัจจุบัน เดินหน้าสร้าง visibility แผนงานของ บจ. ในโครงการ JUMP+ ต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านบรรษัทภิบาลของ บจ. ไทย

– รุก TFEX เสริมกลยุทธ์ลงทุน: ส่งเสริมการใช้ TFEX เสริมพอร์ตหุ้นอย่างจริงจัง สร้างกลยุทธ์การลงทุน พร้อมเพิ่มสินค้าอนุพันธ์ใหม่ๆ ขยายโอกาสการลงทุน เช่น ตราสารอนุพันธ์ระยะสั้น (Short-dated products) Crypto-based product เป็นต้น ตลอดจนเพิ่มสภาพคล่องทางการซื้อขายผ่านการทำงานของ Market Maker และ Professional Trader พร้อมร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศขยายฐานผู้ลงทุนในวงกว้าง

2. ผนึกกำลัง ขยายการเติบโต (Grow Business with Stakeholders)

– สร้าง SET Climate Ecosystem: ร่วมกับพันธมิตรขยายการใช้งาน SETCarbon ในกลุ่ม บจ. รวมถึง Supply chain ของ บจ. ธนาคาร และลูกค้าธนาคาร โดยมีแผนพัฒนาฟังก์ชันให้ครบวงจรตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ ตั้งเป้า บจ. ใช้งานระบบเพิ่มขึ้นอีก 100 บริษัท พร้อมมุ่งเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาฐานข้อมูลคาร์บอนกลางของประเทศด้วยมาตรฐานข้อมูลเดียวกันสำหรับทุกภาคส่วน รวมทั้งสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการซื้อขายคาร์บอนเครดิต และเตรียมพร้อมทุกภาคส่วนให้รองรับ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

– ต่อยอดธุรกิจ Market Data & Access: นำ AI มาพัฒนาข้อมูลให้ตอบโจทย์การใช้งานทั้งภายในและให้บริการภายนอกองค์กร พัฒนานโยบายสำหรับการให้บริการเชิงพาณิชย์ให้เทียบเคียงสากล

3. เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน ขับเคลื่อนพัฒนาคน (Great Process and People)

– พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับการบริการ: พัฒนาระบบ Clearing ใหม่เพื่อเตรียมการที่จะเริ่มให้บริการในปี 2570 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของระบบ และยกระดับ TSD e-Service เช่น QR Code Sealer, e-Proxy, e-Document, Investor Portal

– วางรากฐานพัฒนาคน: ขับเคลื่อนบุคลากรเพื่อสอดรับกับทิศทางองค์กรและธุรกิจ พร้อมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี สร้างสรรค์นวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ นำการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม และตระหนักถึงความยั่งยืน

นายอัสสเดชกล่าวทิ้งท้ายว่า การประกาศแผนระยะ 3 ปีเป็นไปตามแนวปฏิบัติปกติ และไม่ได้หมายความว่าทุกเรื่องจะต้องใช้เวลานานถึง 3 ปี หลายประเด็นจำเป็นต้องเห็นผลภายในปีนี้หรือครึ่งปีแรก แม้ทุกแผนมีความเร่งด่วน แต่หลายเรื่องต้องอาศัยการตัดสินใจจากหลายหน่วยงาน และไม่ใช่ทุกประเด็นที่สามารถควบคุมได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะดำเนินการอย่างเต็มที่ในขอบเขตอำนาจที่มี เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น เพิ่มสภาพคล่อง และสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมให้ตลาดทุนไทยกลับมาเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจอีกครั้ง

“ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความท้าทายที่เผชิญอยู่ ทั้งความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยที่ลดลง สภาพคล่องการซื้อขายที่หดตัว การขาดจำนวนธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่เข้าจดทะเบียน การแข่งขันจากต่างประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือก รวมถึงปัจจัยความเสี่ยงหลาย ๆ ด้านที่เพิ่มมากขึ้น อาทิ ความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจชะลอตัว ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เป็นต้น

โดยจากการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้าน ตลาดทุนไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อให้กลับมาเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ แผน 3 ปีนี้จะดำเนินการเชิงรุกในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความน่าดึงดูดของตลาด (Attractiveness) การเพิ่มสภาพคล่อง (Liquidity) การเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (Valuation) และที่สำคัญคือการฟื้นฟูความเชื่อมั่น พร้อมสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้ทุกภาคส่วน”