โบรกฯ เตือนหุ้นไทยระวังแรงเทขาย จับตาประเด็นบาร์โค้ด-เลือกตั้งส่อโมฆะ
หุ้นไทย
หุ้นไทย (13 ก.พ. 69) ร่วง 10 จุด โบรกเกอร์ชี้ความล่าช้าในการรายงานผลเลือกตั้งและประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เริ่มสร้างความกังวลด้านกฎหมายและเสถียรภาพการเมือง หลังดัชนีดีดแรงกว่า 6% จากความหวังตั้งรัฐบาล ขณะที่ Valuation ตลาดเริ่มตึงตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หุ้นไทย (13 ก.พ. 69) ดัชนี Set Index ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,437.50 จุด ลดลง 4.03 จุด (-0.28%) โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 36,253.46 ล้านบาท โดยล่าสุดเวลา 14.30 น. Set Index อยู่ที่ระดับ 1,430.95 ลดลง 10.58 จุด (-0.73%)
รายงานจากบริษัทหลักทรัพย์ เอเสแอล จำกัด ระบุว่า ดัชนีช่วงเช้าปรับตัวลง เช่นเดียวกันตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง 4 วันทำการ ขานรับข่าวการเลือกตั้งและกระแสการจับขั้วตั้งรัฐบาลที่มีเสียง ส.ส.มากกว่า 300 ที่นั่ง สะท้อนเสถียรภาพที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามมองว่า Valuation ปัจจุบันเริ่มตึงตัว
ทั้งนี้ ในส่วนของปัญหาการนับคะแนน กกต.มีคำสั่งไม่นับคะแนนใหม่ แต่ยังต้องรอในประเด็น การร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะได้หรือไม่ กรณีการพบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งต้องร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน
ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และปัจจัยการเมืองในประเทศ
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่าปัญหาจัดการเลือกตั้ง อาจเริ่มสร้างความกังวลหลังกกต.ยังไม่สามารถรายงานผลการเลือกตั้ง 100% ได้ แม้จะผ่านมาแล้ว 5 วัน ถือว่าล่าช้ากว่าการเลือกตั้งปี 2562 และ 2566 ที่ใช้เวลา 4 วัน และ 1 วัน ขณะที่การรับรองผลเลือกตั้งทั้งสองรอบ ใช้เวลา 45 วันและ 36 วัน ตามลำดับ
ทั้งนี้ ปัญหาเริ่มลุกลามจากเพียงการนับคะแนนไม่ถูกต้อง เป็นความเสี่ยงของการเลือกตั้งใหม่ หลังบัตรเลือกตั้ง ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อ มีบาร์โค้ด ซึ่งสามารถสืบย้อนไปยังต้นขั้วที่มีลายเซ็นต์ของผู้ลงคะแนน เสี่ยงว่าอาจผิดกฎหมายเลือกตั้ง (ที่ต้องดำเนินการเป็นการลับ)
ดังนั้น การที่ตลาดปรับตัวขึ้นถึง 87 จุด หรือ 6.4% หลังทราบผลการเลือกตั้ง ทำให้เริ่มมีความเสี่ยงต่อแรงขายทำกำไร จนกว่าจะมีกระบวนการทางกฎหมายยืนยันความชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกตั้งว่าถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ล่าช้าจนเกิดความเสี่ยงต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
