“ไทยประกันภัย” (TIC) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ “เตือนระยะเวลาการแลกเปลี่ยนหุ้น” ในอัตราส่วนแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์เท่ากับ 1 หุ้นสามัญที่ออกใหม่ของ “เครือไทยโฮลดิ้ง” (SEG) ต่อ 1 หุ้นสามัญ/หุ้นบุริมสิทธิของบริษัท ในวันสุดท้ายที่ 18 ก.ค.62 นี้ หวั่น “นักลงทุนขาดสภาพคล่องการซื้อขายหุ้น-ไม่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี-ผลตอบแทนถูกจำกัดลง” เหตุบริษัทจะเพิกถอนหุ้นของบริษัทออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในวันเดียวกับที่หุ้นของเครือไทยโฮลดิ้งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจรายงานว่า บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TIC ได้แจ้งกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง “ขอแจ้งเตือนระยะเวลาการแลกเปลี่ยนหุ้น”
นางสาวอารยา สวัสดิชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารสูงสุดฝ่ายบัญชีและการเงิน บมจ.ไทยประกันภัย (TIC) กล่าวว่า ตามแผนการปรับโครงสร้างกิจการของบริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยการจัดตั้งบริษัท เครือไทยโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SEG เพื่อทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัท
โดยการแลกเปลี่ยนหุ้น (Share Swap) ในอัตราส่วนแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์เท่ากับ 1 หุ้นสามัญที่ออกใหม่ของ SEG ต่อ 1 หุ้นสามัญ/หุ้นบุริมสิทธิของบริษัท ซึ่งได้กำหนดระยะเวลาการทำเสนอซื้อหลักทรัพย์ในช่วงตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.62 จนถึงวันที่ 22 ก.ค.62 รวมทั้งสิ้น 25 รายการ บริษัทขอแจ้งเตือนผู้ถือหุ้นและผู้ประสงค์จะซื้อหุ้นของบริษัท เพื่อแลกหุ้นในขั้นตอนการทำเสนอซื้อ ดังนี้
1.เนื่องจากในการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีขั้นตอนการชำระราคาและส่งมอบหุ้นในวันทำการที่ 2 ถัดไปจากวันซื้อขาย หรือ T+2 ดังนั้นวันทำการสุดท้ายที่นักลงทุนสามารถซื้อหุ้นของบริษัทเพื่อเสนอขายให้แก่เครือไทยโฮลดิ้งได้คือ วันพฤหัสบดีที่ 18 ก.ค.62 นี้
2.วันสุดท้ายของการยื่นแบบตอบรับการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ พร้อมเอกสารประกอบให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายวาณิชธนกิจของบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งคือวันจันทร์ที่ 22 ก.ค.62 ก่อนเวลา 16.00 น.
โดยภายหลังวันที่ 18 ก.ค.62 นักลงทุนสามารถซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทได้ตามปกติ แต่จะไม่สามารถนำหลักทรัพย์นั้นมาทำการเสนอขายได้ ซึ่งหลังจากการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัท และเมื่อได้รับอนุญาตจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้รับหุ้นสามัญของเครือไทยโฮลดิ้งเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนแล้ว
บริษัทจะเพิกถอนหุ้นของบริษัทออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในวันเดียวกับที่หุ้นของเครือไทยโฮลดิ้งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้นผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ไม่ตอบรับคำเสนอซื้อจะได้รับผลกระทบ ดังนี้
– ขาดสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นของบริษัท เนื่องจากไม่มีตลาดรองสำหรับซื้อขายหุ้น
– ไม่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดา จะไม่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับกำไรจากการซื้อขายหลักทรัพย์ (Capital Gain Tax) และผู้โอนหุ้นของบริษัท ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลจะต้องเสียค่าอากรแสตมป์ในการโอนหุ้นสามัญของบริษัท
– รูปแบบผลตอบแทนการลงทุนเปลี่ยนไป โดยโอกาสที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับกำไรจากการซื้อขายหุ้นจะถูกจำกัดลง เนื่องจากหุ้นไม่มีสภาพคล่อง และไม่มีตลาดรองสำหรับซื้อขายหุ้น
– ผู้ถือหุ้นจะได้รับข้อมูลของบริษัทลดลง เนื่องจากบริษัทไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ เรื่องหลักเกณฑ์ในการเปิดเผบข้อมูลและสาระสนเทศผู้ถือหุ้นสามารถส่งแบบตอบรับคำเสนอซื้อพร้อมเอกสารประกอบได้ที่บริษัทหลักทรัพย์ที่ผู้ถือหุ้นมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์อยู่
โดยบริษัทหลักทรัพย์นั้นจะเป็นผู้ให้บริการรวบรวมและนำส่งแบบตอบรับคำเสนอซื้อดังกล่าวแก่ตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์ คือ “เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ต่อไป”

