Platform Economy (ต่อ)
คอลัมน์ Smart SMEs
โดย สยาม ประสิทธิศิริกุล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
จากบทความก่อนหน้านี้ที่ผมบอกว่าจะมาเล่าเรื่อง platform economy ต่ออีกสักนิด จากที่กรุงศรีจัดงานสัมมนา Krungsri Business Forum 2019 หัวข้อ Platform Economy : The New Business Revolution โดยมีวิทยากรที่มีความรู้ ทั้ง คุณพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศรีจันทร์สหโอสถ ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ ผู้บริหารสายงานวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา Mr.Tim Synan, Regional Director South East Asia at Google Cloud, Mr.Jack Zhang, Deputy CEO of Lazada Thailand
ทั้งนี้ ผมอยากนำข้อมูลและแนวคิดที่น่าสนใจจากงานสัมมนาแบ่งปันท่านผู้ประกอบการ และขอขอบคุณวิทยากรทุกท่านอีกครั้ง มา ณ โอกาสนี้ ด้วยแนวคิดที่ว่าปัจจุบันโลกการตลาดได้เปลี่ยนไปสู่ platform economy จากที่ทุกวันนี้เรามีพื้นที่ไม่จำกัดอยู่บนโลกออนไลน์ เรียกว่า ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ซึ่งไม่มีเชื้อชาติ ไม่มีแบ่งเขต ทำให้ผู้ซื้อมีอำนาจการเลือกซื้อ เปรียบเทียบสินค้า ราคา คุณภาพ มีข้อมูลสมบูรณ์ สามารถตัดสินใจได้อย่างดีเยี่ยม
การทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มนั้น สิ่งสำคัญประกอบด้วย 3 ปัจจัย คือ 1.องค์กรต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (บิ๊กดาต้า) 2.ต้องยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยใช้ข้อมูลตอบสนองความต้องการลูกค้าได้อย่างแท้จริงเหนือความคาดหวังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และ 3.การหาพันธมิตร เพราะการอยู่บนพื้นที่ที่เกิดการเปลี่ยนแปลง ธุรกิจต้องหาพาร์ตเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญอื่น ๆ ซึ่งการมองหาพันธมิตรสำคัญและจำเป็น รวมถึงการเลือกใช้และเข้าใจแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน
สำหรับการสร้างองค์กรให้มีความพร้อมสู่ platform economy นั้น จะต้องพิจารณาองค์ประกอบในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น data, technology, process และ people โดยเฉพาะเรื่องคน ต้องสร้างบรรยากาศขององค์กรที่ส่งเสริมคนให้มีการคิดนอกกรอบเพื่อให้เกิดอินโนเวชั่น ต้องทำให้ทีมขององค์กรมองเห็นภาพใหญ่ ภาพเดียวกัน อย่างไรก็ดี มิติของการทรานส์ฟอร์มไปสู่องค์กรดิจิทัลนั้น ต้องเป็นการเข้าถึงความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ อาจเป็นไฮบริดผสมเข้าไป ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นดิจิทัลอย่างเดียว กายภาพที่เป็นออฟไลน์ก็ไม่ควรทิ้ง ไม่จำเป็นต้องเป็น “เทคคอมปะนี” ก็สามารถเป็นดิจิทัลได้ ซึ่งปัจจุบันเส้นแบ่งของอุตสาหกรรมในหลายเซ็กเตอร์เริ่มเบลอไปหมดแล้วในยุคดิจิทัล
การอยู่รอดขององค์กรนั้นอยู่บน 3 ประการหลัก คือ ความสะดวกสบาย (convenience) หากเราทำให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงสิ่งนี้ได้ องค์กรเราจะได้เปรียบคนอื่น, การสร้างประสบการณ์ (experience) เราต้องมอบความรู้สึกที่เป็นประสบการณ์เฉพาะตัวที่ตรงกับความต้องการให้แก่ลูกค้า และ การสร้างคุณค่า (value) โดยสินค้าไม่จำเป็นต้องราคาถูกเสมอ แต่ต้องคุ้มกับเงินที่จ่ายออกไป ดังนั้น หากเราสร้างคุณค่าให้กับองค์กรของเราได้ ก็จะอยู่รอดได้ในธุรกิจ สุดท้ายการสามารถให้บริการได้มากกว่าความคาดหวังของลูกค้า จะเป็นคีย์สำคัญด้วย
ทั้งนี้ ธุรกิจต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เพื่อที่จะได้ไม่พลาดโอกาสจากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลนี้ จากการที่ประชาชนคนไทยมีความสามารถในการเข้าถึงดิจิทัลเป็นอย่างดีจากจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต รวมถึงการขับเคลื่อนไปสู่ 5G และการที่รัฐบาลได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อีกทั้งช่วยปลดล็อกให้ธุรกิจและหน่วยงานรัฐสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้ภายใต้มาตรฐานสากล โดยในปี 2565 มีการคาดการณ์ว่า 60% ของจีดีพีประเทศจะมาจากเศรษฐกิจดิจิทัลกันเลยทีเดียว
กล่าวกันว่า platform economy คือ พลังขับเคลื่อนธุรกิจยุคดิจิทัล เป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ที่เปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ ซึ่งส่งผลให้หลายธุรกิจจำเป็นต้องเปลี่ยนไมนด์เซตจากการทำธุรกิจแบบเดิมสู่การทำธุรกิจบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม ซึ่งจำเป็นที่ผู้บริหารองค์กรต้องนำทีมไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ด้วยยุทธศาสตร์ที่พร้อมจะเปลี่ยนกลยุทธ์แบบเดิมให้เป็นดิจิทัล แล้วองค์กรคุณละครับ พร้อมหรือยัง ?